ควรเปลี่ยนสายน้ำเกลือทุกกี่วัน?

ควรเปลี่ยนสายน้ำเกลือทุกกี่วัน?
คำถามนี้เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล คำตอบมีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนจากองค์กรควบคุมโรคระดับโลก
สรุปคำตอบก่อนรายละเอียด:
สายน้ำเกลือและอุปกรณ์ IV มีส่วนต่างกัน ระยะเวลาเปลี่ยนจึงต่างกัน โดยสรุปตามหลักสากลคือ:
1. สายน้ำเกลือ (IV Tubing) สำหรับสารน้ำทั่วไป: เปลี่ยน ทุก 96 ชั่วโมง (4 วัน) ยกเว้นบางกรณีที่ต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้น
2. ถุง/ขวดสารน้ำ (IV Fluid Container): เปลี่ยน ทุก 24 ชั่วโมง เมื่อเริ่มให้ยาผ่านทางนั้น หรือตามอายุการเก็บของยา/สารน้ำ
3. จุดเจาะ (IV Catheter/Needle) บนร่างกาย: เปลี่ยน ทุก 72-96 ชั่วโมง (3-4 วัน) หรือตามความจำเป็นและสภาพ
แต่ "ทำไม" จึงเป็นคำถามที่สำคัญยิ่งกว่า
ทำไมต้องเปลี่ยน? สาเหตุหลักคือ "การป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด (Catheter-Related Bloodstream Infection - CRBSI)"
การติดเชื้อร้ายแรงนี้เกิดขึ้นเมื่อเชื้อโรค (แบคทีเรีย, เชื้อรา) เข้าไปในกระแสเลือดผ่านทางอุปกรณ์ IV ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง การเปลี่ยนอุปกรณ์ตามเวลาเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุด
รายละเอียดระยะเวลาและเหตุผลของแต่ละส่วน:
1. สายน้ำเกลือ (Primary IV Tubing / Administration Set)
· ระยะเวลาเปลี่ยน: ทุก 96 ชั่วโมง (4 วัน)
· เหตุผล:
· การปนเปื้อนภายใน (Intrinsic Contamination): แม้ผลิตมาอย่างปลอดเชื้อ แต่การเปิดต่อใช้งานทำให้เชื้อโรคจากสิ่งแวดล้อมมีโอกาสเข้าสู่ระบบผ่านทางจุดต่อ (ports) ได้
· การก่อตัวของ biofilm: เมื่อเวลาผ่านไป แบคทีเรียอาจเข้าไปเจริญเติบโตเป็นคราบ (biofilm) ด้านในสาย ซึ่งยากที่จะกำจัดด้วยการล้างปกติและเป็นแหล่งปล่อยเชื้ออย่างต่อเนื่อง
· การเสื่อมสภาพของวัสดุ: ยางหรือพลาสติกอาจเสื่อมสภาพเมื่อสัมผัสสารน้ำหรือยาบางชนิดเป็นเวลานาน
ข้อยกเว้นสำคัญที่ต้องเปลี่ยนสายเร็วขึ้น (ทุก 24 ชั่วโมง):
· ให้สารอาหารทางเส้นเลือด (Total Parenteral Nutrition - TPN): เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลและไขมัน ซึ่งเป็นสื่อที่เชื้อโรคเติบโตได้ดีมาก
· ให้ผลิตภัณฑ์เลือด (Blood Products): เช่น เกล็ดเลือด เม็ดเลือดแดง พลาสม่า เสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและปฏิกิริยาการแข็งตัว
· ให้ยาผ่านทางสาย (IV Piggyback) ด้วยสายย่อย (Secondary Set): สายย่อยนี้มักเปลี่ยนทุก 24 ชั่วโมงหรือทุกครั้งที่ให้ยา
· เมื่อสงสัยหรือมองเห็นความไม่สะอาด/ตะกอนในสาย
2. ถุงหรือขวดสารน้ำ (IV Fluid Container)
· ระยะเวลาเปลี่ยน: ทุก 24 ชั่วโมง (หลัง หรือเมื่อเริ่มให้ยา)
· เหตุผล:
· การปนเปื้อนจากการ: เมื่อแทงสายเข้าถุง/ขวดแล้ว มันก็ไม่ปลอดเชื้ออีกต่อไป เชื้อจากอากาศอาจเข้าไปได้
· การเติบโตของเชื้อในสารอาหาร: น้ำเกลือปกติไม่ค่อยมีอาหารสำหรับเชื้อ แต่ถุง TPN หรือสารน้ำที่มีน้ำตาล/อิเล็กโทรไลต์อาจเอื้อต่อการเติบโตได้
· เสถียรภาพของยา: ยาบางชนิดอาจเสื่อมสภาพเมื่อผสมแล้วนานเกินไป
3. จุดเจาะ (Peripheral IV Catheter) บนร่างกายผู้ป่วย
· ระยะเวลาเปลี่ยน: โดยปกติแนะนำให้เปลี่ยนทุก 72 ถึง 96 ชั่วโมง (3-4 วัน)
· เหตุผล:
· การอักเสบของเส้นเลือด (Phlebitis): การมีสิ่งแปลกปลอม (catheter) คาอยู่ในเส้นเลือดนานๆ ทำให้ผนังเส้นเลือดระคายเคืองและอักเสบได้เอง โดยไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อ
· การติดเชื้อบริเวณจุดเจาะ: แบคทีเรียจากผิวหนังบริเวณรอยแทงอาจค่อยๆ เคลื่อนลงไปตามสาย catheter เข้าสู่กระแสเลือด
· ประสิทธิภาพลดลง: เส้นเลือดอาจตีบหรือ catheter อาจอุดตันจากลิ่มเลือดเล็กๆ
· ข้อควรจำสำคัญ (Rule): "Change when clinically indicated" นั่นคือ เปลี่ยนก่อนกำหนดได้ และควรเปลี่ยนทันที หากพบสัญญาณเหล่านี้:
· มีอาการปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่เจาะ
· สารน้ำไหลไม่ดีหรือหยุดไหล
· มีการรั่วซึมของสารน้ำออกนอกเส้น (Infiltration)
· จุดเจาะมีหนองหรือสารคัดหลั่งผิดปกติ
· ผู้ป่วยมีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ (ให้สงสัยการติดเชื้อจาก IV)
มาตรฐานและแนวทางที่อ้างอิง
แนวทางเหล่านี้ยึดตามข้อแนะนำจากองค์กรระดับโลก เช่น:
· ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC)
· สถาบันความปลอดภัยของผู้ป่วย (IPSG) โดยองค์กรร่วมรับรองสุขภาพระหว่างประเทศ (JCI)
การดูแลระหว่างเปลี่ยน
· การทำความสะอาดจุดต่อ (Port): ก่อนเสียบเข็มหรือต่อสายใดๆ ต้องเช็ดจุดต่อด้วยแอลกอฮอล์ 70% หรือ Chlorhexidine อย่างน้อย 15 วินาที และปล่อยให้แห้ง
· การล้างสาย (Flushing): ล้างด้วย Normal Saline 0.9% ตามโปรโตคอล ก่อนและหลังให้ยา
· การบันทึก: ต้องบันทึกวันที่-เวลาที่เปลี่ยนสายและจุดเจาะทุกครั้งบนป้ายติดที่สาย และในเวชระเบียน
สรุป: การเปลี่ยนสายน้ำเกลือและอุปกรณ์ตามระยะเวลา เป็น "การลดความเสี่ยงเชิงรุก" มากกว่าการรอให้เกิดปัญหา เป้าหมายสูงสุดคือ ความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยลดโอกาสการติดเชื้อร้ายแรงที่ป้องกันได้ ซึ่งมีต้นทุนการรักษาที่สูงมากทั้งในแง่สุขภาพและค่าใช้จ่าย


