แชร์

Q&A: กิน PrEP ทุกวันอยู่แล้ว ยังต้องใช้ถุงยางไหม? และจะรู้ได้ยังไงว่า PrEP ล้มเหลว?

อัพเดทล่าสุด: 10 มี.ค. 2026
288 ผู้เข้าชม

คำถามที่แพทย์ต้องการให้ทุกคนรู้คำตอบ: PrEP ป้องกันได้ทุกอย่างจริงไหม?

PrEP ป้องกัน HIV ได้ ≥99% — แต่นั่นคือทั้งหมดที่ป้องกันได้
สิ่งที่ PrEP ไม่ป้องกัน (ซึ่งสำคัญมากสำหรับกลุ่มเป้าหมายของเรา):
❌ Chlamydia — ติดได้เต็มๆ แม้กิน PrEP
❌ Gonorrhea — รวมถึง Drug-resistant strains ที่กำลังระบาด
❌ Syphilis — กำลังระบาดหนักทั่วโลกขณะนี้
❌ Herpes HSV-1, HSV-2
❌ HPV และมะเร็งปากมดลูก
❌ Hepatitis C (ยกเว้น HIV co-infection บางกรณี)
❌ Pregnancy

ข้อมูลจาก iPrEx OLE Study (2014):
กลุ่มที่กิน PrEP พบอัตรา STI อื่นๆ สูงกว่ากลุ่มควบคุมถึง 25% ซึ่งอาจเกิดจาก Risk compensation behavior (รู้สึกปลอดภัยขึ้นจึงใช้ถุงยางน้อยลง)

สัญญาณที่ PrEP อาจกำลังล้มเหลว (Breakthrough Infection):
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ Transmitted Drug Resistance (TDR) แม้พบน้อย (<1%) แต่มีรายงาน ว่าติด HIV ขณะกิน PrEP เนื่องจากเชื้อที่ได้รับมา Resistant ต่อ TDF/FTC อยู่แล้ว

สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที:
• อาการ Acute HIV Syndrome: ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ผื่น ปวดคอ คล้ายไข้หวัดรุนแรง ภายใน 2-4 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ
• ตรวจ HIV กลับมาเป็น Reactive แม้ค่า P24 Ag อย่างเดียว Positive (ก่อน Antibody ขึ้น)
• ระดับยา TFV-DP ในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ (ตรวจได้ในบางห้องแล็บ)

คำแนะนำจากแพทย์:
การใช้ PrEP ร่วมกับถุงยางอนามัยยังคงเป็น Gold standard ของการป้องกันค่ะ ไม่ใช่เพราะ PrEP ไม่ดีพอ แต่เพราะ:
1. STI อื่นๆ ยังระบาดอยู่และรักษายากขึ้นเรื่อยๆ (Drug-resistant gonorrhea)
2. ถุงยางช่วยป้องกัน Pregnancy
3. Risk compensation เป็นเรื่องจริงทางจิตวิทยาที่ต้องระวัง

ถ้าใช้ทั้ง PrEP + ถุงยาง = ป้องกัน HIV ได้ใกล้เคียง 100% และป้องกัน STI อื่นๆ ได้ด้วย

#PrEP #HIV #ถุงยาง #DrugResistance #STI #รู้ก่อนดี


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรค : ภาวะประจำเดือนมามาก
ภาวะประจำเดือนมามาก Menorrhagia คือภาวะเลือดออกมากผิดปกติในระหว่าง มิฉะนั้นประจำเดือนปกติ ผู้หญิงประมาณ 9% ถึง 14% มีประมาณ 10% ในช่วงวัยเจริญพันธุ์
โรค : ไขมันในเลือดสูง
ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันชนิดหนึ่ง (ลิปิด) ที่พบในเลือดมากที่สุดในร่างกาย คอเลสเตอรอลเป็นอีกชนิดหนึ่ง เก็บไว้ในเซลล์ไขมันเพื่อใช้ในภายหลัง ไตรกลีเซอไรด์เป็นพลังงานหลักหากกินปริมาณปกติมีความสำคัญต่อสุขภาพที่ดี แต่การกินไขมันมากกว่าที่ร่างกายเผาผลาญอาจนำไปสู่ระดับไตรกลีเซอไรด์สูง(ภาวะไขมันในเลือดสูง) ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงอาจส่งผลให้การแข็งตัวของหลอดเลือดแดง (atherosclerosis) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย และโรคหัวใจ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาการเมตาบอลิซึมซึ่งรวมถึงไขมันรอบ ๆ รอบเอว มากเกินไป ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง ระดับคอเลสเตอรอลที่ผิดปกติ บางครั้งระดับไตรกลีเซอไรด์สูงหมายถึงควบคุมได้ไม่ดี เบาหวานชนิดที่ 2 ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ (พร่อง) โรคตับ ไต หรือโรคทางพันธุกรรมที่หายาก
โรค : อาการแพ้ท้อง
อาการแพ้ท้อง อาการแพ้ท้องคืออาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ระยะแรก (โดยทั่วไประหว่าง 8 ถึง 12 สั ปดาห์) แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แม้ว่า 70% ถึง 85% ของผู้หญิงจะมีอาการแพ้ท้อง แต่มีเพียง 1% ถึง 2% เท่านั้นที่จะมีปัญหามากที่สามารถคุกคามสุขภาพของการตั้งครรภ์ สิ่งนี้เรียกว่า hyperemesis gravidarum (HG) การแพ้ท้องมีแนวโน้มที่จะตั้งครรภ์แฝด (แฝด2หรือมากกว่า)
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้