แชร์

เตือนภัยหน้าร้อน! "โรคลมร้อน" คร่าชีวิตปีที่แล้ว 21 ราย กรมควบคุมโรคเผยสถิติชี้คนไทยยังประมาท

อัพเดทล่าสุด: 28 มี.ค. 2026
3 ผู้เข้าชม

เตือนภัยหน้าร้อน! โรคลมร้อนคร่าชีวิตปีที่แล้ว 21 ราย กรมควบคุมโรคห่วงกลุ่มเสี่ยง-แรงงานนอกบ้าน
สถานการณ์น่าตกใจ: 21 ชีวิตจากภัยร้อนที่มองไม่เห็น
ฤดูร้อนของไทยปีนี้มาแรงไม่แผ่ว! กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวังโรคลมร้อน (Heat Stroke) หลังจากสถิติปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากภาวะร้อนจัดแล้วถึง 21 ราย และมีผู้ป่วยอาการเจ็บป่วยจากความร้อนรวม 182 ราย 

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า "อากาศร้อน" ไม่ใช่แค่เรื่องอึดอัด แต่เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงถึงชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นเดือนที่อุณหภูมิพุ่งสูงสุด พบผู้เสียชีวิตมากถึง 57% ของทั้งหมด 

ใครคือกลุ่มเสี่ยง? อาชีพไหนต้องระวังเป็นพิเศษ?
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคชี้ชัดว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีลักษณะร่วมดังนี้ :
กลุ่มเสี่ยง
รายละเอียด
เพศชาย
คิดเป็น 18 ราย จาก 21 รายที่เสียชีวิต (85.7%)
วัยทำงาน
อายุระหว่าง 27-79 ปี เฉลี่ย 51 ปี
อาชีพเสี่ยง
แรงงานนอกบ้าน คิดเป็น 28.5% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด
ผู้มีโรคประจำตัว
24% มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
ผู้ดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มสุราเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
สถานที่เกิดเหตุ
67% เสียชีวิตในพื้นที่กลางแจ้ง
นอกจากนี้ กลุ่มเสี่ยงหลัก ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ :
ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)
เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์
ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น ทหาร กรรมกรก่อสร้าง เกษตรกร
นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน
โรคลมร้อนคืออะไร? ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิต?
โรคลมร้อน (Heat Stroke) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับความร้อนสูงเกินไป โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้ ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายทำงานล้มเหลว ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ 

อันตรายถึงชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะความร้อนสูงจะทำลายอวัยวะสำคัญ โดยเฉพาะสมอง หัวใจ ไต และกล้ามเนื้อ 

สังเกตอาการ: สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์!
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการต่อไปนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนจัด ให้รีบพบแพทย์ทันที หรือโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 :

อาการที่สังเกตได้:
✅ ตัวร้อนจัด อุณหภูมิร่างกายสูงมาก (มักเกิน 40°C)
✅ ผิวหนังแดงร้อน แต่ ไม่มีเหงื่อ (เป็นสัญญาณสำคัญ!)
✅ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วแรง
✅ ปวดศีรษะรุนแรง หน้ามืด เวียนศีรษะ
✅ คลื่นไส้ อาเจียน
✅ สับสน พูดไม่ชัด อาการทางสมอง
✅ อ่อนเพลียมาก หมดสติ หรือชัก
ปฐมพยาบาลเบื้องต้น: ทำอย่างไรก่อนถึงโรงพยาบาล?
หากพบผู้มีอาการสงสัยโรคลมร้อน ให้ทำดังนี้ทันที :
ย้ายเข้าที่ร่มหรืออาคาร ที่มีอากาศถ่ายเท
ให้นอนราบ หากยังมีสติ ให้ยกขาสูงเล็กน้อย
คลายเสื้อผ้า ให้หลวมที่สุด
ลดอุณหภูมิร่างกายโดยเร็ว: ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตาม ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน
ถ้าสติยังดี ให้ดื่มน้ำเย็น หรือน้ำเกลือแร่ (จิบช้าๆ)
ถ้าหมดสติ ให้จับนอนตะแคง (เพื่อป้องกันการสำลัก) และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
⚠️ ห้ามให้ดื่มน้ำถ้าหมดสติ เพราะอาจสำลักเข้าปอดได้!

วิธีป้องกัน: อยู่ให้รอดในหน้าร้อนนี้
กรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแนะแนวทางปฏิบัติตัวในช่วงอากาศร้อนดังนี้ :
ข้อปฏิบัติ
รายละเอียด
หลีกเลี่ยงแดดจัด
งดทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วง 11.00-16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดที่สุด
ดื่มน้ำบ่อยๆ
ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว อย่ากระหายค่อยดื่ม หากเสียเหงื่อมากควรดื่มน้ำเกลือแร่
เลี่ยงเครื่องดื่มบางชนิด
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และน้ำหวาน เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
แต่งกายเหมาะสม
สวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ สีอ่อน ระบายอากาศดี พกหมวก ร่ม หรือแว่นกันแดดเมื่อออกนอกบ้าน
ระวังยาบางชนิด
ผู้ที่กินยาความดัน ยาลดน้ำมูก หรือยาจิตเวช ควรสังเกตอาการตัวเอง เพราะยาอาจส่งผลต่อการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย 
ไม่ทิ้งใครไว้ในรถ
ห้ามทิ้งเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดกลางแจ้ง เพราะอุณหภูมิในรถอาจสูงขึ้นถึงอันตรายภายใน 10-20 นาที 
ทำงานเป็นกลุ่ม
ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ควรทำงานเป็นกลุ่มเพื่อคอยสังเกตอาการซึ่งกันและกัน 
มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ: จุดพักพิงคลายร้อน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์อากาศร้อนจัด กรุงเทพมหานครได้เปิดให้บริการ "BKK Cooling Center" หรือจุดพักพิงคลายร้อนทั่วกรุงเทพฯ กว่า 600 แห่ง ในพื้นที่ 50 เขต  ประกอบด้วย:
สวนสาธารณะ
โรงเรียนที่สังกัด กทม.
ศูนย์บริการสาธารณสุข
สำนักงานเขต
นอกจากนี้ยังมี จุดบริการน้ำดื่มฟรี กว่า 2,800 จุด ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดได้ง่ายขึ้น 
ประชาชนสามารถใช้บริการได้ในช่วงเวลากลางวัน เพื่อหลบหลีกอากาศร้อนและป้องกันภาวะขาดน้ำ
คาดการณ์: อากาศปีนี้ร้อนแรงกว่าเดิม
นายกรัฐมนตรีเผยว่าดัชนีความร้อน (Heat Index) หรืออุณหภูมิที่ร่างกาย "รู้สึกได้" ในปี 2569 คาดว่าจะสูงกว่าระดับอันตราย โดยเฉพาะในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งอาจพุ่งสูงเกิน 52 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีความเสี่ยงสูงสุด 

ข้อสรุป:
โรคลมร้อนเป็นภัยเงียบที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยเฉพาะในหน้าร้อนนี้ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคชี้ว่าปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตถึง 21 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกบ้านและผู้มีโรคประจำตัว

ป้องกันง่ายๆ แค่:
หลีกเลี่ยงแดดจัด
ดื่มน้ำบ่อยๆ อย่ากระหายค่อยดื่ม
งดเหล้า-เครื่องดื่มหวาน
แต่งกายระบายอากาศ
สังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้าง
หากมีอาการตัวร้อนจัด หน้าแดง ไม่มีเหงื่อ หมดสติ รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที หรือโทร 1669


บทความที่เกี่ยวข้อง
เตือนภัยด่วน! ไข้กาฬหลังแอ่นระบาดในอังกฤษ-ฝรั่งเศส นักเที่ยวสายปาร์ตี้เสี่ยงติดเชื้อผ่านน้ำลาย
หน่วยงานสาธารณสุขยุโรป (ECDC) และอังกฤษ (UKHSA) เตือนการระบาดของไข้กาฬหลังแอ่น (Invasive Meningococcal Disease) สายพันธุ์ B ในเมืองแคนเทอร์เบอรี ประเทศอังกฤษ พบผู้ป่วยแล้วอย่างน้อย 20 ราย เสียชีวิต 2 ราย และพบผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกับการระบาดนี้ในฝรั่งเศสเพิ่มอีก 1 ราย
นักศึกษา มจธ. ทำ AI ตรวจตับ ช่วยรักษามะเร็งให้คนไทย รู้ผลไวใน 7 วินาที ลดค่าตรวจเหลือหลักร้อย!
นวัตกรรมฝีมือคนไทย! ทีมนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) พัฒนา AI ตรวจคัดกรองมะเร็งตับ (HCC) จากภาพอัลตราซาวด์ สามารถวิเคราะห์ผลได้ภายใน 7 วินาที ความแม่นยำสูง ช่วยลดค่าตรวจจากหลักพันเหลือเพียงหลักร้อยบาทต่อครั้ง เปิดทางให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงการรักษามะเร็งตับระยะเริ่มต้นได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นวัตกรรมนี้จะปฏิวัติการสาธารณสุขไทยอย่างไร ติดตามได้ที่นี่
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ