แชร์

โรค : ความดันสูง

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.พ. 2025
531 ผู้เข้าชม

ความดันโลหิต

หมายถึง แรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิด จากการสูบฉีดของหัวใจ ความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดความเครียดในระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดโรคของระบบหลอดเลือด
ค่าความดันที่วัดได้ มี2 ค่า คือ
ความดันตัวบน(systolic pressure) คือ ความดันขณะหัวใจบีบตัวสุด
ความดันตัวล่าง(diastolic pressure) คือ ความดันขณะหัวใจคลายตัวสุด(heart at rest) มีค่าปกติอยู่ที่120/80 หน่วยเป็น มิลลิเมตรปรอท(mmHg) สมาคมโรคหัวใจให้นิยาม ภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อวัดค่าได้ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป

สาเหตุ 
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด โดยปกติ จะมีอาการภายในไม่กี่อาทิตย์หลังจากลำคอมีการ ติดเชื้อStreptococcus หรือเป็นไข้หวัดหรือติด เชื้อไวรัส หลังจากนั้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะ เริ่มสร้างantibody เมื่อเริ่มติดเชื้อ

อาการ
อาการเริ่มแรกจะพบ จ้ำเลือดบริเวณขาทั้งสองข้างและก้น รู้สึกเจ็บที่ข้อเท้า ซึ่งในตอนแรก จะเห็นเหมือนลมพิษและจะเปลี่ยนเป็นจ้ำเลือดสีม่วงหรือสีน้ำตาลภายใน1-2 วัน บริเวณข้อเท้า หรือข้อเข่าจะรู้สุกปวดบวม อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อเดิน ส่วนอาการอื่นๆ เช่นอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ ในวัยรุ่นผู้หญิงอาจจะมีการปวด ประจำเดือนมาก


การวินิจฉัย 
แพทย์ตรวจผิวหนังผู้ป่วยและเด็บตัวอย่างไปส่องกล้อง และเก็บตัวอย่างปัสสาวะและเลือดด้วย แพทย์เจ้าของไข้จะส่งตัวผู้ป่วยให้แพทย์เฉพาะทาง ด้านโรคไตและรูมาตอยด์ช่วยดูแลร่วมด้วยถ้าแพทย์ เห็นว่าผู้ป่วยไตมีปัญหา อาจจะมีการเก็บชิ้นเนื้อไต ไปตรวจโดยการใช้เข็มเจาะเข้าไปบริเวณตำแหน่ง ของไตและส่งตัวอย่างไปตรวจ

การรักษา 
โรคนี้มักจะหายเองได้ อาการจะมีมากขึ้นและค่อยๆหายไปในเวลาต่อมา
แพทย์สั่งยา เช่น ibuprofen, naproxen, หรือ acetaminophen อาจจะ ให้เพื่อควบคุมอาการปวดหรือลดไข้ หรือจะสั่งpredisolone สำหรับผู้ป่วย ที่มีอาการรุนแรงหรือมีปัญหาไตร่วมด้วย

ควรไม่ควร
ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลไม้ผัก และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ และกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวน้อย
ควรควบคุมน้ำหนัก
ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นประจำเช่น การเดินเร็ว (อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน,หลายๆครั้งต่อสัปดาห์)
ควรกินยาตามที่แพทย์แนะนำ ควรจำกัดปริมาณคาเฟอีน

คำเตื่อน
!!! ห้ามดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
!!! ห้ามสำหรับผู้ชายไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวัน
!!! ห้ามสำหรับผู้หญิงและคนที่มีน้ำหนักน้อย ไม่ควรเกิน 1 แก้วต่อวัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรค : กระดูกข้อมือหัก
บริเวณที่แขนท่อนล่างและมือเชื่อมต่อกันเรียกว่าข้อมือ. การแตกหักคือการแตกหักของกระดูกในบริเวณนี้ เวลาในการรักษามีระยะเวลาตั้งแต่ 6 สัปดาห์สำหรับอาการที่ไม่รุนแรง จนถึง 24 สัปดาห์สำหรับการแตกหักที่รุนแรง การหยุดพักที่รุนแรงขึ้น อาจใช้เวลา 6 ถึง 12 เดือนในการกู้คืนความคล่องตัวและความแข็งแรงปกติของข้อมือ
Q&A: กิน PrEP ทุกวันอยู่แล้ว ยังต้องใช้ถุงยางไหม? และจะรู้ได้ยังไงว่า PrEP ล้มเหลว?
ตอบข้อสงสัยยอดฮิตเรื่อง PrEP กินยาทุกวันแล้วปลอดภัย 100% หรือไม่? ทำไมแพทย์ถึงยังแนะนำให้ใช้ถุงยาง? PrEP ล้มเหลวเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทั้งจาก adherence ไม่ดี การติดเชื้อช่วง window period ก่อนเริ่มยา และที่สำคัญคือการดื้อยา tenofovir/emtricitabine ซึ่งพบได้น้อยแต่ต้องระวัง พร้อมอธิบายว่าการตรวจ HIV ขณะกิน PrEP ต้องตรวจด้วยวิธีไหนถึงจะรู้ผลแม่นยำ ไม่พลาดการติดเชื้อระยะเฉียบพลัน (acute HIV)
GLP-1 Receptor Agonists ฉบับสมบูรณ์: กลไก ประสิทธิภาพ ความเสี่ยง และ Off-label ใน PCOS
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับยา GLP-1 Receptor Agonists (Semaglutide, Tirzepatide) เจาะลึกกลไกการออกฤทธิ์ผ่าน incretin hormones, ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและ HbA1c, cardiovascular outcomes, ผลข้างเคียงที่พบบ่อย และความเสี่ยงระยะยาวที่ต้องเฝ้าระวัง (thyroid C-cell tumors, pancreatitis) พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับการใช้แบบ off-label ใน PCOS เพื่อจัดการ insulin resistance, การลดน้ำหนัก, การฟื้นคืนรอบเดือน และ fertility รวมถึงการเปรียบเทียบกับ metformin และแนวทางปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล นี่คือข้อมูล SEO สำหรับหัวข้อ "Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล" พร้อม Tag, Title และ Description ที่สามารถคัดลอกไปใช้งานได้เลย Keyword Tags (สำหรับคัดลอกไปวาง) Burnout Syndrome, ภาวะหมดไฟ, หมดไฟในการทำงาน, Burnout อาการ, WHO burnout, ICD-11 burnout, QD85, DSM-5 burnout, สาเหตุ burnout, emotional exhaustion, depersonalization, reduced personal accomplishment, 3 มิติ burnout, งานวิจัย burnout, วิธีรับมือ burnout, การจัดการความเครียด, self-care burnout, การป้องกัน burnout, burnout 2025, occupational phenomenon Title (สำหรับ SEO) Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล | [ชื่อเว็บไซต์/เพจสุขภาพ] Description (สำหรับ SEO) Burnout Syndrome หรือ "ภาวะหมดไฟในการทำงาน" ไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดา แม้ DSM-5 จะไม่จัดเป็นโรคทางจิตเวช แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุใน ICD-11 (QD85) ในฐานะ "ปรากฏการณ์จากการทำงาน" บทความนี้อธิบาย 3 มิติสำคัญของ burnout: emotional exhaustion (เหนื่อยล้าทางอารมณ์), depersonalization (ความรู้สึกด้านลบต่องาน), และ reduced personal accomplishment (ประสิทธิภาพลดลง) พร้อมงานวิจัยล่าสุดในประเทศไทยที่เผยสถิติที่น่าตกใจ และวิธีการจัดการและป้องกันที่ได้ผล ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงการดูแลตัวเอง เพื่อกู้คืนสมดุลชีวิตและการทำงานอย่างยั่งยืน
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้