แชร์

โรค : มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.พ. 2025
550 ผู้เข้าชม

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีเม็ดเลือดขาว  ม้ามอีกด้วย ประมาน 80%สามารถรักษาหายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ

สาเหตุ
ยังไม่ทราบแน่ชัด ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ดียิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้น

การวินิจฉัย 
จากการซักประวัติตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ต่อมน้ำเหลือง และเก็บไขกระดูกมาส่องกล้องจุลทรรศน์ บางกรณีทำการผ่าตัดช่องท้องเพื่อประเมินการกระจายตัวของโรค เอกซเรย์ปอด CT PET บ่งบอกการกระจายของโรคเช่นกัน และส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งและรังสีช่วยรักษาต่อไป

การรักษา
ขึ้นอยู่กับการกระจายตัว การทำเคมีบำบัด ฉายแสง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง ยาลดปวด  หากมีอาการรุนแรง จำเป็นต้องปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งการรักษาค่อนข้างได้ผล 4 ใน 5 ของผู้ป่วย

ควรไม่ควร
ควรบอกแพทย์เกี่ยวกับยาที่กินอยู่
ควรบอกแพทย์หากตั้งครรภ์และให้นมบุตร
ควรพูดคุยปรึกษากับคนรอบข้างหากเครียดเกี่ยวกับมะเร็ง
ควรเก็บไข่หรือสเปริมไว้ในธนาคารหากมีแผนจะมีบุตร
ควรรีบบอกแพทย์หากมีอาการปวด ไข้ หรือหนองไหลจากแผลผ่าตัด
ควรบอกแพทย์ถ้าหายใจเร็วสั้น แน่นหน้าอก  ไอ และมีไข้หลังฉายแสง
ควรบอกแพทย์หากมีเลือดออก จ้ำเลือดหรือไข้ คลื่นไส้ อาเจียนหลังทำเคมีบำบัด

คำเตือน
!!! ห้ามละเลยอาการต่อมน้ำเหลืองโต
!!! ห้ามสูบบุหรี่
!!! ห้ามพลาดนัดแพทย์


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรค : รองช้ำ
พังผืดฝ่าเท้าเป็นแถบเนื้อเยื่อที่แข็งแรง เช่น เป็นแถบยางยืดที่วิ่งอยู่ใต้กระดูกฝ่าเท้า ราบติดปลายถึงกระดูกส้นเท้าและอีกข้างใกล้นิ้วเท้า โรครองช้ำเป็นภาวะบวมน้ำของ plantar fascia ซึ่งทำให้เกิดปวดเท้า
GLP-1 Receptor Agonists ฉบับสมบูรณ์: กลไก ประสิทธิภาพ ความเสี่ยง และ Off-label ใน PCOS
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับยา GLP-1 Receptor Agonists (Semaglutide, Tirzepatide) เจาะลึกกลไกการออกฤทธิ์ผ่าน incretin hormones, ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและ HbA1c, cardiovascular outcomes, ผลข้างเคียงที่พบบ่อย และความเสี่ยงระยะยาวที่ต้องเฝ้าระวัง (thyroid C-cell tumors, pancreatitis) พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับการใช้แบบ off-label ใน PCOS เพื่อจัดการ insulin resistance, การลดน้ำหนัก, การฟื้นคืนรอบเดือน และ fertility รวมถึงการเปรียบเทียบกับ metformin และแนวทางปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล นี่คือข้อมูล SEO สำหรับหัวข้อ "Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล" พร้อม Tag, Title และ Description ที่สามารถคัดลอกไปใช้งานได้เลย Keyword Tags (สำหรับคัดลอกไปวาง) Burnout Syndrome, ภาวะหมดไฟ, หมดไฟในการทำงาน, Burnout อาการ, WHO burnout, ICD-11 burnout, QD85, DSM-5 burnout, สาเหตุ burnout, emotional exhaustion, depersonalization, reduced personal accomplishment, 3 มิติ burnout, งานวิจัย burnout, วิธีรับมือ burnout, การจัดการความเครียด, self-care burnout, การป้องกัน burnout, burnout 2025, occupational phenomenon Title (สำหรับ SEO) Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล | [ชื่อเว็บไซต์/เพจสุขภาพ] Description (สำหรับ SEO) Burnout Syndrome หรือ "ภาวะหมดไฟในการทำงาน" ไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดา แม้ DSM-5 จะไม่จัดเป็นโรคทางจิตเวช แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุใน ICD-11 (QD85) ในฐานะ "ปรากฏการณ์จากการทำงาน" บทความนี้อธิบาย 3 มิติสำคัญของ burnout: emotional exhaustion (เหนื่อยล้าทางอารมณ์), depersonalization (ความรู้สึกด้านลบต่องาน), และ reduced personal accomplishment (ประสิทธิภาพลดลง) พร้อมงานวิจัยล่าสุดในประเทศไทยที่เผยสถิติที่น่าตกใจ และวิธีการจัดการและป้องกันที่ได้ผล ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงการดูแลตัวเอง เพื่อกู้คืนสมดุลชีวิตและการทำงานอย่างยั่งยืน
โรค : ความดันสูง
ความดันโลหิต หมายถึง แรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิด จากการสูบฉีดของหัวใจ ความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดความเครียดในระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดโรคของระบบหลอดเลือด ค่าความดันที่วัดได้ มี2 ค่า คือ ความดันตัวบน(systolic pressure) คือ ความดันขณะหัวใจบีบตัวสุด ความดันตัวล่าง(diastolic pressure) คือ ความดันขณะหัวใจคลายตัวสุด(heart at rest) มีค่าปกติอยู่ที่120/80 หน่วยเป็น มิลลิเมตรปรอท(mmHg) สมาคมโรคหัวใจให้นิยาม ภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อวัดค่าได้ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้