แชร์

โรค : มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.พ. 2025
523 ผู้เข้าชม

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีเม็ดเลือดขาว  ม้ามอีกด้วย ประมาน 80%สามารถรักษาหายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ

สาเหตุ
ยังไม่ทราบแน่ชัด ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ดียิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้น

การวินิจฉัย 
จากการซักประวัติตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ต่อมน้ำเหลือง และเก็บไขกระดูกมาส่องกล้องจุลทรรศน์ บางกรณีทำการผ่าตัดช่องท้องเพื่อประเมินการกระจายตัวของโรค เอกซเรย์ปอด CT PET บ่งบอกการกระจายของโรคเช่นกัน และส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งและรังสีช่วยรักษาต่อไป

การรักษา
ขึ้นอยู่กับการกระจายตัว การทำเคมีบำบัด ฉายแสง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง ยาลดปวด  หากมีอาการรุนแรง จำเป็นต้องปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งการรักษาค่อนข้างได้ผล 4 ใน 5 ของผู้ป่วย

ควรไม่ควร
ควรบอกแพทย์เกี่ยวกับยาที่กินอยู่
ควรบอกแพทย์หากตั้งครรภ์และให้นมบุตร
ควรพูดคุยปรึกษากับคนรอบข้างหากเครียดเกี่ยวกับมะเร็ง
ควรเก็บไข่หรือสเปริมไว้ในธนาคารหากมีแผนจะมีบุตร
ควรรีบบอกแพทย์หากมีอาการปวด ไข้ หรือหนองไหลจากแผลผ่าตัด
ควรบอกแพทย์ถ้าหายใจเร็วสั้น แน่นหน้าอก  ไอ และมีไข้หลังฉายแสง
ควรบอกแพทย์หากมีเลือดออก จ้ำเลือดหรือไข้ คลื่นไส้ อาเจียนหลังทำเคมีบำบัด

คำเตือน
!!! ห้ามละเลยอาการต่อมน้ำเหลืองโต
!!! ห้ามสูบบุหรี่
!!! ห้ามพลาดนัดแพทย์


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรค : ต่อมไทรอยด์อักเสบ
ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมขนาดเล็กที่อยู่ตรงกลางคอและมีความสำคัญต่อการควบคุมเมแทบอลิซึม ไทรอยด์อักเสบคือการอักเสบของต่อมนี้ การอักเสบอาจส่งผลให้เกิดต่อมทำงานเกิน (เรียกว่า hyperthyroidism)
โรค : กระดูกข้อมือหัก
บริเวณที่แขนท่อนล่างและมือเชื่อมต่อกันเรียกว่าข้อมือ. การแตกหักคือการแตกหักของกระดูกในบริเวณนี้ เวลาในการรักษามีระยะเวลาตั้งแต่ 6 สัปดาห์สำหรับอาการที่ไม่รุนแรง จนถึง 24 สัปดาห์สำหรับการแตกหักที่รุนแรง การหยุดพักที่รุนแรงขึ้น อาจใช้เวลา 6 ถึง 12 เดือนในการกู้คืนความคล่องตัวและความแข็งแรงปกติของข้อมือ
Perimenopause Deep Dive: ไม่ใช่แค่ Hot flashes — ทุกอย่างที่ผู้หญิงควรรู้?
Perimenopause หรือ "ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่วัยทอง" คืออะไร? บทความนี้เจาะลึกทุกประเด็นสำคัญที่ผู้หญิงวัย 40-50 ปีต้องรู้! เพราะไม่ใช่แค่ "Hot flashes" เท่านั้น แต่ยังมีอาการอื่นๆ อีกมากมายที่เกิดจาก estrogen fluctuation และ progesterone ลดลง เช่น heavy bleeding, brain fog, sleep disturbances, vaginal dryness, urinary urgency, mood swings, heart palpitations, dry skin, joint pain และ weight gain โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้