แชร์

โรค : บิดอะมีบา

อัพเดทล่าสุด: 29 มี.ค. 2025
568 ผู้เข้าชม

โรคบิดอะมีบา

เกิดจากการติดเชื้อที่ลำไส้ใหญ่ บางทีเกิดขึ้นที่ตับ

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อ อะมีบา จากกลุ่มปรสิตที่เรียกวา Entamoeba histolytica มักพบในเขตร้อน โดยเฉพาะที่แออัดและบริเวณความเป็นอยู่ที่สกปรก โรคบิด เป็นโรคที่ำให้ท้องเสียเกิดจากปรสิตทำลายลำไส้และกระเพาะ คนที่ได้รับปรสิตนี่จากการกินน้ำไม่สะอาด หรือกินอาหารที่มีการปนเปื้อน แมลงันและแมลงอื่นๆเป็นตัวกระจายเชื้อ และโรคนี้ยังสามารถติดจากการร่วมเพศผ่านทางทวารหนักได้อีกด้วย


อาการ
เริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื่อมา 2-4 อาทิตย์ ในบางเคสเป็นเดือน บางคนก็ไม่มีอาการ อาการที่เกิดส่วนใหญ่คือท้องร่วง 10-12 ครั้งต่อวัน ลำไส้เคลื่อนตัวตลิดเวลา ถ่ายเป็นเลือด ท้องแข็งเกร็งและปวดรุนแรง มีมุกลื่นๆปนออกมากับอุจจาระ อาจจะมีไข้ ปวดหลัง อ่อนเพลียร่วมด้วย

การวินิจฉัย 
ซักประวัติ และตรวจร่างกาย และเก็บตัวอย่างอุจจาระไปส่องกล้องเพื่อหาเชื้อปรสิต แพทย์จะแนะนำ ส่องกล้องไปที่ลำไส้ส่วนsigmoid หรือ colon โดยส่องกล้องสอดเข้าไปเก็บตัวอย่างลำไส้เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุอื่นๆ

การรักษา 
หลังจากกินยารักษาอาการจะดีขึ้นภายใน10-20วัน และจะตรวจอุจจาระอีกทีว่าเชื้อปรสิตหมดไปแล้วจริงๆ พักรักษาตัว และควรได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดสำหรับผู้มีอาการรุนแรง


สิ่งที่ควรทำ
ควรกินยาตามที่แพทย์สั่ง
ควรกินน้ำเยอะๆ
ควรล้างมือบ่อยๆให้สะอาดควรดื่มน้ำต้มสุกหรือโซดาถ้าไปในที่เชื้อนี้ระบาด
ควรแน่ใจว่าอาหารที่กินปรุงสุกแล้ว
ควรใส่ถุงยางระหว่างร่วมเพศ
แจ้งรีบแจ้งแพทย์หากกินยาที่แพทย์สั่งได้

ห้ามทำ
!!! ห้ามดื่มแอลกอฮอร์ระหว่างการรักษา
!!! ห้ามว่ายน้ำในแม่น้ำลำคลอง
!!! ห้ามกินผักสด ผลไม้ไม่ปลอกเปลือก ปลายังไม่ปรุงสุก หอย หรือกินน้ำแข็งเมื่อไปในสถานที่ดูแล้วไม่ค่อยสะอาด
!!! ห้ามหยุดยาเองหรือเพิ่มปริมาณยา


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรค : ตับอ่อนอักเสบ
เป็นอวัยวะที่ล้อมรอบด้วยกระเพาะ ลำไส้ และอวัยวะส่วนอื่น ผลิตน้ำย่อยและฮอร์โมนอินซูลิน เอนไซม์เหล่านี้จะถูกส่งไปที่ลำไส้ การอักเสบและบวมของตับอ่อนมีผลต่อการย่อยอาหาร และหากอาการเป็นทันทีร่วมกับภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
PrEP ฉบับสมบูรณ์: กลไก ประสิทธิภาพ ผลข้างเคียง และสิ่งที่แพทย์ไม่ได้บอกบนอินเทอร์เน็ต
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ PrEP (Pre-exposure Prophylaxis) ตั้งแต่กลไกการออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า 99% หากกินประจำ ผลข้างเคียงที่ควร monitor (ค่าไต, คลื่นไส้) ไปจนถึง "ความลับ" ที่ไม่มีบอกในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น adherence ปัญหา 50% เลิกกินในปีแรก, Chemsex กับความเสี่ยง, ความสำคัญของ HIV testing ก่อนเริ่ม PrEP เพื่อป้องกันการดื้อยา รวมถึงความก้าวหน้าใหม่ล่างอย่างยาฉีดทุก 2 เดือน (Cabotegravir) และทุก 6 เดือน (Lenacapavir) ที่อาจเปลี่ยนเกมการป้องกันทั่วโลก
HPV กับมะเร็งปากมดลูก: กลไกการก่อมะเร็งที่ทุกผู้หญิงควรเข้าใจ
เชื้อ HPV คือสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก แต่การติดเชื้อไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป ทำความเข้าใจกลไกการก่อโรคตั้งแต่การติดเชื้อ Human Papillomavirus สายพันธุ์เสี่ยงสูง (16, 18) ที่ผลิตโปรตีนก่อมะเร็ง E6 และ E7 จนกระทั่งยับยั้งการทำงานของยีนต้านมะเร็ง p53 และ pRb นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ CIN และมะเร็งระยะลุกลาม พร้อมข้อมูลวัคซีนและการตรวจคัดกรองที่ช่วยป้องกันได้
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้