วันที่ 6 กันยายน 2568 หรือ 15 ค่ำ เดือน 7 : วันสาทรจีน
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ย. 2025
169 ผู้เข้าชม

วันสารทจีน คืออะไร?
วันสารทจีน เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวจีน ตรงกับ วันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ของทุกปี โดยในปี 2567 นี้จะตรงกับ วันที่ 18 สิงหาคม
เทศกาลนี้รู้จักกันในหลายชื่อ เช่น
เทศกาลผี" (Ghost Festival)
"เดือนผี" (Ghost Month) - โดยทั้งเดือน 7 ถูกถือว่าเป็นเดือนที่ประตูโลกหลังชีวิตเปิดออก
ซึ่งเป็นวันเกิดของเทพ (Dìguān) หรือเทพแห่งโลก
(จุดสำคัญ) ของเทศกาลนี้คือ การแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ และการช่วยเหลือ "ผีไร้ญาติ" ให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน
ที่มาและความเชื่อ
ที่มาของวันสารทจีนมีความเชื่อมโยงกับทั้ง ศาสนาพุทธนิกายมหายาน, ลัทธิเต๋า, และความเชื่อพื้นบ้านของจีน จึงมีตำนานที่มาหลาย ที่สำคัญมีดังนี้
ที่มาจากความเชื่อทางลัทธิเต๋า (Taoism)
ตามลัทธิเต๋าเชื่อว่า เทพแห่งโลก (Dìguān Dàdì) จะทรงตรวจสอบบัญชีความดีความชั่วของมนุษย์บนโลก และให้อภัยโทษ แก่ผู้ที่สำนึกผิดในวันนี้ ดังนั้นผู้คนจึงทำพิธีเพื่อขออภัยโทษและบำเพ็ญกุศล
2. ที่มาจากศาสนาพุทธ: ตำนาน "มู่เหลียนMaudgalyayana Saves His Mother)
นี่เป็นตำนานที่รู้จักกันมากที่สุด เรื่องราวมีดังนี้
มู่เหลียน (目连, Mulian) เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าที่มีตาทิพย์
เขามองเห็นว่า แม่ที่ล่วงลับไปแล้ว ของเขาตกนรกกลายเป็น "เปรต" ( hungry ghost ) ทรมานมากเพราะบาปที่เคยสร้างไว้
มู่เหลียนพยายามส่งอาหารให้แม่ แต่ทันทีที่แม่จะกิน อาหารก็กลายเป็นไฟเผาไหม้
พระพุทธเจ้าจึงแนะให้มู่เหลียน ถวายอาหารและเครื่องใช้แก่พระสงฆ์ ในวันที่ 15 เดือน 7 พร้อมกับ อุทิศส่วนกุศล ให้แก่แม่และผีทั้งหมด
การกระทำนี้ช่วยให้แม่ของมู่เหลียนและผีทั้งหลายพ้นจากความทุกข์ทรมาน
ตำนานนี้สอดคล้องกับหลัก ความกตัญญูและการอุทิศส่วนกุศล ซึ่งเป็นหัวใจของวันสารทจีน
3. ความเชื่อพื้นบ้าน
ชาวจีนเชื่อว่าในช่วงเดือน 7 ประตูนรกจะเปิดออก ทำให้วิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ, วิญญาณเร่ร่อน และผีไร้ญาติ สามารถกลับมาโลกมนุษย์ได้ชั่วคราว เพื่อรับการบำรุงจากลูกหลานหรือรับของที่ผู้คนนำมาเซ่นไหว้
พิธีกรรมและกิจกรรมสำคัญ
1. การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ
ครอบครัวจะเตรียมอาหารคาวหวาน, ผลไม้, เหล้า, ชา, และ กระดาษเงินกระดาษทอง ไปเซ่นไหว้ที่ศาลหรือที่บ้าน เพื่อแสดงความกตัญญู
2. การไหว้ผีไร้ญาติ
เพื่อไม่ให้ผีเหล่านี้มาปรากฏการณ์ (รบกวน) การ hidup คนเป็น จึงมีการเซ่นไหว้ outside บ้านหรือริมถนน โดยใช้อาหาร, ขนม, และมักจะปักธูปเพียง 1 ดอก (不同于การไหว้บรรพบุรุษที่ปัก 3 ดอก) เพื่อเรียกให้ผีมารับเครื่องเซ่น
3. การปล่อยโคมน้ำ
ในบางพื้นที่เช่นไต้หวัน จะมีการปล่อยโคมกระดาษเล็กๆ ลงน้ำ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการนำทางให้ผีเร่ร่อนกลับไปยังโลกหลังความตายและให้แสงสว่างแก่พวกเขา
4. การเผกระดาษเงินกระดาษทอง
เชื่อว่าการเผกระดาษเงินกระดาษทองจะส่งไปให้บรรพบุรุษใช้ในโลกหลังความตาย
5. การงดกิจกรรมสำคัญ
ในเดือนผี คนจีนมัก งดงานมงคล เช่น งานแต่งงาน, งานขึ้นบ้านใหม่, เปิดธุรกิจใหม่ เพราะถือว่าเป็นช่วงที่ไม่เป็นมงคล
6. การอุทิศส่วนกุศล
การไปวัดเพื่อถวายทาน, สวดมนต์, และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับและผีทั้งหมด
อาหารและเครื่องเซ่นสำคัญ
เป็ดไก่ : ไก่ต้ม เป็ดย่าง
ขนมเปี๊ยะ : Symbolizes ความมั่งคั่ง
ผลไม้ : โดยเฉพาะ ส้ม, กล้วย, แอปเปิ้ล
ขนมเข่ง ขนมเทียน
กระดาษเงินกระดาษทอง และของใช้ที่ทำจากกระดาษ เช่น บ้าน, รถ, เสื้อผ้า
สรุป
วันสารทจีนไม่ได้เป็นเพียงแค่ "เทศกาลผี" ที่น่ากลัว แต่เป็นเทศกาลที่สะท้อนถึง วัฒนธรรมความกตัญญู อันลึกซึ้งของชาวจีน การดูแลเอาใจใส่ทั้งต่อบรรพบุรุษของตนและแม้แต่จิตวิญญาณเร่ร่อนที่ไม่มีใครดูแล แสดงให้เห็นถึงความเอื้ออาทรและความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ ซึ่งเป็นคุณค่าสากลที่สำคัญ
วันสารทจีน เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวจีน ตรงกับ วันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ของทุกปี โดยในปี 2567 นี้จะตรงกับ วันที่ 18 สิงหาคม
เทศกาลนี้รู้จักกันในหลายชื่อ เช่น
เทศกาลผี" (Ghost Festival)
"เดือนผี" (Ghost Month) - โดยทั้งเดือน 7 ถูกถือว่าเป็นเดือนที่ประตูโลกหลังชีวิตเปิดออก
ซึ่งเป็นวันเกิดของเทพ (Dìguān) หรือเทพแห่งโลก
(จุดสำคัญ) ของเทศกาลนี้คือ การแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ และการช่วยเหลือ "ผีไร้ญาติ" ให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน
ที่มาและความเชื่อ
ที่มาของวันสารทจีนมีความเชื่อมโยงกับทั้ง ศาสนาพุทธนิกายมหายาน, ลัทธิเต๋า, และความเชื่อพื้นบ้านของจีน จึงมีตำนานที่มาหลาย ที่สำคัญมีดังนี้
ที่มาจากความเชื่อทางลัทธิเต๋า (Taoism)
ตามลัทธิเต๋าเชื่อว่า เทพแห่งโลก (Dìguān Dàdì) จะทรงตรวจสอบบัญชีความดีความชั่วของมนุษย์บนโลก และให้อภัยโทษ แก่ผู้ที่สำนึกผิดในวันนี้ ดังนั้นผู้คนจึงทำพิธีเพื่อขออภัยโทษและบำเพ็ญกุศล
2. ที่มาจากศาสนาพุทธ: ตำนาน "มู่เหลียนMaudgalyayana Saves His Mother)
นี่เป็นตำนานที่รู้จักกันมากที่สุด เรื่องราวมีดังนี้
มู่เหลียน (目连, Mulian) เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าที่มีตาทิพย์
เขามองเห็นว่า แม่ที่ล่วงลับไปแล้ว ของเขาตกนรกกลายเป็น "เปรต" ( hungry ghost ) ทรมานมากเพราะบาปที่เคยสร้างไว้
มู่เหลียนพยายามส่งอาหารให้แม่ แต่ทันทีที่แม่จะกิน อาหารก็กลายเป็นไฟเผาไหม้
พระพุทธเจ้าจึงแนะให้มู่เหลียน ถวายอาหารและเครื่องใช้แก่พระสงฆ์ ในวันที่ 15 เดือน 7 พร้อมกับ อุทิศส่วนกุศล ให้แก่แม่และผีทั้งหมด
การกระทำนี้ช่วยให้แม่ของมู่เหลียนและผีทั้งหลายพ้นจากความทุกข์ทรมาน
ตำนานนี้สอดคล้องกับหลัก ความกตัญญูและการอุทิศส่วนกุศล ซึ่งเป็นหัวใจของวันสารทจีน
3. ความเชื่อพื้นบ้าน
ชาวจีนเชื่อว่าในช่วงเดือน 7 ประตูนรกจะเปิดออก ทำให้วิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ, วิญญาณเร่ร่อน และผีไร้ญาติ สามารถกลับมาโลกมนุษย์ได้ชั่วคราว เพื่อรับการบำรุงจากลูกหลานหรือรับของที่ผู้คนนำมาเซ่นไหว้
พิธีกรรมและกิจกรรมสำคัญ
1. การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ
ครอบครัวจะเตรียมอาหารคาวหวาน, ผลไม้, เหล้า, ชา, และ กระดาษเงินกระดาษทอง ไปเซ่นไหว้ที่ศาลหรือที่บ้าน เพื่อแสดงความกตัญญู
2. การไหว้ผีไร้ญาติ
เพื่อไม่ให้ผีเหล่านี้มาปรากฏการณ์ (รบกวน) การ hidup คนเป็น จึงมีการเซ่นไหว้ outside บ้านหรือริมถนน โดยใช้อาหาร, ขนม, และมักจะปักธูปเพียง 1 ดอก (不同于การไหว้บรรพบุรุษที่ปัก 3 ดอก) เพื่อเรียกให้ผีมารับเครื่องเซ่น
3. การปล่อยโคมน้ำ
ในบางพื้นที่เช่นไต้หวัน จะมีการปล่อยโคมกระดาษเล็กๆ ลงน้ำ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการนำทางให้ผีเร่ร่อนกลับไปยังโลกหลังความตายและให้แสงสว่างแก่พวกเขา
4. การเผกระดาษเงินกระดาษทอง
เชื่อว่าการเผกระดาษเงินกระดาษทองจะส่งไปให้บรรพบุรุษใช้ในโลกหลังความตาย
5. การงดกิจกรรมสำคัญ
ในเดือนผี คนจีนมัก งดงานมงคล เช่น งานแต่งงาน, งานขึ้นบ้านใหม่, เปิดธุรกิจใหม่ เพราะถือว่าเป็นช่วงที่ไม่เป็นมงคล
6. การอุทิศส่วนกุศล
การไปวัดเพื่อถวายทาน, สวดมนต์, และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับและผีทั้งหมด
อาหารและเครื่องเซ่นสำคัญ
เป็ดไก่ : ไก่ต้ม เป็ดย่าง
ขนมเปี๊ยะ : Symbolizes ความมั่งคั่ง
ผลไม้ : โดยเฉพาะ ส้ม, กล้วย, แอปเปิ้ล
ขนมเข่ง ขนมเทียน
กระดาษเงินกระดาษทอง และของใช้ที่ทำจากกระดาษ เช่น บ้าน, รถ, เสื้อผ้า
สรุป
วันสารทจีนไม่ได้เป็นเพียงแค่ "เทศกาลผี" ที่น่ากลัว แต่เป็นเทศกาลที่สะท้อนถึง วัฒนธรรมความกตัญญู อันลึกซึ้งของชาวจีน การดูแลเอาใจใส่ทั้งต่อบรรพบุรุษของตนและแม้แต่จิตวิญญาณเร่ร่อนที่ไม่มีใครดูแล แสดงให้เห็นถึงความเอื้ออาทรและความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ ซึ่งเป็นคุณค่าสากลที่สำคัญ
บทความที่เกี่ยวข้อง


