แชร์

เป้าหมายของการไหลเวียนเลือดขณะ CPR ?

อัพเดทล่าสุด: 22 ต.ค. 2025
335 ผู้เข้าชม
เป้าหมายของการไหลเวียนเลือดขณะ CPR ?
ในระหว่างการทำ CPR (การกู้ชีวิตหัวใจหยุดเต้น) เราไม่ได้วัด "ความเร็วของเลือด" โดยตรง เป็นตัวเลขแบบนั้น แต่เป้าหมายหลักคือการสร้าง "การไหลเวียนเลือดเทียม" ให้ได้มากที่สุดเพื่อไปเลี้ยงสมองและหัวใจ
แนวคิดสำคัญมีดังนี้:
1. เป้าหมายคือ "การไหลเวียน" ไม่ใช่ "ความเร็ว"
· การกดหน้าอกที่ดีจะทำให้เลือดถูกบีบออกจากหัวใจไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญ
· เป้าหมายคือทำให้มี "ความดันการไหลเวียน" (Perfusion Pressure) เพียงพอ โดยเฉพาะ ความดันที่ไปเลี้ยงสมอง (Cerebral Perfusion Pressure)
2. ตัวชี้วัดทางคลินิกที่แพทย์สนใจ
ในทางการแพทย์ เราให้ความสำคัญกับ:
· ความลึกของการกดหน้าอก: ผู้ใหญ่ประมาณ 5-6 ซม. แต่ไม่เกิน 6 ซม.
· อัตราการกด: 100-120 ครั้ง/นาที
· ปล่อยหน้าอกคืนตัวเต็มที่ หลังกดแต่ละครั้ง
· ลดการหยุดกดหน้าอก ให้มากที่สุด
3. ความดันเป้าหมาย
จากการวิจัย พบว่าในการทำ CPR ที่มีประสิทธิภาพควรสร้าง:
· ความดันซิสโตลิก (ช่วงบีบ): อย่างน้อย 60-80 mmHg
· ความดันเฉลี่ย (Mean Arterial Pressure): อย่างน้อย 30-40 mmHg
ซึ่งความดันระดับนี้เพียงพอที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจในระดับที่ป้องกันการตายของเซลล์ได้ชั่วคราว
4. ทำไมถึงสำคัญ?
· สมอง: ขาดเลือดได้เพียง 4-6 นาที ก็เริ่มตายอย่างถาวร
· หัวใจ: ต้องการเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเองด้วย
สรุป
แทนที่จะคิดเป็น "ความเร็วของเลือด" ให้คิดว่า "การกดหน้าอกที่เร็วและลึกพอเหมาะ จะสร้างการไหลเวียนเลือดที่เพียงพอชั่วคราว" เพื่อรอให้เครื่อง AED มาช็อกไฟฟ้าหรือรอให้ทีมแพทย์มาช่วยชีวิตต่อไป
การทำ CPR ที่ถูกต้องคือการ "ซื้อเวลา" ให้กับผู้ป่วยโดยการส่งเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจในระดับที่พอเพียง แม้จะไม่เท่ากับการเต้นของหัวใจตามปกติก็ตาม
ขออธิบายรายละเอียดเชิงการแพทย์เกี่ยวกับพลศาสตร์ของการไหลเวียนเลือดระหว่างการทำ CPR อย่างละเอียด
1. พื้นฐานทางสรีรวิทยาของการไหลเวียนเลือดระหว่าง CPR
1.1 กลไกการเกิดการไหลเวียนเลือด
· Thoracic Pump Mechanism: การกดหน้าอกทำให้ความดันในช่องอกเพิ่มขึ้น uniformly ทำให้เลือดถูกดันออกจากหัวใจ
· Cardiac Pump Mechanism: การกดตรงเหนือ sternum ทำให้หัวใจถูกกดทับระหว่าง sternum และ spine โดยตรง
1.2 พารามิเตอร์ของการไหลเวียนเลือด
· Cerebral Blood Flow (CBF): ต้องการอย่างน้อย 15-20% ของปกติ (ปกติ 50-60 ml/100g/min)
· Coronary Perfusion Pressure (CPP): คีย์ที่สำคัญสำหรับการฟื้นตัวของหัวใจ
2. พารามิเตอร์ความดันที่สำคัญ
2.1 Coronary Perfusion Pressure (CPP)
CPP = Aortic Diastolic Pressure - Right Atrial Diastolic Pressure
· เป้าหมาย: > 15-20 mmHg สำหรับโอกาสสำเร็จในการช็อกไฟฟ้า
· ต่ำกว่า 15 mmHg: โอกาสสำเร็จต่ำมาก
· ระหว่าง 15-25 mmHg: โอกาสสำเร็จปานกลาง
· สูงกว่า 25 mmHg: โอกาสสำเร็จดี
2.2 Cerebral Perfusion Pressure (CePP)
CePP = Mean Arterial Pressure - Intracranial Pressure
· เป้าหมาย: > 30-40 mmHg
· ต่ำสุดที่ยอมรับได้: > 20 mmHg
3. อัตราการไหลเวียนเลือดที่วัดได้
3.1 Cerebral Blood Flow (CBF)
· ปกติ: 50-60 ml/100g/min
· ระหว่าง CPR ที่มีประสิทธิภาพ: 20-30% ของปกติ 10-18 ml/100g/min
· ** ischemic threshold**: < 15-18 ml/100g/min neuronal dysfunction
· critical threshold: < 10 ml/100g/min irreversible damage
3.2 Coronary Blood Flow
· ปกติ: 60-80 ml/100g/min
· ระหว่าง CPR: 10-20% ของปกติ 6-16 ml/100g/min
· ขั้นต่ำสำหรับ myocardial viability: > 15-20 ml/100g/min
4. การตรวจติดตามทาง hemodynamic
4.1 Invasive Monitoring
· Arterial line: แสดง aortic pressure waveform
· Central venous line: วัด right atrial pressure
· End-Tidal CO2 (EtCO2):
· < 10 mmHg CPR ไม่มีประสิทธิภาพ
· 10-20 mmHg CPR มีประสิทธิภาพปานกลาง
· 20 mmHg CPR มีประสิทธิภาพดี
· 40 mmHg มักบ่งชี้ว่า ROSC เกิดขึ้นแล้ว
4.2 Cardiac Output ระหว่าง CPR
· ปกติ: 4-6 L/min
· ระหว่าง CPR: 20-30% ของปกติ 1.0-1.5 L/min
· เป้าหมาย: > 1.0 L/min เพื่อรักษา viability ของอวัยวะสำคัญ
5. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด
5.1 ปัจจัยทางกล
· อัตราการกด: 100-120 ครั้ง/นาที
· ความลึก: 5-6 cm สำหรับผู้ใหญ่
· Duty cycle: 50% (กด:ปล่อย = 1:1)
· เต็มที่หลังกด: ต้องปล่อยให้ sternum กลับตำแหน่งเดิมโดยสมบูรณ์
5.2 ปัจจัยทางเภสัชวิทยา
· Epinephrine: เพิ่ม α-adrenergic effect เพิ่ม coronary และ cerebral perfusion pressure
· Vasopressin: เพิ่ม systemic vascular resistance
6. เทคนิคพิเศษสำหรับการเพิ่มการไหลเวียนเลือด
6.1 Active Compression-Decompression CPR
· ใช้ device ที่ช่วยดึงหน้าอกขึ้นในช่วงปล่อย
· เพิ่ม venous return และ cardiac output
6.2 Impedance Threshold Device (ITD)
· ป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปในปอดในช่วงปล่อย
· ลด intrathoracic pressure เพิ่ม venous return
6.3 Mechanical CPR Devices
· LUCAS, AutoPulse
· ให้ CPR ที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง
· เพิ่ม coronary perfusion pressure ได้ดีกว่า manual CPR ในบางสถานการณ์
7. เป้าหมายทางคลินิกสำหรับ CPR ที่มีประสิทธิภาพ
พารามิเตอร์ ค่าปกติ ระหว่าง CPR ที่มีประสิทธิภาพ
Coronary Perfusion Pressure 60 mmHg 15-20 mmHg
Cerebral Blood Flow 50-60 ml/100g/min 10-18 ml/100g/min
End-Tidal CO2 35-45 mmHg 15-25 mmHg
Systolic Blood Pressure 100-140 mmHg 60-80 mmHg
Diastolic Blood Pressure 60-90 mmHg 20-40 mmHg
Cardiac Output 4-6 L/min 1.0-1.5 L/min
8. การประเมินประสิทธิภาพของ CPR
8.1 Real-time Feedback
· Waveform capnography
· Invasive arterial pressure monitoring
· CPR feedback devices
8.2 Physiological Markers
· EtCO2 ที่เพิ่มขึ้น
· Arterial relaxation pressure > 20 mmHg
· Return of spontaneous circulation (ROSC)
สรุปได้ว่าในทางการแพทย์ เรามุ่งเน้นที่การสร้าง adequate perfusion pressure มากกว่าความเร็วของเลือดโดยตรง โดยใช้ multiple parameters ในการประเมินประสิทธิภาพของการทำ CPR

บทความที่เกี่ยวข้อง
Hypokalemia ระหว่าง CPR แก้ไขยังไงดี?
ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) เป็นหนึ่งในสาเหตุย้อนกลับได้ของหัวใจหยุดเต้นใน ACLS H's and T's บทความนี้สรุปแนวทางการแก้ไขภาวะ Hypokalemia ระหว่างการทำ CPR ตามหลักฐานทางการแพทย์ล่าสุด
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้