แชร์

ทำไม Polymorphic VT จึงใช้ Defibrillation แบบไม่ Synchronized ?

48 ผู้เข้าชม
ทำไม Polymorphic VT จึงใช้ Defibrillation แบบไม่ Synchronized ?
1. พยาธิสรีรวิทยาพื้นฐาน (Underlying Pathophysiology)
Polymorphic VT ไม่ใช่เพียง "จังหวะเร็วที่รูปร่างเปลี่ยน" แต่มีกลไกการเกิดที่แตกต่างโดยพื้นฐานจาก Monomorphic VT:
กลไกการเกิดหลัก:
· Multiple Wavelets Reentry: มีวงจร reentry ขนาดเล็ก หลายวง (multiple unstable reentrant circuits) กระจายทั่วทั้ง ventricular myocardium วงจรเหล่านี้เกิดขึ้นและสลายตัวตลอดเวลา ทำให้รูปร่าง QRS เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง
· Dispersion of Repolarization: ความไม่สม่ำเสมอของระยะห่างระหว่างการฟื้นตัว (repolarization) ของเซลล์หัวใจในบริเวณต่างๆ โดยเฉพาะในภาวะ QT interval ยาว (Long QT Syndrome) ความแตกต่างนี้สร้าง "หน้าต่างแห่งความเปราะบาง" (vulnerable window) กว้างที่กระแสไฟฟ้าสามารถวนกลับได้หลายทาง
· Triggered Activity: มักถูกกระตุ้นโดย Early Afterdepolarizations (EADs) ซึ่งเป็น depolarization ที่เกิดในช่วง phase 2 หรือ 3 ของ action potential เนื่องจากความไม่เสถียรของเยื่อหุ้มเซลล์
ลักษณะทางไฟฟ้าที่สำคัญ:
· รูปร่าง QRS เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แบบไร้รูปแบบ (chaotic) ในทุก 3-5 ครั้งที่หัวใจเต้น
· Axis เปลี่ยนไปรอบ baseline (โดยเฉพาะใน Torsades de Pointes)
· RR interval เปลี่ยนแปลง (ไม่สม่ำเสมอ)
· ไม่มี morphology หลัก ที่คงที่ให้เครื่อง ECG จับเป็น template ได้
2. กลไกทางเทคนิค: ทำไมเครื่องช็อกไฟฟ้าจึง "จับ Sync ไม่ได้"
หลักการทำงานของ Synchronized Cardioversion:
เครื่องช็อกไฟฟ้าจะใช้ algorithm ดิจิตอลเพื่อ:
1. ตรวจจับ "ขาขึ้นที่ชันและเร็ว" ของคลื่น R wave ใน complex แต่ละครั้ง
2. วาง "sync marker" บนขาขึ้นนั้น
3. ปล่อยกระแสไฟฟ้าในเวลาที่กำหนด (โดยทั่วไปคือ 20-40 มิลลิวินาที) หลัง marker เพื่อหลีกเลี่ยงช่วง T wave (vulnerable period)
ปัญหาเมื่อใช้กับ Polymorphic VT:
1. ไม่มี R-wave ที่เสถียรให้ตรวจจับ: เนื่องจากรูปร่าง QRS เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เครื่องไม่สามารถ "เรียนรู้" pattern ที่จะ lock-on ได้
2. ความล่าช้าที่อันตราย: เมื่อเครื่องพยายามหาจุด sync ใหม่ในทุก complex (เพราะ morphology เปลี่ยน) อาจเกิดความล่าช้า 10-30 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ยอมรับไม่ได้ในภาวะที่ไม่เสถียร
3. การตีความสัญญาณผิดพลาด: complex บางอันอาจมีแอมพลิจูดต่ำหรือ isoelectric จนเครื่องคิดว่าเป็น asystole หรือ noise ทำให้ปฏิเสธการช็อกไปทั้งๆที่ผู้ป่วยมีภาวะที่อันตราย
3. หลักฐานและแนวทางปฏิบัติจากองค์กรวิชาชีพ
แนวทางของ American Heart Association (AHA):
· 2015 AHA/ACC/HRS Guideline: ระบุชัดเจนว่า "For polymorphic VT that is irregular and without a discrete QRS complex... unsynchronized shocks (defibrillation doses) are appropriate."
· 2020 AHA Guidelines for CPR and ECC: จัด Polymorphic VT ที่ไม่เสถียรให้อยู่ในกลุ่ม Shockable rhythms เดียวกับ Ventricular Fibrillation (VF) และ Pulseless VT
เหตุผลทางคลินิกที่สำคัญ:
1. ความใกล้เคียงกับ VF: Polymorphic VT ที่ไม่เสถียร มีความเสี่ยงสูงที่จะเสื่อมสภาพเป็น VF ภายในเวลาอันสั้น
2. No Organized Rhythm to Preserve: การประสานเวลา (synchronization) มีจุดประสงค์เพื่อรักษา "จังหวะพื้นฐานที่มีการจัดระเบียบ" แต่ Polymorphic VT ไม่มีจังหวะพื้นฐานเช่นนั้น
3. Time is Muscle (and Brain): การล่าช้าในการช็อกไฟฟ้าแม้เพียง 1 นาที ลดโอกาสรอดชีวิตลง 7-10%
4. แนวทางการรักษาระดับสูง
การประเมินและการตัดสินใจ:
1. ประเมินความเสถียรทันที: หากผู้ป่วยมีอาการไม่เสถียร (หมดสติ ซีด เหงื่อแตก ความดันต่ำ เจ็บหน้าอก) ให้ปฏิบัติเป็น Cardiac Arrest Protocol
2. การแยกแยะทางไฟฟ้า: หากแยกแยะไม่ได้ว่าเป็น Polymorphic VT หรือ VF ที่หยาบ (coarse VF) ให้ปฏิบัติเหมือนเป็น VF (defibrillate)
พลังงานที่แนะนำ:
· Biphasic Waveform: 120-200 J สำหรับการช็อกครั้งแรก (ตาม manufacturer's recommendation)
· Monophasic Waveform: 360 J
· เหตุผลที่ใช้พลังงานสูง: ต้องการ "รีเซ็ต" กล้ามเนื้อหัวใจทั้งหมดเนื่องจากมีจุดกำเนิดหลายจุด
การจัดการหลังช็อกไฟฟ้า:
1. CPR ทันทีหลังช็อก เป็นเวลา 2 นาที ก่อนประเมินจังหวะอีกครั้ง
2. การให้ยาร่วม: โดยทั่วไปใช้ Epinephrine (ทุก 3-5 นาที) และ Amiodarone (หรือ Lidocaine) อย่างไรก็ตามในกรณี Polymorphic VT จาก Long QT ควรระวังการใช้ Amiodarone
3. การแก้ไขสาเหตุ: แม้ในกรณีที่ไม่เสถียรก็ต้องแก้ไขสาเหตุร่วมด้วย เช่น
· Magnesium Sulfate: 1-2 g IV push (โดยเฉพาะใน Torsades de Pointes)
· Correcting electrolytes: โพแทสเซียม >4.0 mEq/L
· Pacing/Isoproterenol: ในกรณี bradycardia-dependent Polymorphic VT
5. ความแตกต่างเชิงแนวคิดกับ Monomorphic VT
Monomorphic VT:
· Single stable circuit: มีวงจร reentry เดียวที่คงที่
· Fixed substrate: มักเกิดจาก scar tissue หรือ structural heart disease ที่เฉพาะเจาะจง
· Organized rhythm: มีจังหวะพื้นฐานที่สามารถประสานเวลาได้
· การรักษา: อาจลอง synchronized cardioversion ด้วยพลังงานต่ำเริ่มต้น (เช่น 50-100 J biphasic) หากผู้ป่วยยังเสถียร
Polymorphic VT:
· Multiple unstable circuits: มีหลายวงจรที่เกิดขึ้นและสลายตัวตลอดเวลา
· Dynamic substrate: เกี่ยวข้องกับความไม่เสถียรของ repolarization ที่เปลี่ยนแปลงได้
· Disorganized rhythm: ไม่มีจังหวะพื้นฐานที่แท้จริง
· การรักษา: ต้องใช้ defibrillation เพื่อหยุดกระบวนการทั้งหมด
6. สรุป: ข้อคิดทางคลินิก
การเลือกใช้ defibrillation แบบไม่ synchronized สำหรับ Polymorphic VT ไม่ใช่เพียง "ทางเลือกเมื่อ sync ไม่ได้" แต่เป็น "ทางเลือกที่ถูกต้องตามพยาธิสรีรวิทยา"
การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงความเข้าใจว่า:
1. Polymorphic VT เป็นภาวะ "disorganized electrical storm" ไม่ใช่ organized tachycardia
2. จุดมุ่งหมายของการรักษาคือ "terminate the entire chaotic process" ไม่ใช่ "reset the rhythm"
3. ความเร็วในการรักษา สำคัญกว่าความพยายามที่จะรักษาจังหวะ (ซึ่งไม่มีอยู่จริง)
นี่คือเหตุผลที่ในทางปฏิบัติ เมื่อพบ Polymorphic VT ที่ไม่เสถียร แพทย์ที่มีประสบการณ์จะข้ามการพยายาม sync และใช้ defibrillation ทันที โดยมองว่ามันเป็น "VF ที่ยังมีโครงร่างบางอย่างเหลืออยู่" (VF in disguise) มากกว่าเป็น VT รูปแบบหนึ่ง
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแยกแยะทางคลินิกหรือการจัดการเฉพาะกรณี เช่น Polymorphic VT ในบริบทของ Acute Coronary Syndrome หรือในผู้ป่วยที่มี Structural Heart Disease ผมสามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy