แชร์

คลำชีพจร สำหรับเด็กทารก และ เด็กเล็ก ?

8 ผู้เข้าชม
คลำชีพจร สำหรับเด็กทารก และ เด็กเล็ก ?
การคลำชีพจรในเด็กมีความสำคัญ แต่ตำแหน่งที่แนะนำแตกต่างกันตามอายุของเด็ก เนื่องจากขนาดร่างกายและการเข้าถึงเส้นเลือดที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตที่หัวใจอาจหยุดเต้น
หลักการสำคัญ: สำหรับเด็กที่ "หมดสติและไม่ตอบสนอง" ควรมุ่งเน้นที่การประเมินการหายใจ และหากสงสัยว่าหัวใจหยุดเต้น ให้ เริ่มการกดหน้าอกทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาคลำชีพจรเป็นเวลานาน (ไม่เกิน 10 วินาที)
ตำแหน่งคลำชีพจร แบ่งตามอายุ
1. เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี (ทารก)
· ตำแหน่งแรกเลือก: เส้นเลือดแดงที่แขนด้านใน (Brachial Artery)
· ที่ตั้ง: อยู่ด้านในของต้นแขน ระหว่างข้อศอกกับรักแร้
· วิธีคลำ: ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางวางบนด้านในของต้นแขนเด็ก โดยให้นิ้วชี้อยู่ใกล้รักแร้ กดเบาๆ
· ตำแหน่งรอง: เส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบ (Femoral Artery)
· ที่ตั้ง: บริเวณขาหนีบ
· หมายเหตุ: คลำได้ยากกว่าในทารกที่มีไขมันใต้ผิวหนังมาก
2. เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป
· ตำแหน่งแรกเลือก: เส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอ (Carotid Artery) เช่นเดียวกับผู้ใหญ่
· ที่ตั้ง: ข้างลำคอ ระหว่างลูกกระเดือกและกล้ามเนื้อคอ
· วิธีคลำ: ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง (ไม่ใช่นิ้วโป้ง) คลำเบาๆ ที่ข้างลำคอ ครั้งละหนึ่งข้าง
· ตำแหน่งรอง: เส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบ (Femoral Artery)
เหตุผลทางการแพทย์ที่ตำแหน่งแตกต่างกันในทารก:
· คอสั้นและหนา: ทำให้คลำ Carotid artery ได้ยากและไม่ชัดเจน
· Brachial artery อยู่ตื้นและคลำง่าย: เป็นเส้นเลือดหลักที่ส่งเลือดจากหัวใจไปยังแขน ซึ่งแม้ในภาวะความดันโลหิตต่ำ ยังอาจคลำได้ดีกว่า
· ความปลอดภัย: การคลำบริเวณคอของทารกต้องระวังการกดทับทางเดินอากาศ
ขั้นตอนการประเมินเด็กหมดสติ (ตามแนวทาง PALS)
เมื่อพบเด็กหมดสติ ให้ทำตามขั้นตอนนี้อย่างรวดเร็ว:
1. ตรวจสอบการตอบสนอง: เขย่าตัวเบาๆ เรียกเสียงดัง
2. เปิดทางเดินหายใจ: ยกคางขึ้น ตรวจดูสิ่งกีดขวาง
3. ประเมินการหายใจ (ใน 10 วินาที):
· มอง ว่าหน้าอกยกขึ้นลงหรือไม่
· ฟัง ว่ามีเสียงหายใจ
· สัมผัส ลมหายใจ
· หากไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก: เตรียมทำ CPR
4. คลำชีพจร (ไม่เกิน 10 วินาที):
· ทารก (<1 ปี): คลำที่ Brachial artery หรือ Femoral artery
· เด็ก (≥1 ปี): คลำที่ Carotid artery หรือ Femoral artery
5. ตัดสินใจ:
· หากมีชีพจร แต่ไม่หายใจหรือหายใจไม่พอ: ให้ช่วยหายใจ ( rescue breathing) ทุก 2-3 วินาที (20-30 ครั้ง/นาที) และคลำชีพจรใหม่ทุก 2 นาที
· หากไม่มีชีพจร หรือชีพจรต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที ร่วมกับอาการ perfusion ไม่ดี (ซีด, ตัวเย็น): ให้ เริ่ม CPR ทันที
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
· อัตราการเต้นของหัวใจปกติในเด็กสูงกว่าผู้ใหญ่: ทารกอาจ 100-160 ครั้ง/นาที, เด็กเล็ก 80-120 ครั้ง/นาที การที่ชีพจรต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาทีในเด็กที่หมดสติ ถือว่าช้ามากและมักต้องทำ CPR
· การให้ความสำคัญกับการหายใจ: สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หัวใจเด็กหยุดเต้น เกิดจาก ภาวะขาดออกซิเจน (เช่น สำลัก หายใจล้มเหลว) การช่วยหายใจและให้ออกซิเจนจึงสำคัญยิ่ง
· สำหรับประชาชนทั่วไป: หากพบเด็กหมดสติและ ไม่หายใจหรือหายใจเฮือก ขอแนะนำให้ เริ่มกดหน้าอกทันที โดยไม่ต้องคลำชีพจร และโทรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน (1669)
สรุปการปฏิบัติตามอายุ
อายุของผู้ป่วย ตำแหน่งคลำชีพจรที่แนะนำ (สำหรับผู้ฝึก) ข้อควรระวัง
ทารก (<1 ปี) เส้นเลือดแดงที่แขน (Brachial) อย่ากดแรงเกินไป คลำเบาๆ
เด็ก (≥1 ปี) เส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอ (Carotid) คลำทีละข้าง อย่าใช้มือทั้งสองข้างกดพร้อมกัน
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์ในการเลือกตำแหน่งคลำชีพจรในเด็ก
การเลือกตำแหน่งคลำชีพจรในเด็กที่ต่างจากผู้ใหญ่ ไม่ใช่แค่เพราะเด็กตัวเล็กกว่า แต่มีพื้นฐานจาก กายวิภาคศาสตร์เชิงพัฒนาการ (Developmental Anatomy) พลศาสตร์ของระบบไหลเวียนโลหิตในเด็ก (Pediatric Hemodynamics) และกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดอันตราย อย่างมีหลักการ
1. กายวิภาคศาสตร์เชิงพัฒนาการและสรีรวิทยา (Developmental Anatomy & Physiology)
ก. ในทารก (อายุ < 1 ปี)
· สัดส่วนร่างกาย: ทารกมี คอที่สั้นและอวบอ้วน (short and fatty neck) การหาตำแหน่งที่ชัดเจนของ sternocleidomastoid muscle และ carotid triangle ทำได้ยากมาก ทำให้ carotid artery ถูกบดบังและอยู่ลึก
· การวางตำแหน่งที่เสี่ยง: การพยายามคลำ carotid artery ในทารกมักต้องใช้การกดและบิดคอ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการ กดทับทางเดินหายใจที่ยังอ่อนนุ่ม และอาจทำให้ทางเดินหายใจอุดตัน หรือบาดเจ็บที่ cervical spine ได้
· ทางเลือกที่เหนือกว่า: Brachial Artery
· เหตุผลเชิงกายวิภาค: Brachial artery อยู่ตื้นและมีหลักฐานทางกายวิภาคที่ชัดเจนกว่าในทารก (ที่ด้านในของต้นแขนระหว่าง biceps และ triceps)
· เหตุผลทางคลินิก: งานวิจัยหลายชิ้นแสดงว่า Brachial pulse ในทารกมีความแม่นยำและรวดเร็วในการตรวจจับ มากกว่า Femoral หรือ Carotid pulse สำหรับผู้ปฏิบัติการที่ได้รับการฝึกฝน
· ความปลอดภัย: การคลำที่แขนไม่รบกวนทางเดินหายใจหรือกระดูกสันหลังส่วนคอ
ข. ในเด็ก (อายุ ≥ 1 ปี)
· พัฒนาการทางร่างกาย: เด็กเริ่มมีคอที่ยาวขึ้น กล้ามเนื้อและกระดูกโครงสร้างชัดเจนขึ้น carotid pulse จึงเข้าถึงได้ง่ายและคล้ายกับผู้ใหญ่
· ความได้เปรียบของ Carotid Artery: กลายเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมเพราะใกล้กับ central circulation เช่นเดียวกับในผู้ใหญ่ ทำให้ตรวจจับภาวะประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจลดลง (reduced cardiac output) ได้ดีกว่า pulse ส่วนปลาย
2. พลศาสตร์ของระบบไหลเวียนโลหิตในเด็ก (Pediatric Hemodynamics) และความสัมพันธ์กับการประเมิน
· สาเหตุหลักของการหยุดเต้นของหัวใจในเด็ก: ประมาณ 80% เกิดจาก ภาวะขาดออกซิเจนและ/หรือภาวะช็อก (Asphyxial Arrest) ซึ่งต่างจากผู้ใหญ่ที่มักเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวจากโรคหัวใจ (Primary Cardiac Arrest) เช่น ventricular fibrillation
· ผลกระทบต่อการประเมิน: ในภาวะขาดออกซิเจน การเต้นของหัวใจจะค่อยๆ ช้าลงและหยุดเต้น (Bradycardia -> Asystole) ดังนั้น การตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจที่ช้ามาก (น้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที) ในเด็กที่หมดสติและไม่หายใจปกติ จึงมีความสำคัญเทียบเท่ากับการไม่มีชีพจรเลย เพราะบ่งชี้ว่า cardiac output ขั้นรุนแรงและกำลังจะเข้าสู่ cardiac arrest
· ความหมายของ "การไม่มีชีพจร": ในเด็ก อัตราเต้นน้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที ร่วมกับอาการแสดงของการไหลเวียนโลหิตไม่พอ (poor perfusion เช่น ซีด, ตัวเย็น, CRT > 2 วินาที) ให้ถือว่า "ไม่มีชีพจรที่มีประสิทธิภาพ" (Ineffective Pulse) และจำเป็นต้องเริ่ม CPR ทันที
· ข้อได้เปรียบของ Brachial Pulse ในทารก: ช่วยให้ผู้ช่วยเหลือสามารถ "วางนิ้วไว้บนชีพจร ขณะที่สายตาและสมาธิอีกส่วนอยู่ที่การประเมินการหายใจและการเปิดทางเดินหายใจของทารก" ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการจัดการกับสาเหตุหลัก (การขาดออกซิเจน)
3. เปรียบเทียบตำแหน่งคลำชีพจรในภาวะวิกฤต
ตำแหน่งชีพจร เหมาะสมสำหรับ ข้อดีเชิงลึก ข้อเสีย/ข้อควรระวังเชิงลึก
Brachial (แขน) ทารก (<1 ปี) 1. เข้าถึงได้ง่าย โดยไม่รบกวนการจัดการทางเดินหายใจ (Airway Management) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทารก 2. อัตราการตรวจจับที่แม่นยำสูงในผู้ฝึก 3. ตำแหน่งคงที่ อยู่ตื้น 1. ในภาวะ cardiac output ต่ำมากอาจหายไปเร็วกว่า central pulse 2. ต้องคลำอย่างเบามิฉะนั้นอาจกดทับเส้นเลือด
Carotid (คอ) เด็ก (>1 ปี) และผู้ใหญ่ 1. เป็น central pulse ที่สะท้อน cardiac output และ cerebral perfusion ได้ดีที่สุด 2. ตรวจจับได้แม้ในภาวะความดันโลหิตต่ำ (~60 mmHg) 1. ในทารก: กายวิภาคไม่เอื้ออำนวย เสี่ยงกดทางเดินหายใจ/หลอดเลือดแดงอีกข้าง 2. การกด carotid sinus อาจกระตุ้น reflex ทำให้หัวใจเต้นช้าลง (vagal tone) ได้ในเด็กบางราย
Femoral (ขาหนีบ) ทุกวัย (ตำแหน่งรอง) 1. เป็น central pulse ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง 2. มีประโยชน์เมื่อเข้าถึงคอไม่ได้ (เช่น บาดเจ็บที่คอ) 1. ต้องเปิดเสื้อผ้า ทำให้เสียเวลา 2. ในทารกไขมันมากอาจคลำยาก 3. อาจสับสนกับ pulse ของผู้ตรวจได้ง่ายหากใช้แรงกดมาก
4. สรุป: ตรรกะทางการแพทย์เบื้องหลังคำแนะนำ
การเลือกตำแหน่งคลำชีพจรในเด็กเป็นตัวอย่างของการแพทย์ที่อิงตามหลักฐาน (Evidence-Based Medicine) และปรับตามสรีรวิทยาเฉพาะกลุ่ม:
1. ทารก: ป้องกันอันตรายจากการจัดการทางเดินหายใจที่บกพร่อง → เลือก Brachial artery ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายและปลอดภัยกว่า โดยยังคงความแม่นยำในการประเมิน cardiac output
2. เด็ก (>1 ปี): เมื่อโครงสร้างร่างกายเอื้ออำนวย → ใช้ Carotid artery ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมอง (gold standard) ที่ดีที่สุด
จุดร่วมที่สำคัญที่สุด: ในสถานการณ์จริง การประเมินเด็กที่ "ไม่รู้สึกตัวและไม่หายใจปกติ (หรือหายใจเฮือก)" ภายใน 10 วินาที และการเริ่มการช่วยหายใจ/กดหน้าอกที่รวดเร็ว มีผลกระทบต่อการรอดชีวิตมากกว่าการพยายามคลำชีพจรให้แน่ชัดเป็นเวลานาน

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy