แชร์

การให้ Epi พร้อม Lidocaine ได้ไหม?

10 ผู้เข้าชม
การให้ Epi พร้อม Lidocaine ได้ไหม?
ไม่ควรให้ Lidocaine ร่วมกับ Epinephrine ในรูปแบบที่ผสมรวมในขวดเดียวกัน (Lidocaine-Epinephrine Combination Injection) ในการทำ CPR เนื่องจากสูตรผสมนั้นใช้สำหรับยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ห้ามให้ทางหลอดเลือดดำ
อย่างไรก็ตาม ในบริบทของ CPR คุณสามารถและควรให้ยาทั้งสองตัวแยกกันได้ โดยแต่ละตัวมีวัตถุประสงค์และขั้นตอนการให้ที่แตกต่างกันชัดเจน
สูตรผสม Lidocaine-Epinephrine ห้ามให้ทางหลอดเลือดใน CPR
ข้อมูลจากเอกสารกำกับยาชี้แจงอย่างชัดเจนว่าสูตรยาผสม Lidocaine กับ Epinephrine (เช่น ลิโดเคน 1% กับ อะดรีนาลีน 1:200,000) มีข้อบ่งใช้เพียงอย่างเดียวคือ เพื่อให้ยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia) เช่น การบล็อกเส้นประสาท การฉีดชาแผลผ่าตัด แม้ยานี้จะให้ผ่านเข็มได้ แต่เป็นการฉีดเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบเส้นประสาทโดยตรง ไม่ใช่เข้าสู่กระแสเลือด
ข้อห้ามสำคัญ:
· ห้ามให้ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous): มีการระบุไว้ชัดเจนในเอกสารกำกับยา เนื่องจากการให้เข้าหลอดเลือดโดยไม่ได้ตั้งใจ (ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในภาวะกดดัน) อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
✅ วิธีให้ Lidocaine และ Epinephrine ที่ถูกต้องในการทำ CPR
ในการกู้ชีพ ควรให้ยาทั้งสองตัวแยกกัน โดยใช้รูปแบบยาที่ถูกต้องและให้ทางหลอดเลือดดำ (IV) หรือทางโพรงกระดูก (IO)
1. Epinephrine (อะดรีนาลีน)
· จุดประสงค์: เพื่อเพิ่มโอกาสการกลับมาเต้นของหัวใจ (ROSC) โดยกระตุ้นหัวใจและเพิ่มความดันเลือด
· รูปแบบที่ใช้: Epinephrine 1:10,000 (ความเข้มข้น 0.1 mg/ml)
· ขนาดยา: 1 มก. (10 มล.) ให้ทุก 3-5 นาที ตลอดการทำ CPR
· วิธีการให้: IV/IO push รวดเร็ว ตามด้วยการ ล้างสาย (Flush) ด้วยน้ำเกลือ 20 มล.
2. Lidocaine (ลิโดเคน)
· จุดประสงค์: เป็นยาทางเลือกสำหรับ VF/pVT ที่ดื้อต่อการช็อกไฟฟ้า โดยเป็นทางเลือกรองจาก Amiodarone
· รูปแบบที่ใช้: Lidocaine สำหรับฉีดทางหลอดเลือด (IV formulation) 2% (20 มก./มล.)
· ขนาดยา: ครั้งแรก 1-1.5 มก./กก. (เช่น ผู้ป่วย 70 กก. ให้ 70-105 มก.) อาจให้ซ้ำในขนาด 0.5-0.75 มก./กก. ได้
· วิธีการให้: IV/IO push ตามด้วยการ Flush ด้วย NSS 20 มล. เช่นกัน (คล้ายกับการให้ Amiodarone ที่คุยกันก่อนหน้านี้)
สรุปและลำดับการให้ยาใน VF/pVT
(รูปแบบอ่านง่ายบนมือถือ)
เมื่อเริ่มการกู้ชีพ (0 นาที)
ทำ CPR คุณภาพสูง | ช็อกไฟฟ้าทันทีเมื่อพร้อม
หลังจากช็อกครั้งที่ 2
· ให้ยา: Epinephrine 1 mg
· การเตรียม: ใช้ Epinephrine 1:10,000 (10 ml)
· วิธีให้: IV/IO push + Flush 20 ml
หลังจากช็อกครั้งที่ 3 (หาก VF/pVT ยังอยู่)
· ให้ยา: Amiodarone (ยาตัวเลือกแรก) หรือ Lidocaine
· การเตรียม: Amiodarone 300 mg หรือ Lidocaine 1-1.5 mg/kg
· วิธีให้: IV/IO push + Flush 20 ml
หลังจากช็อกครั้งต่อไป
· ให้ยา: Epinephrine ซ้ำทุก 3-5 นาที หรือ Lidocaine ครั้งที่ 2 (ถ้าจำเป็น)
· ขนาด: Epinephrine 1 mg | Lidocaine 0.5-0.75 mg/kg
· หมายเหตุ: ให้ Epinephrine ตามเวลาของมันไปเรื่อยๆ
⚠️ คำเตือน: ห้ามนำขวดยาผสม Lidocaine-Epinephrine มาเจือจางหรือพยายามปรับเพื่อให้ทางหลอดเลือดใน CPR เนื่องจากนั่นไม่ใช่วิธีการใช้ยาที่ถูกต้องและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
บทสรุป
· "ผสม" ไม่ได้: อย่าใช้สูตรยาผสม Lidocaine-Epinephrine (สำหรับยาชาเฉพาะที่) ใน CPR
· "แยกให้" ได้: คุณสามารถให้ Epinephrine (เพื่อกระตุ้นหัวใจ) และ Lidocaine (เพื่อแก้ไขภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ) แยกกัน ทาง IV/IO ได้ โดยใช้รูปแบบยาที่ถูกต้องและให้ตามอัลกอริทึม ACLS
· ความสำคัญ: ให้ Epinephrine ตามเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ส่วน Lidocaine เป็นเพียงยารองที่ใช้เสริมในกรณีที่จังหวะหัวใจดื้อต่อการช็อกไฟฟ้า
ได้ แต่ต้องให้แยกกันตามอัลกอริทึม และมีเหตุผลทางเภสัชวิทยาที่ชัดเจนว่าทำไมไม่ควร "ผสม" ในขวดเดียวกันเพื่อให้ IV
การให้ Lidocaine และ Epinephrine ในภาวะ VF/pVT เป็นการรวมการรักษา 2 แนวทางที่เสริมกัน: Epinephrine กระตุ้นหัวใจและเพิ่มการไหลเวียนเลือด ในขณะที่ Lidocaine ปรับการนำไฟฟ้าหัวใจให้สม่ำเสมอ
เหตุผลเชิงลึกทางเภสัชวิทยาที่ ห้ามใช้ "สูตรผสม"
สูตรผสม Lidocaine-Epinephrine สำหรับยาชาเฉพาะที่ (มักเป็น Lidocaine 1% หรือ 2% ผสมกับ Epinephrine 1:200,000) ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะที่แตกต่างจาก CPR อย่างสิ้นเชิง:
1. เป้าหมายและกลไกการออกฤทธิ์
· Local Anesthesia: Epinephrine ในสูตรผสมทำหน้าที่เป็น ตัวหดหลอดเลือด (Vasoconstrictor) เพื่อลดการดูดซึม Lidocaine เข้าสู่กระแสเลือดจากบริเวณที่ฉีด ทำให้ฤทธิ์ชาท้องถิ่นยาวนานขึ้นและลดความเป็นพิษต่อระบบ
· CPR: Epinephrine ทำหน้าที่เป็น สารกระตุ้นหัวใจและหลอดเลือด (Vasopressor/Cardiac Stimulant) เพื่อเพิ่มความดันเลือด Coronary Perfusion Pressure และเพิ่มโอกาสการเต้นของหัวใจกลับคืน
2. ความเข้มข้นและอัตราส่วนที่ไม่เหมาะสม
· Epinephrine ในสูตรผสม: ความเข้มข้น 1:200,000 เท่ากับ 5 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร (5 mcg/ml) ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับที่ใช้ใน CPR (Epinephrine 1:10,000 ซึ่งเท่ากับ 100 mcg/ml)
· ปริมาณ Epinephrine ที่ได้รับ: หากฉีดสูตรผสม 10 ml เพื่อให้ได้ Lidocaine 100 mg ผู้ป่วยจะได้รับ Epinephrine เพียง 50 mcg ซึ่งน้อยกว่าขนาดมาตรฐานใน CPR ถึง 20 เท่า (1 mg = 1000 mcg) การเพิ่มปริมาณสูตรผสมเพื่อชดเชยจะทำให้ได้ Lidocaine เกินขนาดมหาศาล
3. ความเป็นพิษเมื่อให้ทางหลอดเลือด
· การให้ที่ไม่ได้ตั้งใจ: การฉีดสูตรผสมนี้เข้าหลอดเลือด (ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ตั้งใจระหว่างการบล็อกเส้นประสาท) ทำให้ Epinephrine เข้าสู่ระบบทันทีและเกิด ภาวะความดันโลหิตสูงฉับพลัน (Acute Hypertension) และ ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ (Tachyarrhythmia) เนื่องจากร่างกายได้รับ Vasoconstrictor โดยตรง
· ความไม่เข้ากัน: ส่วนประกอบอื่นในขวดยา (เช่น สารกันบูด Sodium Metabisulfite) ที่ออกแบบสำหรับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือรอบเส้นประสาท อาจไม่ปลอดภัยต่อการให้ IV bolus
✅ เหตุผลเชิงลึกที่ "ให้แยกกันได้" ตามอัลกอริทึม
การให้ยาทั้งสองตัวแยกกันใน CPR เป็นการเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกันภายใต้การควบคุมเวลาและขนาดยาที่แม่นยำ:
(จัดรูปแบบเปรียบเทียบแบบตาราง)
พารามิเตอร์ Epinephrine ใน CPR Lidocaine ใน CPR เมื่อให้ร่วมกันใน CPR (แยกกัน)
กลไกหลัก Alpha-1 & Beta-1 Agonist: 1. หดหลอดเลือด → เพิ่ม Coronary Perfusion Pressure (CPP) 2. กระตุ้นหัวใจ → เพิ่มโอกาส ROSC Class Ib Antiarrhythmic: ปิดกั้นช่อง Na⁺ เฉพาะในเซลล์ที่ถูกกระตุ้น/ขาดเลือด → ลด Automaticity & Re-entry Epinephrine สร้างการไหลเวียน (Perfusion) → Lidocaine ใช้การไหลเวียนนั้นขนส่งตัวเองไปออกฤทธิ์ที่หัวใจ
จุดประสงค์ร่วม เพิ่มโอกาสการได้ ROSC โดยเพิ่ม CPP ป้องกันการกลับมาเป็น VF/pVT ซ้ำ (VF Recurrence) หลังช็อกสำเร็จ เพิ่มโอกาสสำเร็จของการช็อกไฟฟ้า และ รักษาจังหวะปกติหลังช็อก
การทำงานร่วมกัน - - Epinephrine เพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้ Lidocaine ถูกส่งไปยังหัวใจได้ดีขึ้นและเร็วกว่าภาวะ Low Flow อย่างเดียว
ข้อควรระวัง ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นเร็ว/ผิดจังหวะได้ (Proarrhythmic Effect) อาจกดการบีบตัวของหัวใจ (Negative Inotropy) Epinephrine อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ซึ่ง Lidocaine มาช่วยควบคุม
การเสริมฤทธิ์ที่สำคัญ:
1. Chronological Synergy (การเสริมกันตามเวลา): Epinephrine ถูกให้ก่อน (หลังช็อกครั้งที่ 2) เพื่อเพิ่ม CPP ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับการกลับมาเต้นของหัวใจ Lidocaine จะถูกให้ในขั้นตอนถัดไป (หลังช็อกครั้งที่ 3) เพื่อจัดการกับจังหวะที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นเป้าหมายรอง
2. Pharmacodynamic Synergy (การเสริมกันทางเภสัชพลศาสตร์): Epinephrine กระตุ้น Beta-1 Receptor เพิ่ม CAMP ในเซลล์หัวใจ ทำให้เซลล์มี "ศักยภาพ" ในการตอบสนองต่อการช็อกไฟฟ้ามากขึ้น Lidocaine ช่วยลดความไม่เสถียรทางไฟฟ้า (Electrical Instability) ที่เกิดจากภาวะ Ischemia และ Catecholamine Surge (จาก Epinephrine เองและจากร่างกาย)
3. Safety Profile (โปรไฟล์ความปลอดภัย): การให้แยกกันทำให้สามารถควบคุมผลข้างเคียงของแต่ละตัวได้ หากผู้ป่วยเกิดภาวะความดันโลหิตสูงหรือหัวใจเต้นเร็วมากผิดปกติจากการตอบสนองต่อ Epinephrine เราสามารถประเมินและปรับแผนก่อนให้ Lidocaine รอบต่อไปได้
⚠️ ข้อควรระวังในการให้ร่วมกัน
แม้จะให้แยกกัน แต่การมี Epinephrine ในระบบก็อาจส่งผลต่อ Lidocaine:
· การลดลงของ Hepatic Blood Flow: Epinephrine หดหลอดเลือดในระบบ Portal อาจลดการไหลเวียนเลือดไปยังตับ ซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการเมแทบอลิซึม Lidocaine ทำให้ระดับ Lidocaine ในเลือดอาจอยู่สูงนานขึ้น (เพิ่ม Half-life) เสี่ยงต่อการเกิดพิษสะสมหากให้ยาซ้ำ
· Proarrhythmic Potential: Epinephrine เองก็อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Proarrhythmic) ได้ ซึ่ง Lidocaine อาจช่วยควบคุมหรืออาจควบคุมไม่ได้
สรุปเชิงลึก
การห้ามใช้ "สูตรผสม" และการอนุญาตให้ "ให้แยกกัน" ใน CPR สรุปได้จากหลักการใหญ่สองข้อ:
1. "Formulation Dictates Route": รูปแบบของยาที่ผลิตมา (Formulation) กำหนดวิธีการให้ (Route of Administration) โดยเฉพาะ สูตรผสม Local Anesthetic ถูกออกแบบด้วยเป้าหมายทางเภสัชวิทยาและส่วนประกอบที่ไม่เหมาะสำหรับ IV Bolus
2. "Context-Dependent Pharmacology": เภสัชวิทยาของยาขึ้นกับบริบท Epinephrine ใน CPR (ให้ IV เพื่อ systemic effect) กับ Epinephrine ใน Local Anesthesia (ให้เข้ากล้ามเนื้อ/เนื้อเยื่อเพื่อ local vasoconstriction) เป็น "คนละตัวกัน" ในทางปฏิบัติ แม้จะเป็นสารเคมีชนิดเดียวกัน
ในทางปฏิบัติแล้ว การให้ทั้งสองตัวแยกกันตามอัลกอริทึม ACLS เป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีหลักฐานสนับสนุนมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy