การให้ยา amiodarone ใน ขณะ CPR ควรให้อย่างไร?
7 ผู้เข้าชม

การให้ยา amiodarone ใน ขณะ CPR ควรให้อย่างไร?
ขณะทำ CPR การให้ยา Amiodarone ใช้สำหรับภาวะหัวใจหยุดเต้นที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็น Ventricular Fibrillation (VF) หรือ pulseless Ventricular Tachycardia (pVT) ที่ดื้อต่อการช็อกไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้การช็อกไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขนาดยาและวิธีให้สำหรับภาวะหัวใจหยุดเต้น (VF/pVT)
ในระหว่างการกู้ชีพ ให้ยาผ่านทางหลอดเลือดดำ (IV) หรือเข้าโพรงกระดูก (IO) โดยหลักการให้มีดังนี้:
ยาเริ่มต้นครั้งแรก
· ขนาดยา: 300 mg
· วิธีให้: ฉีดเข้าเส้นเร็ว (IV push) โดยไม่ต้องเจือจาง (undiluted)
· หมายเหตุ: ในบางแหล่งแนะนำให้ฉีดตามด้วยน้ำเกลือ (Normal Saline) 20 ml เพื่อล้างยาให้เข้าสู่ระบบไหลเวียน
ยาเพิ่มเติมครั้งที่สอง
· ขนาดยา: 150 mg
· เวลาที่ให้: หากหลังการช็อกไฟฟ้าครั้งต่อไป (โดยทั่วไปคือครั้งที่ 5) ยังคงเป็น VF/pVT
· หมายเหตุ: รวมกับยาครั้งแรกแล้วไม่ควรเกิน 2.2 กรัม ใน 24 ชั่วโมง
ขั้นตอนตามอัลกอริทึม ACLS และข้อมูลเพิ่มเติม
คุณควรทราบบริบทที่ใช้ยาและข้อควรระวัง ดังนี้:
กรณีใช้ยาอื่นร่วม
· ใช้สำหรับ VF/pVT ที่ดื้อต่อการช็อกไฟฟ้า โดยใช้หลังจาก Epinephrine แล้ว ควรให้หลังจากช็อกไฟฟ้าครั้งที่ 3 ที่ล้มเหลว
หลักฐานทางคลินิก
· ยาอาจเพิ่มโอกาสการฟื้นฟูการไหลเวียนเลือด (ROSC) แต่ไม่พบว่าช่วยปรับปรุงอัตราการรอดชีวิตระยะยาวหรือผลลัพธ์ทางระบบประสาท
การเตรียมยา
· สูตรที่เข้มข้น (concentrated form) สามารถใช้ฉีด IV push ได้โดยตรง
· สูตรที่เจือจาง (premixed) อาจใช้ไม่ได้ในกรณีนี้
ผลข้างเคียงที่ควรทราบ
· อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำ (hypotension) ได้ โดยเฉพาะเมื่อให้เร็วในผู้ป่วยที่มีการไหลเวียนเลือดปกติ แต่ในภาวะกู้ชีพ การให้ยาถือว่าจำเป็น
ขณะทำ CPR การให้ยา Amiodarone ใช้สำหรับภาวะหัวใจหยุดเต้นที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็น Ventricular Fibrillation (VF) หรือ pulseless Ventricular Tachycardia (pVT) ที่ดื้อต่อการช็อกไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้การช็อกไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขนาดยาและวิธีให้สำหรับภาวะหัวใจหยุดเต้น (VF/pVT)
ในระหว่างการกู้ชีพ ให้ยาผ่านทางหลอดเลือดดำ (IV) หรือเข้าโพรงกระดูก (IO) โดยหลักการให้มีดังนี้:
ยาเริ่มต้นครั้งแรก
· ขนาดยา: 300 mg
· วิธีให้: ฉีดเข้าเส้นเร็ว (IV push) โดยไม่ต้องเจือจาง (undiluted)
· หมายเหตุ: ในบางแหล่งแนะนำให้ฉีดตามด้วยน้ำเกลือ (Normal Saline) 20 ml เพื่อล้างยาให้เข้าสู่ระบบไหลเวียน
ยาเพิ่มเติมครั้งที่สอง
· ขนาดยา: 150 mg
· เวลาที่ให้: หากหลังการช็อกไฟฟ้าครั้งต่อไป (โดยทั่วไปคือครั้งที่ 5) ยังคงเป็น VF/pVT
· หมายเหตุ: รวมกับยาครั้งแรกแล้วไม่ควรเกิน 2.2 กรัม ใน 24 ชั่วโมง
ขั้นตอนตามอัลกอริทึม ACLS และข้อมูลเพิ่มเติม
คุณควรทราบบริบทที่ใช้ยาและข้อควรระวัง ดังนี้:
กรณีใช้ยาอื่นร่วม
· ใช้สำหรับ VF/pVT ที่ดื้อต่อการช็อกไฟฟ้า โดยใช้หลังจาก Epinephrine แล้ว ควรให้หลังจากช็อกไฟฟ้าครั้งที่ 3 ที่ล้มเหลว
หลักฐานทางคลินิก
· ยาอาจเพิ่มโอกาสการฟื้นฟูการไหลเวียนเลือด (ROSC) แต่ไม่พบว่าช่วยปรับปรุงอัตราการรอดชีวิตระยะยาวหรือผลลัพธ์ทางระบบประสาท
การเตรียมยา
· สูตรที่เข้มข้น (concentrated form) สามารถใช้ฉีด IV push ได้โดยตรง
· สูตรที่เจือจาง (premixed) อาจใช้ไม่ได้ในกรณีนี้
ผลข้างเคียงที่ควรทราบ
· อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำ (hypotension) ได้ โดยเฉพาะเมื่อให้เร็วในผู้ป่วยที่มีการไหลเวียนเลือดปกติ แต่ในภาวะกู้ชีพ การให้ยาถือว่าจำเป็น


