แชร์

flashback ในเข็มเกิดได้อย่างไร?

26 ผู้เข้าชม
flashback ในเข็มเกิดได้อย่างไร?
อธิบายเชิงลึกเกี่ยวกับปรากฏการณ์ "Flashback" หรือการไหลย้อนกลับของเลือดเข้าไปในเข็มหรือหลอดดูด ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่าปลายเข็มอยู่ในช่องของเส้นเลือดดำแล้ว
หลักการพื้นฐาน: ความดัน
· ความดันในระบบไหลเวียนเลือด: ในเส้นเลือดดำ (venous system) มีความดันบวก (positive pressure) ต่ำๆ อยู่แล้ว
· การสร้างความดันเพิ่ม: การรัดสายรัด (tourniquet) บนแขนจะทำให้เลือดจากหลอดเลือดแดงไหลเข้ามาแต่เลือดจากหลอดเลือดดำไหลออกไม่ได้ จึงเกิดการคั่งและ เพิ่มความดันภายในเส้นเลือดดำ นั้นให้สูงขึ้นกว่าบรรยากาศภายนอกชั่วคราว
· หลักการของของไหล: ของไหล (เลือด) จะไหลจากพื้นที่ที่มีความดันสูงไปยังพื้นที่ที่มีความดันต่ำกว่า
กลไกการเกิด Flashback แบบทีละขั้นตอน:
1. ก่อนเจาะ:
· เส้นเลือดดำมีภาวะคั่งเลือดและความดันภายในสูงขึ้นจากการรัดสายรัด
· ในเข็มหรือหลอดสุญญากาศ (vacutainer) มีความดันต่ำกว่ามาก (ใกล้ศูนย์หรือเป็นสุญญากาศ) โดยเฉพาะในหลอดดูดเลือดชนิดสุญญากาศ (vacutainer) ที่มีแรงดูดสำเร็จรูป
2. ขณะที่ปลายเข็มแทงเข้าไปในช่องเส้นเลือดดำ:
· เมื่อปลายเข็ม (bevel) แทงทะลุผนังเส้นเลือดดำเข้าไปในช่องเลือด (lumen) ความดันภายในเส้นเลือดดำที่สูงกว่าจะดันให้เลือดไหลเข้าสู่ช่องเข็มซึ่งมีความดันต่ำกว่าทันที
· เลือดจะไหลเข้าสู่เข็มอย่างรวดเร็วตามเส้นทางที่มีแรงต้านทานน้อยที่สุด
3. การมองเห็น (Visualization):
· ใน เข็มที่ต่อกับหลอดสุญญากาศ: เลือดจะถูกดูดด้วยแรงสุญญากาศเข้าไปในหลอดทันที ทำให้เห็นเลือดในหลอดชัดเจน
· ใน เข็มที่ต่อกับสายให้สารน้ำ (IV catheter): เข็มชนิดนี้มักเป็นแบบ "over-the-needle catheter" (เช่น หัวเข็มเบอร์ฝาสีต่าง ๆ) มีช่องว่างเล็กๆ ระหว่างเข็มเหล็ก (stylet) กับปลอกพลาสติก (catheter) เลือดจะไหลย้อนกลับเข้ามาใน flashback chamber (ห้องขนาดเล็กบริเวณฐานของปลอกพลาสติกที่เป็นสีใส) ทำให้มองเห็นเลือดสีแดงเข้มปรากฏขึ้นมา
ประเภทของ Flashback:
1. Immediate Flashback: เกิดขึ้นทันทีที่แทงเข้าเส้นเลือด แสดงว่าแทงถูกตำแหน่งพอดี
2. Delayed Flashback: อาจเกิดช้าหรือมีเลือดไหลกลับมาเพียงเล็กน้อย หากปลายเข็มยังไม่ได้อยู่ในช่องเส้นเลือดที่สมบูรณ์ (เช่น ปลายเข็มอยู่เพียงบางส่วน หรือเส้นเลือดมีขนาดเล็กมาก)
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Flashback:
· ความดันในเส้นเลือดดำ: ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันเลือดต่ำ (hypotension) รุนแรง อาจมี flashback น้อยหรือไม่มีเลย แม้จะเจาะถูก
· ขนาดของเส้นเลือด: เส้นเลือดใหญ่จะให้ flashback ที่ดีและเร็ว
· แรงสุญญากาศในหลอด: ในกรณีใช้หลอดดูดเลือด แรงสุญญากาศจะช่วยดึงเลือดเข้ามาชัดเจน
· ตำแหน่งปลายเข็ม:
· หากปลายเข็มชิดผนังด้านตรงข้ามของเส้นเลือด (abutment) อาจขวางการไหลของเลือด
· หากแทงทะลุผ่านเส้นเลือดออกอีกด้าน (through-and-through) อาจไม่เห็น flashback หรือเห็นเพียงชั่วคราวแล้วหยุด
ความสำคัญในทางคลินิก:
· สัญญาณยืนยันหลัก (Primary Confirmatory Sign): บอกว่าปลายเข็มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ก่อน การให้สารน้ำหรือยา ซึ่งป้องกันการฉีดสารออกนอกเส้น (infiltration) ที่อาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บหรือตายได้
· ลดการลองผิดลองถูก: ลดความจำเป็นในการแทงเข็มซ้ำหลายครั้ง ซึ่งเพิ่มความเจ็บปวดและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นเลือด
· แยกแยะการเจาะถูก/ผิด: ช่วยแยกจากกรณีที่เข็มไปอยู่ที่เส้นเลือดแดง (ซึ่งเลือดจะแดงสดและอาจพุ่งออกมาตามจังหวะการเต้นของหัวใจ) หรืออยู่แค่ในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
ข้อควรระวัง:
· Flashback ไม่ใช่เครื่องยืนยันความปลอดภัย 100%: บางครั้งอาจเกิด "False Flashback" ได้ เช่น
· เลือดจากเส้นเลือดฝอยที่เสียหายจากการแทงทะลุผ่านเส้นเลือดเล็ก ๆ
· เกิดจากแรงสุญญากาศในหลอดดูดที่ดึงเลือดจากเนื้อเยื่อรอบข้างเข้ามาได้
· การตรวจสอบเพิ่มเติม: หลังเห็น flashback แล้ว ผู้ทำหัตถการจะต้องตรวจสอบความมั่นใจเพิ่มเติม เช่น ดูว่าเลือดไหลเข้าหลอดได้ดีเมื่อต่อหลอดดูดเลือดหลายหลอด หรือเมื่อปล่อยสายรัดและให้สารน้ำแล้วไม่มีการบวมขึ้นรอบๆ บริเวณที่แทงเข็ม
สรุปว่า Flashback เป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่อธิบายได้ด้วยหลักความดัน ซึ่งเลือดจะไหลจากพื้นที่ความดันสูง (เส้นเลือดดำที่ถูกรัด) ไปยังพื้นที่ความดันต่ำ (เข็มและหลอดสุญญากาศ) และถูกออกแบบมาในอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้สังเกตเห็นได้ง่าย เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการเข้าถึงเส้นเลือดดำที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
คำถามนี้เจาะลึกไปที่หลักฟิสิกส์และสรีรวิทยาที่สำคัญ แต่อย่างที่กล่าวไว้ ข้อมูลนี้สำหรับความเข้าใจเชิงวิชาการเท่านั้น
การเกิด Flashback ไม่ได้อาศัย "ความดันค่าหนึ่งค่าตายตัว" แต่เป็นผลจาก ความต่างของความดัน (Pressure Gradient) ระหว่างความดันภายในเส้นเลือดดำและความดันภายในอุปกรณ์ (เข็ม/หลอด)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาดูค่าความดันที่เกี่ยวข้องกัน:
1. ค่าความดันพื้นฐานในระบบไหลเวียนเลือด (หน่วย: มิลลิเมตรปรอท, mmHg)
· ความดันเลือดในหลอดเลือดแดง (Arterial): สูงมาก ประมาณ 80 - 120 mmHg (ขณะหัวใจบีบตัว)
· ความดันเลือดในหลอดเลือดดำ (Venous) กลางๆ: ต่ำมาก ประมาณ 5 - 15 mmHg
· ความดันในเนื้อเยื่อโดยรอบ (Interstitial Pressure): ต่ำมาก ประมาณ 0 - 5 mmHg
· ความดันบรรยากาศ (Atmospheric Pressure): กำหนดเป็น 0 mmHg (เป็นจุดอ้างอิง)
2. ความดันที่เปลี่ยนแปลงได้ในระหว่างการเจาะเลือด (ปัจจัยหลัก)
· ความดันในเส้นเลือดดำหลังจากรัดสายรัด (Tourniquet Pressure):
· การรัดสายรัดจะกักไม่ให้เลือดดำไหลกลับสู่หัวใจ แต่เลือดแดงยังไหลเข้ามาในแขนได้เรื่อยๆ
· ทำให้เส้นเลือดดำขยายตัวและ ความดันภายในเพิ่มขึ้น จนเข้าใกล้หรือสูงกว่าความดันในหลอดเลือดฝอย (Capillary Pressure) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 15 - 30 mmHg
· ค่าประมาณภายหลังรัดสายรัด: ความดันในเส้นเลือดดำบริเวณที่เจาะอาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 20 - 40 mmHg หรืออาจสูงกว่าในบางคน
· ความดันภายในอุปกรณ์ (Pressure in the Device):
· กรณีใช้เข็มเปล่าๆ (เช่น ก่อนต่อสายน้ำเกลือ): ความดันในเข็ม ≈ ความดันบรรยากาศ (0 mmHg)
· กรณีใช้หลอดสุญญากาศ (Vacutainer): หลอดเหล่านี้ถูกสร้างให้มีแรงดันลบ (สุญญากาศ) ค่าที่ใช้กันทั่วไปอยู่ในช่วง -100 ถึง -400 mmHg (ขึ้นอยู่กับขนาดและผู้ผลิต) ซึ่งหมายความว่ามันมีแรง "ดูด" จากภายในหลอด
3. การคำนวณความต่างความดันขั้นต่ำที่ทำให้เกิด Flashback (อย่างง่าย)
จากหลักการของไหล: ของไหลจะเริ่มไหลเมื่อ ความดันด้านเข้า (ในเส้นเลือด) > ความดันด้านออก (ในอุปกรณ์) + แรงต้าน (จากความหนืดเลือดและขนาดเข็ม)
· สมการคร่าวๆ: ΔP (ความต่างความดัน) = P_vein (ในเส้นเลือด) - P_device (ในอุปกรณ์)
· ตัวอย่างในทางปฏิบัติ:
· สถานการณ์: รัดสายรัดแล้ว P_vein ≈ 30 mmHg, ใช้หลอดสุญญากาศที่มี P_device = -200 mmHg
· ความต่างความดัน ΔP = 30 - (-200) = 230 mmHg
· ความต่างความดันมหาศาลถึง 230 mmHg นี้คือแรงผลักดันที่ทำให้เลือดพุ่งเข้าสู่หลอดทันทีที่ปลายเข็มทะลุผนังเลือด
4. สถานการณ์ที่อาจไม่เห็น Flashback หรือเห็นช้า (No/Delayed Flashback)
1. ความดันเลือดต่ำมาก (Severe Hypotension): ผู้ป่วยช็อก P_vein อาจต่ำกว่า 5 mmHg แม้รัดสายรัดก็ไม่สูงพอ แรงดันไม่พอขับเลือดเข้าเข็ม
2. เส้นเลือดยุบ (Collapsed Vein): การใช้สายรัดที่รัดแน่นเกินไปหรือนานเกินไป ทำให้ความดันรอบนอกสูงกว่าความดันในเส้นเลือด เส้นเลือดแฟบ เลือดไหลไม่ได้
3. ปลายเข็มไม่อยู่ในตำแหน่งดี: ปลายเข็มอาจชิดผนังหรือทะลุออกอีกด้าน
4. เข็มอุดตัน: มีสิ่งอุดตันในปลายเข็ม (เช่น ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออุดปลายเข็ม)
สรุปเชิงลึก:
ไม่ใช่ "ความดันเท่าใด" แต่คือ "ความต่างความดัน" ที่เพียงพอจะเอาชนะ Critical Opening Pressure ของช่องเข็มและความหนืดของเลือด ซึ่งโดยทั่วไป แรงดันจากเส้นเลือดดำที่ถูกกัก (20-40 mmHg) เมื่อเทียบกับสุญญากาศในหลอด (-100 ถึง -400 mmHg) สร้างความต่างได้มากกว่า 100 mmHg ขึ้นไป ซึ่งมากกว่าเพียงพอที่จะดันเลือดให้ไหลย้อนกลับมาเห็นชัดเจนทันที
ในทางคลินิก: ผู้ทำหัตถการณ์ไม่ต้องคำนวณเลขเหล่านี้ แต่ใช้ความรู้สึกจากการฝึกฝนและการสังเกต flashback เป็นสัญญาณหลัก ควบคู่ไปกับการประเมินสภาวะผู้ป่วย (เช่น ถ้ารู้ว่าผู้ป่วยความดันต่ำ ก็จะคาดหวัง flashback ที่ช้าและน้อยกว่า)

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy