"วันนักข่าว" หรือ "วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ"
อัพเดทล่าสุด: 3 มี.ค. 2026
18 ผู้เข้าชม

สำหรับ "วันนักข่าว" หรือ "วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ" ในประเทศไทย ซึ่งในปี 2026 นี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม ถือเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิชาชีพสื่อมวลชน โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
1. ที่มาของการนิยาม (The Origin)
การก่อตั้งสมาคม: วันนักข่าวถือกำเนิดขึ้นเพื่อระลึกถึงการก่อตั้ง "สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย" เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2498โดยนักข่าวรุ่นบุกเบิก 16 ท่าน และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รวม 16 ฉบับในสมัยนั้น
การรวมองค์กร: ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 สมาคมนักข่าวฯ ได้รวมเข้ากับสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลายเป็น "สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย"แต่ยังคงยึดถือวันที่ 5 มีนาคมเป็นวันนักข่าวสืบต่อมา
2. วัตถุประสงค์หลัก (The Purpose)
เพื่อส่งเสริมความสามัคคี:เป็นวันที่คนในวงการสื่อมวลชนทุกแขนงมาพบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน
เพื่อเชิดชูเกียรติคนทำงาน:มีการมอบรางวัลผลงานข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม (เช่น รางวัลอิศรา อมันตกุล) เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีจริยธรรม
เพื่อรำลึกถึงผู้ล่วงลับ:จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่พี่น้องนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่
3. ความหมายและความสำคัญ (The Significance)
ฐานันดรที่ 4:วันนักข่าย้ำเตือนถึงบทบาทของสื่อในฐานะ "ฐานันดรที่ 4" (The Fourth Estate) ที่ทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้ประชาชนและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ
จริยธรรมและจรรยาบรรณ:เป็นวาระที่สื่อมวลชนจะย้อนกลับมาทบทวนตัวเองเรื่องความถูกต้อง ความเป็นกลาง และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในยุคข้อมูลข่าวสารล้นหลาม (Information Overload)
กระบอกเสียงสังคม:ความสำคัญของวันนี้คือการยืนยันว่า "ความจริง" เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบอบประชาธิปไตย และนักข่าวคือผู้นำเสนอความจริงนั้นอย่างตรงไปตรงมา
สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่าย
"วันนักข่าว" (5 มีนาคม) คือวันคล้ายวันสถาปนาสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ เชิดชูเกียรติและสร้างความสามัคคี ในหมู่คนทำสื่อ พร้อมทั้งย้ำเตือนให้ยึดมั่นใน จริยธรรมและการนำเสนอความจริง เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับสังคมอย่างยั่งยืน
1. ที่มาของการนิยาม (The Origin)
การก่อตั้งสมาคม: วันนักข่าวถือกำเนิดขึ้นเพื่อระลึกถึงการก่อตั้ง "สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย" เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2498โดยนักข่าวรุ่นบุกเบิก 16 ท่าน และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รวม 16 ฉบับในสมัยนั้น
การรวมองค์กร: ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 สมาคมนักข่าวฯ ได้รวมเข้ากับสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลายเป็น "สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย"แต่ยังคงยึดถือวันที่ 5 มีนาคมเป็นวันนักข่าวสืบต่อมา
2. วัตถุประสงค์หลัก (The Purpose)
เพื่อส่งเสริมความสามัคคี:เป็นวันที่คนในวงการสื่อมวลชนทุกแขนงมาพบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน
เพื่อเชิดชูเกียรติคนทำงาน:มีการมอบรางวัลผลงานข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม (เช่น รางวัลอิศรา อมันตกุล) เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีจริยธรรม
เพื่อรำลึกถึงผู้ล่วงลับ:จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่พี่น้องนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่
3. ความหมายและความสำคัญ (The Significance)
ฐานันดรที่ 4:วันนักข่าย้ำเตือนถึงบทบาทของสื่อในฐานะ "ฐานันดรที่ 4" (The Fourth Estate) ที่ทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้ประชาชนและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ
จริยธรรมและจรรยาบรรณ:เป็นวาระที่สื่อมวลชนจะย้อนกลับมาทบทวนตัวเองเรื่องความถูกต้อง ความเป็นกลาง และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในยุคข้อมูลข่าวสารล้นหลาม (Information Overload)
กระบอกเสียงสังคม:ความสำคัญของวันนี้คือการยืนยันว่า "ความจริง" เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบอบประชาธิปไตย และนักข่าวคือผู้นำเสนอความจริงนั้นอย่างตรงไปตรงมา
สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่าย
"วันนักข่าว" (5 มีนาคม) คือวันคล้ายวันสถาปนาสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ เชิดชูเกียรติและสร้างความสามัคคี ในหมู่คนทำสื่อ พร้อมทั้งย้ำเตือนให้ยึดมั่นใน จริยธรรมและการนำเสนอความจริง เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับสังคมอย่างยั่งยืน
บทความที่เกี่ยวข้อง


