แชร์

วัคซีน HPV ในผู้ใหญ่: ประสิทธิภาพลดลงแค่ไหน และยังคุ้มค่าไหมหลังอายุ 26?

อัพเดทล่าสุด: 16 มี.ค. 2026
287 ผู้เข้าชม

HPV Vaccine Efficacy Across Age Groups: ข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: "อายุเกิน 26 ไม่ต้องฉีดแล้ว เพราะฉีดไปก็ไม่ได้ผล"
ความจริง: ประสิทธิภาพลดลง แต่ยังมีค่า และยังคุ้มค่าในหลายกลุ่ม

ทำไมอายุถึงมีผลต่อ Vaccine Efficacy?
Naive vs. Exposed:
วัคซีน HPV ออกแบบมาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไม่ใช่รักษาการติดเชื้อที่มีอยู่ ถ้าเคยติด HPV-16 ไปแล้ว วัคซีนไม่สามารถกำจัดเชื้อที่มีอยู่หรือ Reverse การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้วที่ปากมดลูกได้
แต่: การมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้หมายความว่าติด HPV ทุก Genotype ที่ Gardasil 9 ป้องกัน (6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58) ดังนั้น แม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังอาจ Naive ต่อบาง Genotype อยู่

Efficacy Data จากการศึกษาหลัก:
อายุ 9-14 ปี (Naive):
Efficacy ต่อ Persistent infection จาก HPV 16/18: 97-100%
อายุ 15-26 ปี (Mixed exposure):
Efficacy ต่อ HPV-naive per protocol: 98% (Gardasil 4 FUTURE I/II)
Efficacy ต่อ Overall population (รวมที่เคยสัมผัสแล้ว): 44%
อายุ 27-45 ปี (VIVIANE trial, Gardasil 9):
Efficacy ต่อ Combined endpoint (HPV-related diseases): 88% สำหรับกลุ่ม HPV-naive
Overall Vaccine efficacy: 30.9% (intent-to-treat population รวมทุกคน)
แต่นี่เป็น Absolute risk reduction ใน Population ที่มี High prior exposure

Cost-effectiveness Analysis:
งาน Economic modeling (Kuehn et al., 2021) พบว่าการฉีด HPV ในอายุ 27-45 ปี ยัง Cost-effective ใน Subgroups:
- ผู้ที่มีคู่นอนใหม่หลายคน (High-risk ongoing behavior)
- ผู้ที่ Immunocompromised (HIV+, Transplant)
- ผู้ที่ไม่เคยฉีดมาก่อนและยังไม่ได้รับการ Screen
ไม่ Cost-effective ใน:
- ผู้ที่มีคู่นอนเดียวมานาน
- ผู้ที่ได้รับ HPV vaccination ในวัยเด็กแล้ว

การตัดสินใจแบบ Individualized:
แพทย์ควร Counsel ผู้ป่วยโดยพิจารณา:
1. จำนวนคู่นอน (Past + Future)
2. ผล Pap Smear/HPV test ล่าสุด
3. ประวัติการฉีดวัคซีนก่อนหน้า
4. Immune status

สรุป: FDA อนุมัติ Gardasil 9 สำหรับอายุ 27-45 ในปี 2018 ด้วยเหตุผลที่เพียงพอ แต่เป็น Shared decision making กับแพทย์ ไม่ใช่ Universal recommendation


บทความที่เกี่ยวข้อง
Q&A: ตรวจ HIV ผล Reactive แต่แพทย์บอกรอยืนยัน — ทำไม? และ Confirmatory test คืออะไร?
ตรวจเลือดพบ HIV ผล Reactive แต่หมอยังไม่สรุปว่าติดเชื้อ เพราะอะไร? คำตอบคือ Confirmatory test หรือ "การตรวจยืนยัน" บทความนี้จะพาคุณเข้าใจขั้นตอนการตรวจ HIV ที่ถูกต้อง ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง (Screening) ด้วย 4th generation test ที่ไวต่อทั้งแอนติบอดีและแอนติเจน p24 การแปลผลที่อาจเจอ "ผลบวกลวง" โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ป่วย autoimmune จนถึงการตรวจยืนยันด้วยวิธี Western blot หรือ NAAT ที่มีความจำเพาะเจาะจงสูง พร้อมตอบทุกข้อสงสัยว่าทำไมต้องรอ และขั้นตอนต่อไปหลังจากได้รับการยืนยันผลเป็นอย่างไร
โรค : ความดันสูง
ความดันโลหิต หมายถึง แรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิด จากการสูบฉีดของหัวใจ ความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดความเครียดในระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดโรคของระบบหลอดเลือด ค่าความดันที่วัดได้ มี2 ค่า คือ ความดันตัวบน(systolic pressure) คือ ความดันขณะหัวใจบีบตัวสุด ความดันตัวล่าง(diastolic pressure) คือ ความดันขณะหัวใจคลายตัวสุด(heart at rest) มีค่าปกติอยู่ที่120/80 หน่วยเป็น มิลลิเมตรปรอท(mmHg) สมาคมโรคหัวใจให้นิยาม ภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อวัดค่าได้ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป
โรค : ปากมดลูกหลวม
ปากมดลูกหลวม Cervical incompetence คือ การอ่อนตัวหรือเปิดผิดปกติของปากมดลูกในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ปากมดลูกคือช่องทางเข้ามดลูก ปากมดลูกหลวมมักจะนำไปสู่การขยายช่องปากมดลูกทั้งหมดในช่วงไตรมาสที่สอง เยื่อบุมดลูกที่ยึดทารกในครรภ์ไว้ (ถุงน้ำ) อาจแตกได้ และทารกอาจคลอดก่อนกำหนด มากถึง 2% ของทั้งหมดการตั้งครรภ์อาจได้รับผลกระทบ ภาวะนี้อาจทำให้เกิด 20% ถึง25% ของการสูญเสียการตั้งครรภ์ในไตรมาสที่สองทั้งหมด
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้