แชร์

ความหวังใหม่ของแอฟริกา! WHO ไฟเขียวยากินครั้งเดียวรักษาโรค "หลับใหล" หนทางกำจัดโรคใกล้เป็นจริง

อัพเดทล่าสุด: 20 มี.ค. 2026
42 ผู้เข้าชม

ความหวังใหม่ของแอฟริกา! WHO ไฟเขียวยากินครั้งเดียวรักษาโรค "หลับใหล" หนทางกำจัดโรคใกล้เป็นจริง

ความหวังของคนไข้ในแอฟริกา โรคร้ายที่ถูกจับตามอง
องค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งเป้าหมายอันท้าทายในการกำจัดโรค "African Sleeping Sickness" หรือโรคหลับใหลในแอฟริกาให้หมดไปภายในปี 2030 และล่าสุดมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เมื่อคณะกรรมการขององค์การยาแห่งยุโรป (European Medicines Agency - EMA) ได้ให้ความเห็นชอบต่อยาตัวใหม่ชื่อ "Acoziborole" ซึ่งเป็นยาที่กินครั้งเดียวหาย! 

โรคหลับใหลในแอฟริกาคืออะไร?
โรคหลับใหลในแอฟริกา หรือ Human African Trypanosomiasis (HAT) เป็นโรคติดเชื้อปรสิตที่มียุงแมลงวัน tsetse เป็นพาหะ พบได้เฉพาะในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะในชนบทห่างไกล 

อาการของโรค:
ระยะแรก: มีไข้ ปวดหัว คล้ายไข้หวัดทั่วไป
ระยะลุกลาม: เชื้อจะเข้าสู่สมองและระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการซึม สับสน นอนหลับตอนกลางวัน ตื่นตอนกลางคืน (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโรค) อารมณ์แปรปรวน ชัก และหากไม่ได้รับการรักษาจะเสียชีวิตภายในไม่กี่สัปดาห์ 
โรคนี้ถูกจัดเป็น "โรคของคนยาก" (disease of poverty) เพราะพบในชนบทห่างไกลที่ขาดแคลนระบบสาธารณสุข ทำให้การเข้าถึงการรักษาเป็นเรื่องยากลำบาก 
จากยาพิษ สู่ยามหัศจรรย์
วิวัฒนาการของการรักษาโรคนี้ช่างน่าทึ่ง:
อดีต: ผู้ป่วยต้องรับการฉีดยาที่มีส่วนผสมของสารหนู ซึ่งมีพิษรุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากผลข้างเคียงของยาสูงถึง 1 ใน 20 ราย! 
2009: มีการพัฒนายาสูตรผสม NECT ที่ได้ผลดี แต่ยังต้องฉีดยาและนอนโรงพยาบาล 
2018: ยา fexinidazole ยาชนิดกินแรกที่ใช้ได้ผล แต่ต้องกินต่อเนื่องนาน 10 วัน และยังต้องเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจระยะของโรคก่อนให้ยา 
ปัจจุบัน (2026): Acoziborole ยาชนิดกินครั้งเดียว 3 เม็ด หายขาด! 
Acoziborole: ยาปฏิวัติวงการ
คณะกรรมการของ EMA ได้ให้ความเห็นชอบต่อ Acoziborole Winthrop ผ่านกระบวนการ EU-M4all ซึ่งเป็นช่องทางพิเศษสำหรับยาที่มีความสำคัญสูงและตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข 

จุดเด่นของ Acoziborole:
กินครั้งเดียวจบ: เพียง 3 เม็ด ก็รักษาโรคได้ทั้งระยะเริ่มต้นและระยะลุกลาม 
ประสิทธิภาพสูง: การศึกษา Phase II/III ในผู้ป่วยประมาณ 200 รายที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและกินี พบอัตราประสบความสำเร็จสูงถึง 96% ในการติดตามผล 18 เดือน 
ปลอดภัย: ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงเหมือนยาในอดีต 
ไม่ต้องเจาะหลัง: ไม่จำเป็นต้องตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อแบ่งระยะโรค ทำให้เข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น 
ใช้ได้ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น: สำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป และน้ำหนักอย่างน้อย 40 กิโลกรัม  (กำลังศึกษาวิจัยเพิ่มในเด็กอายุ 1-14 ปี) 

โครงการความร่วมมือระดับโลก
Acoziborole เป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันระหว่าง องค์การริเริ่มวิจัยโรคเขตร้อน (Drugs for Neglected Diseases initiative - DNDi) และบริษัท Sanofi โดยมีนักวิจัยและแพทย์ชาวแอฟริกันเป็นกำลังสำคัญในการทำวิจัยภาคสนามในพื้นที่ห่างไกล 
Sanofi จะบริจาคยา Acoziborole ให้กับองค์การอนามัยโลก (WHO) ผ่านมูลนิธิการกุศล Foundation S เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 
สถานการณ์โรคใกล้หมดไป

ตัวเลขผู้ป่วยโรคลดลงอย่างต่อเนื่อง:
1998: มีรายงานผู้ป่วยเกือบ 40,000 ราย คาดว่ามีผู้ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยอีกกว่า 300,000 ราย 
2009: ผู้ป่วยลดลงต่ำกว่า 10,000 รายเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี 
2024: มีรายงานผู้ป่วยโรคชนิด gambiense (ชนิดที่พบมากที่สุด) น้อยกว่า 600 ราย ทั่วโลก 
ปัจจุบัน: เคนยาเพิ่งได้รับการรับรองจาก WHO ว่าสามารถกำจัดโรคนี้ในฐานะปัญหาสาธารณสุขได้สำเร็จ เป็นประเทศที่ 10 ที่ทำได้ 
ความท้าทายที่ยังคงอยู่
แม้ความก้าวหน้าจะน่าตื่นเต้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายังมีอุปสรรค:
ดร. Monica Mugnier นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins กล่าวว่า "นี่ยังไม่จบ" เพราะนักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าปรสิตอาจซ่อนตัวอยู่ที่ใดในธรรมชาติ 
นอกจากนี้ การจะกำจัดโรคให้หมดไป จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การคัดกรองเชิงรุก และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพราะหากละเลย แม้จะเหลือผู้ป่วยไม่กี่ร้อยราย โรคก็สามารถกลับมาระบาดใหม่ได้ภายใน 10-15 ปี 
นัยยะสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้
หากโรคหลับใหลในแอฟริกาถูกกำจัดได้สำเร็จ จะเป็น โรคติดเชื้อชนิดแรกของโลกที่ถูกควบคุมได้ด้วยยา โดยไม่ต้องใช้วัคซีน  ซึ่งเป็นแบบอย่างสำคัญสำหรับการต่อสู้กับโรคเขตร้อนอื่นๆ ต่อไป

ข้อสรุป:
แม้โรคนี้จะไกลตัวคนไทย แต่ความสำเร็จในการพัฒนายา Acoziborole เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความร่วมมือระหว่างประเทศ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และภาคเอกชน สามารถสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนนับล้านได้ การที่ยาตัวนี้จะถูกบริจาคให้ผู้ป่วยฟรีผ่าน WHO สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการสาธารณสุขที่แท้จริง ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
"จากยาพิษสารหนู สู่ยามหัศจรรย์กินครั้งเดียวหาย ความหวังของคนไข้ในแอฟริกาใกล้เป็นจริง"


บทความที่เกี่ยวข้อง
เตือนภัยหน้าร้อน! "โรคลมร้อน" คร่าชีวิตปีที่แล้ว 21 ราย กรมควบคุมโรคเผยสถิติชี้คนไทยยังประมาท
หน้าร้อนปีนี้อย่านิ่งนอนใจ! กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถิติผู้เสียชีวิตจาก "โรคลมร้อน" หรือ ฮีทสโตรก (Heat stroke) ในปีที่ผ่านมาสูงถึง 21 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว พร้อมเตือนว่าอุณหภูมิในปีนี้คาดว่าจะสูงเป็นประวัติการณ์
แฟนๆต่างกันช็อก! จาพนม ป่วยมะเร็งถุงน้ำดีระยะ 3
มะเร็งถุงน้ำดีเป็นมะเร็งที่เกิดในถุงน้ำดี ซึ่งเป็นอวัยวะเล็กๆ รูปทรงคล้ายลูกแพร์ อยู่ใต้ตับ มีหน้าที่เก็บและขับน้ำดีเพื่อช่วยในการย่อยไขมัน มะเร็งชนิดนี้พบได้น้อย แต่เมื่อตรวจพบมักอยู่ในระยะลุกลามแล้ว เนื่องจากในระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้