แชร์

โรค : หลอดเลือดตีบ

อัพเดทล่าสุด: 29 พ.ย. 2024
392 ผู้เข้าชม

หลอดเลือดตีบ
เป็นการตีบของ carotid artery หลอดเลือดแดงนี้เป็นหลอดเลือดหลักที่นำเลือดที่มีออกซิเจนไปสมอง. หลอดเลือดตีบเกิดขึ้นใน 5 ใน 1,000 ในคน 50 - 60 ปีและ พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ 100 จาก 1,000 คนแก่กว่า80

สาเหตุ 
สาเหตุมักเกิดจากการสะสมของไขมันที่เรียกว่า plaques (ในหลอดเลือด) สาเหตุที่พบได้น้อยกว่าคือหลอดเลือดโป่งพอง การอักเสบของหลอดเลือดแดง (arteritis) และการแตก (dissection) ของ หลอดเลือด carotid  Fibromuscular dysplasia ความเสียหายของเนื้อเยื่อหลังการฉายรังสี (เนื้อร้ายหลังฉายรังสี) และอาการหดเกร็งของหลอดเลือด ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความดันโลหิตสูงค่าไขมันสูง เบาหวาน และการสูบบุหรี่

อาการ
คนส่วนใหญ่มักไม่มีอาการใด ๆ จนกว่าระดับการตีบรุนแรง และอาจพบหลอดเลือดสมองตีบที่เรียกว่าขาดเลือดชั่วคราว (TIAs) TIA ส่วนใหญ่มีอาการน้อยกว่า 10นาที เกิดจากการที่เลือดไหลเวียนไปยังส่วนใดส่วนหนึ่งของสมองจะหยุดชั่วขณะหนึ่ง อาการขึ้นอยู่กับว่าหลอดเลือดแดงใดได้รับผลกระทบ อาการทั่วไปของ TIA ได้แก่อ่อนแรงหรือชาที่ด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้าหรือลำตัว (ใบหน้า แขน ขา) การมองเห็นเปลี่ยนไป สับสน พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ และมีปัญหาในการกลืนด้วย

การวินิจฉัย 
แพทย์ทำการวินิจฉัยจากแพทย์ประวัติและการตรวจระบบประสาทอย่างระมัดระวัง  ตรวจร่างกายจากการฟังหลอดเลือดแดง carotid ด้วยstethoscopeเสียงจากการ ไหลเวียนของเลือดผิดปกติที่เรียกว่า carotid bruit การทดสอบทางห้องแล็บเพื่อวัดระดับไขมัน (คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์) และวัดระดับน้ำตาลในเลือดและแพทย์ตรวจอัลตราซาวนด์ของหลอดเลือดแดงเพื่อประเมินระดับความตีบของหลอดเลือดcarotid การฉีดสีหลอดเลือด angiography และ magnetic resonance angiography (MRA) อาจจำเป็นก่อนการผ่าตัดเพื่อประเมินและดูตำแหน่งของหลอดเลือดก่อนการผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทางประสาทวิทยา ศัลยแพทย์หลอดเลือด)

การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับระดับของการตีบและอาการ สามารถรักษาด้วยยาหรือผ่าตัด รวมถึงการลดความเสี่ยง (การเลิกบุหรี่ การควบคุมระดับไขมันในเลือดสูงและเบาหวาน) และแอสไพรินขนาดต่ำ (81 หรือ 325 มก. ต่อวัน) ผ่าตัดหลอดเลือดตีบเรียกว่า carotid endarterectomy (CEA) มักทำในคนที่มีอาการและหลอดเลือดตีบ 70% ถึง 99% ในคนที่มีอายุขัยมากกว่า 5 ปี ศัลยแพทย์ที่ทำ CEA มีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสำเร็จของการผ่าตัด

สิ่งที่ควรทำ
ควรกินอาหารที่มีผักผลไม้และถั่ว จำกัดไขมัน ไม่กินอาหารแปรรูป

คำเตือน
!!! ห้ามเพิกเฉยต่ออาการ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลัง การรักษาหรือมีอาการใหม่
!!! ห้ามหยุดรับประทานยาหรือเปลี่ยนขนาดยา แม้รู้สึกดีขึ้นเว้นแต่แพทย์อนุญาต
!!! ห้ามใช้ยาใด ๆ (รวมทั้งที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) โดยไม่ปรึกษาแพทย์
!!! ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบเพราะมีความเสี่ยงหลอดเลือดตีบในสมอง


บทความที่เกี่ยวข้อง
Exercise Prescription สำหรับผู้หญิง: วิทยาศาสตร์บอกว่าต้องออกกำลังกาย แบบไหน ตอนไหน ในรอบเดือน?
ผู้หญิงควรออกกำลังกายให้สอดคล้องกับรอบเดือนจริงหรือ? บทความนี้รวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด (2024-2025) เพื่อไขข้อสงสัย! แม้งานวิจัยจะยังมีความเห็นไม่ตรงกันทั้งหมด แต่แนวโน้มชี้ว่าการปรับการฝึกตามรอบเดือนอาจมีประโยชน์
โรค : หลอดลมอักเสบ
โรคหลอดลมอักเสบคือการอักเสบและบวมของทางเดินหายใจขนาดใหญ่ในปอด ภาวะเฉียบพลันหมายความว่าหลอดลมเริ่มทำงานทันที อาการไอเกิดจากการอักเสบและการระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินหายใจขนาดใหญ่เหล่านี้ นอกจากนี้ต่อมในทางเดินหายใจผลิตน้ำมูกมากเกินไป (เมือกเหนียวข้นที่หล่อเลี้ยงและปกป้องทางเดินต่าง ๆ ในร่างกาย) การอักเสบที่เพิ่มขึ้นนี้และเสมหะทำให้ทางเดินหายใจตีบตัน ส่งผลให้หายใจมีเสียงดัง การฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์อาจเกิดขึ้นได้ภายใน 10 ถึง 14 วัน แต่อาการไออาจนานขึ้น ผู้สูบบุหรี่มีเวลาฟื้นตัวช้าลง โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันบางครั้งอาจนำไปสู่โรคปอดบวมที่ร้ายแรงกว่าได้ การกำเริบซ้ำ ๆ ของหลอดลมอักเสบเฉียบพลันอาจหมายถึงการมีอยู่ของหลอดลมอักเสบเรื้อรัง หอบหืด โรคปอด อื่น ๆ
โรค : คอเคล็ดการจัดการกับโรคคอเคล็ด
การจัดการกับโรคคอเคล็ด คอนั้นประกอบไปด้วยกระดูกสันหลัง, ไขสันหลัง (ส่วนต่อของระบบประสาทส่วนกลางจากสมอง), หมอนรองกระดูกสันหลัง, และเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่นกล้ามเนื้อ, เส้นเอ็น หรือเอ็นยึด กระดูกสันหลังช่วยป้องกันไขสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลังช่วยดูดซับแรงกระแทกเหมือนเป็นเบาะรองกระดูกและให้สารอาหารแก่ข้อ สิ่งนี้ช่วยให้เราก้มศีรษะและลำคอได้ คอเคล็ด คือ การยืดตัวหรือฉีกขาดของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น เส้นเอ็นเป็นมัดของเนื้อเยื่อที่ยึดกล้ามเนื้อและกระดูกไว้ด้วยกัน คอเคล็ดคืออาการบาดเจ็บที่พบได้ทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเล่นกีฬาหรือการสะบัดศีรษะหน้าหลังอย่างรวดเร็ว(วิพแลช)
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้