แชร์

โรค : หลอดเลือดตีบ

อัพเดทล่าสุด: 29 พ.ย. 2024
440 ผู้เข้าชม

หลอดเลือดตีบ
เป็นการตีบของ carotid artery หลอดเลือดแดงนี้เป็นหลอดเลือดหลักที่นำเลือดที่มีออกซิเจนไปสมอง. หลอดเลือดตีบเกิดขึ้นใน 5 ใน 1,000 ในคน 50 - 60 ปีและ พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ 100 จาก 1,000 คนแก่กว่า80

สาเหตุ 
สาเหตุมักเกิดจากการสะสมของไขมันที่เรียกว่า plaques (ในหลอดเลือด) สาเหตุที่พบได้น้อยกว่าคือหลอดเลือดโป่งพอง การอักเสบของหลอดเลือดแดง (arteritis) และการแตก (dissection) ของ หลอดเลือด carotid  Fibromuscular dysplasia ความเสียหายของเนื้อเยื่อหลังการฉายรังสี (เนื้อร้ายหลังฉายรังสี) และอาการหดเกร็งของหลอดเลือด ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความดันโลหิตสูงค่าไขมันสูง เบาหวาน และการสูบบุหรี่

อาการ
คนส่วนใหญ่มักไม่มีอาการใด ๆ จนกว่าระดับการตีบรุนแรง และอาจพบหลอดเลือดสมองตีบที่เรียกว่าขาดเลือดชั่วคราว (TIAs) TIA ส่วนใหญ่มีอาการน้อยกว่า 10นาที เกิดจากการที่เลือดไหลเวียนไปยังส่วนใดส่วนหนึ่งของสมองจะหยุดชั่วขณะหนึ่ง อาการขึ้นอยู่กับว่าหลอดเลือดแดงใดได้รับผลกระทบ อาการทั่วไปของ TIA ได้แก่อ่อนแรงหรือชาที่ด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้าหรือลำตัว (ใบหน้า แขน ขา) การมองเห็นเปลี่ยนไป สับสน พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ และมีปัญหาในการกลืนด้วย

การวินิจฉัย 
แพทย์ทำการวินิจฉัยจากแพทย์ประวัติและการตรวจระบบประสาทอย่างระมัดระวัง  ตรวจร่างกายจากการฟังหลอดเลือดแดง carotid ด้วยstethoscopeเสียงจากการ ไหลเวียนของเลือดผิดปกติที่เรียกว่า carotid bruit การทดสอบทางห้องแล็บเพื่อวัดระดับไขมัน (คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์) และวัดระดับน้ำตาลในเลือดและแพทย์ตรวจอัลตราซาวนด์ของหลอดเลือดแดงเพื่อประเมินระดับความตีบของหลอดเลือดcarotid การฉีดสีหลอดเลือด angiography และ magnetic resonance angiography (MRA) อาจจำเป็นก่อนการผ่าตัดเพื่อประเมินและดูตำแหน่งของหลอดเลือดก่อนการผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทางประสาทวิทยา ศัลยแพทย์หลอดเลือด)

การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับระดับของการตีบและอาการ สามารถรักษาด้วยยาหรือผ่าตัด รวมถึงการลดความเสี่ยง (การเลิกบุหรี่ การควบคุมระดับไขมันในเลือดสูงและเบาหวาน) และแอสไพรินขนาดต่ำ (81 หรือ 325 มก. ต่อวัน) ผ่าตัดหลอดเลือดตีบเรียกว่า carotid endarterectomy (CEA) มักทำในคนที่มีอาการและหลอดเลือดตีบ 70% ถึง 99% ในคนที่มีอายุขัยมากกว่า 5 ปี ศัลยแพทย์ที่ทำ CEA มีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสำเร็จของการผ่าตัด

สิ่งที่ควรทำ
ควรกินอาหารที่มีผักผลไม้และถั่ว จำกัดไขมัน ไม่กินอาหารแปรรูป

คำเตือน
!!! ห้ามเพิกเฉยต่ออาการ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลัง การรักษาหรือมีอาการใหม่
!!! ห้ามหยุดรับประทานยาหรือเปลี่ยนขนาดยา แม้รู้สึกดีขึ้นเว้นแต่แพทย์อนุญาต
!!! ห้ามใช้ยาใด ๆ (รวมทั้งที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) โดยไม่ปรึกษาแพทย์
!!! ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบเพราะมีความเสี่ยงหลอดเลือดตีบในสมอง


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรค : มะเร็งช่องคลอด
มะเร็งหมายถึงการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติในร่างกาย. มะเร็งช่องคลอด หมายถึง การเติบโตของเซลล์มะเร็งในช่องคลอด ช่องคลอดเป็นท่อเชื่อมระหว่างมดลูกกับอวัยวะเพศออกด้านข้าง มะเร็งชนิดนี้มักเกิดขึ้นในเซลล์เยื่อบุช่องคลอดมะเร็งที่หายากนี้ส่งผลกระทบต่อผู้หญิง1 ต่อ 200,000 คน เป็นหลัก เกิดขึ้นหลังวัยหมดประจำเดือน (การเปลี่ยนแปลงของชีวิต) อายุเฉลี่ย คือ 60 ปี มะเร็งสามารถแพร่กระจายไปยังบริเวณใกล้เคียงอวัยวะหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทางกระแสเลือดหรือระบบน้ำเหลือง
UTI ซ้ำ (Recurrent UTI): ทำไมบางคนเป็นซ้ำทุกเดือน และ Prophylaxis คืออะไร
UTI ซ้ำ (Recurrent UTI) ปัญหาที่สร้างความทุกข์ทรมานให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อย บทความนี้เจาะลึกคำตอบทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมบางคนถึงเป็นซ้ำทุกเดือน ตั้งแต่กลไกการซ่อนตัวของเชื้อ E. coli ในเซลล์เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ (IBCs), ปัญหาความผิดปกติของการขับถ่ายปัสสาวะ (LUTD) ที่พบได้ถึง 90% ในผู้ป่วยUTIซ้ำ ไปจนถึงปัจจัยเสี่ยงอย่างการมีเพศสัมพันธ์ การใช้ spermicide และภาวะหมดประจำเดือน พร้อมอัปเดตแนวทางการป้องกันหรือ Prophylaxis ล่าสุดปี 2025 จาก AUA และ NICE ที่เปลี่ยน paradigm ไปสู่ทางเลือกที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะมากขึ้น ตั้งแต่ methenamine hippurate ที่ NICE เลือกเป็น first-line , cranberry ที่ AUA เปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ควรให้" (ควร offer) , estrogen ช่องคลอดในสตรีวัยหมดประจำเดือน ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5 ลิตร รู้ทันกลไก เลือกป้องกันถูกวิธี หยุดวงจร UTI ซ้ำได้
HIV กับ CD4 Count: ทำความเข้าใจผลตรวจที่แพทย์ดูว่า 'แข็งแรงแค่ไหน?'
ทำไมแพทย์ถึงให้ความสำคัญกับ "CD4 Count" ในผู้ติดเชื้อ HIV? CD4 คือเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เป็น "หัวหน้ากองทัพ" ของระบบภูมิคุ้มกัน ไวรัส HIV จะเข้าโจมตีเซลล์เหล่านี้โดยตรง ทำให้จำนวนลดลงและร่างกายอ่อนแอลง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจผลตรวจ CD4 อย่างละเอียด ตั้งแต่ค่าปกติ (>500 cells/mm³) ที่บ่งบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันยังแข็งแรง, ค่าที่ต้องเฝ้าระวัง, ไปจนถึงค่า <200 ซึ่งเข้าข่ายการวินิจฉัย AIDS
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้