แชร์

โรค : ไส้ติ่งอักเสบ

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.พ. 2025
579 ผู้เข้าชม

ไส้ติ่งอักเสบ

ไส้ติ่งเป็นลำไส้ส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ส่วน ลำไส้ซีกัม สามารถเกิดการบวมและอักเสบได้หากมีการติดเชื้อ และอาจรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ ไส้ติ่งอักเสบเกิดขึ้นในกลุ่มคนอายุ 10-30ปี

สาเหตุ
ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน รูเปิดบริเวณลำไส้ซีกัมอุดตันทำให้เกิดการเจริญเติบของแบคทีเรีย การติดเชื้อทำให้เลือดไปเลี้ยงไม่ได้ ไส้ติ่งขาดเลือด และแตกได้สิ่งที่ไปอุดตันบริเวณไส้ติ่งได้เช่น เมล็ดผักที่ไม่ย่อย ต่อมน้ำเหลืองเกิดจากไวรัส ปรสิต ก้อนเนื้องอก

อาการ
ปวดท้องบริเวณสะดือและย้ายลงไปท้องด้านล่างขวา เจ็บมากขึ้นเมื่อไอ ขยับตัว ยิ่งทำให้เจ็บมากขึ้น  อาจมีคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องท้องบวม ไข้ต่ำ  หากปล่อยไว้นานเกินไปไส้ติ่งอาจแตกได้ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาเร่งด่วน 

การวินิจฉัย 
จากการซักประวัติตรวจร่างกาย  ตรวจเลือด การทำอัลตราซาวด์ และCtเพื่อช่วยตัดโรคที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป

การรักษา
การผ่าตัดไส้ติ่งออก ที่นิยมคือผ่าตัดส่องกล้อง ใช้ยาปฎิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อและยาแก้ปวด ยาทำให้อุจจาระนิ่ม  

ควรไม่ควร
ควรรีบบอกแพทย์หากมีอาการ ไส้ติ่งอาจแตกได้
ควรรีบบอกแพทย์หากมีคลื่นไส้อาเจียนท้องเสียถ่ายเป็นเลือด ก้อนในท้อง

คำเตือน
!!! ห้ามพลาดนัดแพทย์


บทความที่เกี่ยวข้อง
Q&A: ตรวจ HIV ผล Reactive แต่แพทย์บอกรอยืนยัน — ทำไม? และ Confirmatory test คืออะไร?
ตรวจเลือดพบ HIV ผล Reactive แต่หมอยังไม่สรุปว่าติดเชื้อ เพราะอะไร? คำตอบคือ Confirmatory test หรือ "การตรวจยืนยัน" บทความนี้จะพาคุณเข้าใจขั้นตอนการตรวจ HIV ที่ถูกต้อง ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง (Screening) ด้วย 4th generation test ที่ไวต่อทั้งแอนติบอดีและแอนติเจน p24 การแปลผลที่อาจเจอ "ผลบวกลวง" โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ป่วย autoimmune จนถึงการตรวจยืนยันด้วยวิธี Western blot หรือ NAAT ที่มีความจำเพาะเจาะจงสูง พร้อมตอบทุกข้อสงสัยว่าทำไมต้องรอ และขั้นตอนต่อไปหลังจากได้รับการยืนยันผลเป็นอย่างไร
PrEP ฉบับสมบูรณ์: กลไก ประสิทธิภาพ ผลข้างเคียง และสิ่งที่แพทย์ไม่ได้บอกบนอินเทอร์เน็ต
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ PrEP (Pre-exposure Prophylaxis) ตั้งแต่กลไกการออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า 99% หากกินประจำ ผลข้างเคียงที่ควร monitor (ค่าไต, คลื่นไส้) ไปจนถึง "ความลับ" ที่ไม่มีบอกในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น adherence ปัญหา 50% เลิกกินในปีแรก, Chemsex กับความเสี่ยง, ความสำคัญของ HIV testing ก่อนเริ่ม PrEP เพื่อป้องกันการดื้อยา รวมถึงความก้าวหน้าใหม่ล่างอย่างยาฉีดทุก 2 เดือน (Cabotegravir) และทุก 6 เดือน (Lenacapavir) ที่อาจเปลี่ยนเกมการป้องกันทั่วโลก
Cortisol และไขมันหน้าท้อง: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังที่ทำให้ออกกำลังกายแล้วยังไม่ผอม?
ไขปริศนาทำไมออกกำลังกายหนักแล้วยังไม่ผอม? เจาะลึกวิทยาศาสตร์ของ "Cortisol" ฮอร์โมนความเครียด ที่ทำให้ร่างกายสะสมไขมันหน้าท้อง (Visceral Fat) แม้จะออกกำลังกายอย่างหนัก ตั้งแต่กลไกการเพิ่มเอนไซม์สะสมไขมัน (LPL) การดื้ออินซูลิน ไปจนถึงปรากฏการณ์ "Cushing's syndrome of the omentum"
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้