แชร์

โรค : Heat Stroke

อัพเดทล่าสุด: 29 มี.ค. 2025
423 ผู้เข้าชม

Heat Stroke หรือ โรคลมแดด

เป็นภาวะที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40°C และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการช่วยเหลือทันที

 

อาการของ Heat Stroke

ตัวร้อนจัด (มากกว่า 40°C)
ไม่มีเหงื่อ ผิวแห้ง แดง หรือซีดผิดปกติ
เวียนศีรษะ หน้ามืด หัวใจเต้นเร็ว
พูดไม่ชัด หลงลืม สับสน
อาจหมดสติ หรือชัก

 

กลุ่มเสี่ยง

ผู้สูงอายุ และ เด็กเล็ก
นักกีฬา, ทหาร, คนทำงานกลางแจ้ง
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (เบาหวาน, ความดัน, หัวใจ)
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือขาดน้ำเป็นประจำ

 

วิธีป้องกัน

ดื่มน้ำเยอะๆ อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร
หลีกเลี่ยงแดดจัด โดยเฉพาะช่วง 10.00 - 16.00 น.
ใส่เสื้อผ้าโปร่ง สีอ่อน ระบายอากาศได้ดี
พกหมวก ร่ม แว่นกันแดด เมื่อต้องออกกลางแจ้ง
หลีกเลี่ยง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ / คาเฟอีน เพราะทำให้ร่างกายขาดน้ำ
หากต้องออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้ทำช่วงเช้าหรือเย็น
หากรู้สึกตัวร้อนผิดปกติ รีบเข้าที่ร่ม พัก และดื่มน้ำทันที

 

วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น

1. ย้ายไปที่ร่มหรือที่เย็นทันที
2️. คลายเสื้อผ้า เพื่อระบายความร้อน
3️. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น เช็ดตัว
4️. ใช้พัดลมเป่าช่วยลดอุณหภูมิหรือให้แช่น้ำเย็น
5️. ให้จิบน้ำเปล่า (ห้ามให้ดื่มรวดเดียว)
6️. ถ้าหมดสติ หรือชัก โทร. 1669 ทันที


บทความที่เกี่ยวข้อง
Q&A: ตรวจ HIV ผล Reactive แต่แพทย์บอกรอยืนยัน — ทำไม? และ Confirmatory test คืออะไร?
ตรวจเลือดพบ HIV ผล Reactive แต่หมอยังไม่สรุปว่าติดเชื้อ เพราะอะไร? คำตอบคือ Confirmatory test หรือ "การตรวจยืนยัน" บทความนี้จะพาคุณเข้าใจขั้นตอนการตรวจ HIV ที่ถูกต้อง ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง (Screening) ด้วย 4th generation test ที่ไวต่อทั้งแอนติบอดีและแอนติเจน p24 การแปลผลที่อาจเจอ "ผลบวกลวง" โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ป่วย autoimmune จนถึงการตรวจยืนยันด้วยวิธี Western blot หรือ NAAT ที่มีความจำเพาะเจาะจงสูง พร้อมตอบทุกข้อสงสัยว่าทำไมต้องรอ และขั้นตอนต่อไปหลังจากได้รับการยืนยันผลเป็นอย่างไร
โรค : เล็บขบ
Paronychia คือการติดเชื้อทั่วไปที่อยู่ใต้ผิวหนังบริเวณรอบ ๆเล็บมือ อาจเป็นแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง (สุดท้ายเวลานาน) มักเกิดขึ้นในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ฝีหรือหนองอาจเกิดขึ้นได้หากไม่ได้รับการรักษา
โรค : ปวดฝ่าเท้า
Metatarsalgia เป็นคำที่ใช้สำหรับความเจ็บปวดและการอักเสบ (บวมขึ้น) ที่ปลายเท้า เท้าแต่ละข้างมีกระดูกฝ่าเท้า 5 อัน ตั้งแต่ส่วนโค้งจนถึงข้อต่อนิ้วเท้า  metatarsal ส่วนแรกสั้นกว่าและหนากว่าตัวอื่น ๆ ซึ่งมักจะมีขนาดใกล้เคียงกัน ในช่วงดันออกเมื่อเดิน กระโดด หรือวิ่งน้ำหนักตัวจะถูกโอนไปยังนิ้วเท้าและ metatarsals แรงกดดันส่วนเกินต่อ metatarsals สามารถนำไปสู่ metatarsalgia  โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน metatarsal (ปลายโค้งมนส่วนท้ายของmetatarsals)Metatarsalgia เป็นอาการบาดเจ็บเมื่อใช้งานมากเกินไป มีความสำคัญที่ต้องมีการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ปวดแบบนี้ทำให้สับสนกับสาเหตุอื่นของอาการปวดเท้า
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ