แชร์

การเก็บรักษาและการส่งตัวอย่างเลือด

อัพเดทล่าสุด: 3 ต.ค. 2025
414 ผู้เข้าชม
การเก็บรักษาและการขนส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการที่ถูกต้อง?


การเก็บรักษาและการขนส่งตัวอย่างเลือดไปยังห้องปฏิบัติการเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่ง เพราะตัวอย่างที่ไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องจะทำให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อนได้ แม้ว่าการเจาะเลือดและตรวจวิเคราะห์จะทำอย่างถูกต้องก็ตาม
1. หลักการทั่วไปก่อนการขนส่ง
การจัดการหลังเจาะเลือด
ผสมสารกันเลือดแข็ง (Anticoagulant) ให้ดีทันที:
พลิกหลอดกลับไปมาอย่างเบาแรง 5-10 ครั้ง
ห้ามเขย่า เพราะจะทำให้ Hemolysis ได้
จัดเรียงหลอดตัวอย่างตามลำดับการเจาะ (ถ้ามีการเจาะหลายหลอด)
ตรวจสอบฉลากให้ครบถ้วน และถูกต้องอีกครั้งก่อนส่ง
2. การเก็บรักษาตามอุณหภูมิ
อุณหภูมิห้อง (Room Temperature, 15-30°C)
การตรวจที่ต้องใช้อุณหภูมิห้อง:
Chemistry ส่วนใหญ่ของ: Electrolytes, Liver function tests, Renal function tests
Serology: ANA, RF, ASO
Hematology CBC, ESR
Coagulation: PT, INR, aPTT
ข้อควรระวัง:
หลีกเลี่ยงอุณหภูมิสูงเกิน 30°C
ไม่วางหลอดตัวอย่างในที่ที่มีแสงแดดส่องตรง
การเก็บในตู้เย็น (2-8°C)
การตรวจที่ต้องแช่เย็น:
Gas Analysis: Blood Gas (ต้องส่งวิเคราะห์ภายใน 30 นาที)
Endocrinology: ACTH, Gastrin, Renin
Chemistry: Ammonia, Lactic acid
Coagulation Tests: Protein C, Protein S
ข้อควรระวัง:
ห้ามแช่แข็ง ตัวอย่างเลือดทั่วไป
ใช้กระติกน้ำแข็งที่อุณหภูมิควบคุมได้
การแช่แข็ง (-20°C หรือ -70°C)
การตรวจที่ต้องแช่แข็ง:
Hormones: Insulin, PTH
Serology: เก็บตัวอย่างสำหรับการวิจัย
Special Tests: เมื่อตัวอย่างจําเป็นต้องเก็บไว้เป็นเวลานาน
3. การเตรียมตัวอย่างก่อนส่ง(Centrifugation)
หลักการสำคัญ:
ระยะเวลาในการแรงเหวี่ยง: ตาม protocol ของห้องปฏิบัติการ (ปกติแล้ว 10-15 นาที)
ความเร็ว: 1,000-1,500 RCF (Relative Centrifugal Force)
อุณหภูมิขณะขนส่ง: ควบคุมตามประเภทการตรวจ
ประเภทตัวอย่างหลังขนส่ง:
Serum: จากหลอดเลือดสีแดงหรือสีทอง (ไม่มีสารกันเลือดแข็ง)
Plasma: จากหลอดเลือดสีม่วง, น้ำเงิน, เขียว (มีสารกันเลือดแข็ง)
การแยกส่วน (Aliquoting)
ใช้ pipette ที่สะอาดและเหมาะสม
หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนระหว่างตัวอย่าง
ปิดฝาให้แน่นหลังแยกส่วน
4. ระยะเวลาที่อนุญาตก่อนการวิเคราะห์ (Stability)
Chemistry Tests
Electrolytes: ปกติ 4-8 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิห้อง
Liver Enzymes: ปกติ 2-3 วัน ที่ 2-8°C
Glucose: ต้องวิเคราะห์ภายใน 1 ชั่วโมง หรือใช้หลอดเลือดสีเทา (Glycolytic inhibitor)
Hematology Tests
CBC: ควรวิเคราะห์ภายใน 6-8 ชั่วโมง
ESR: ต้องวิเคราะห์ภายใน 4 ชั่วโมง
Coagulation Tests
PT/INR, aPTT: ควรวิเคราะห์ภายใน 4 ชั่วโมง
D-dimer: ควรวิเคราะห์ภายใน 4 ชั่วโมง
5. การขนส่งตัวอย่าง
หลักการทั่วไป
ส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการให้เร็วที่สุด
ใช้ภาชนะขนส่งที่เหมาะสม และกันการแตกหัก
ติดป้าย "ตัวอย่าง biologic" อย่างชัดเจน
ประเภทภาชนะขนส่ง
Primary Container:
หลอดเลือดเดิมที่มีฝาปิดแน่น
Tube ที่มี separator gel
Secondary Container:
กระติกน้ำแข็ง (Cooler Box)
กล่องโฟม (Styrofoam Box)
ภาชนะพลาสติกแข็ง
Absorbent Material:
กระดาษซับหรือวัสดุดูดซับ
วางระหว่างหลอดเลือดเพื่อรองรับหากแตกหัก
การควบคุมอุณหภูมิขณะขนส่ง
การขนส่งที่อุณหภูมิปกติ:
ใช้กล่องธรรมดา
ระยะทางใกล้ และอากาศไม่ร้อน
การขนส่งในตู้เย็น(2-8°C):
ใช้กระติกน้ำแข็ง + Ice Pack
ตรวจสอบอุณหภูมิก่อนขนส่ง
การขนส่งแช่แข็ง:
ใช้ Dry Ice
ต้องระวังการสัมผัสโดยตรง
6. เอกสารประกอบการส่ง
ใบส่งตัวอย่าง (Requisition Form)
ข้อมูลผู้ป่วยครบถ้วน
วันที่และเวลาที่เก็บตัวอย่าง
ประเภทการตรวจที่ต้องการ
ข้อมูลผู้สั่งตรวจ
หมายเหตุพิเศษ (ถ้ามี)
ใบควบคุมคุณภาพ
ใบตรวจสอบอุณหภูมิ (Temperature Log)
ใบติดตามตัวอย่าง (Tracking Form)
7. ข้อควรระวังพิเศษ
ตัวอย่างที่มีความเสี่ยงสูง
ตัวอย่างจากผู้ป่วยติดเชื้อ: ติดป้าย "ข้อควรระวัง" (Precaution Label)
ตัวอย่างมีค่ามาก: แจ้งห้องปฏิบัติการล่วงหน้า
ตัวอย่างสำหรับการวิจัย: ต้องมีเอกสาร consent
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีการแก้ไข
Hemolyzed Sample: เก็บตัวอย่างใหม่
Clotted Sample: ในหลอดเลือดที่มีสารกันเลือดแข็ง เก็บตัวอย่างใหม่
ปริมาณไม่พอ: แจ้งห้องปฏิบัติการและแพทย์ผู้สั่งตรวจ
ฉลากหลุด: ต้องระงับการตรวจและเก็บตัวอย่างใหม่
8. การจัดการเมื่อถึงห้องปฏิบัติการ
รับตัวอย่างและตรวจสอบความถูกต้อง
ลงทะเบียนในระบบ (Registration)
ตรวจสอบคุณภาพตัวอย่าง (Sample Quality Check)
แจ้งผลการตรวจสอบคุณภาพตัวอย่าง (Accept/Reject)
การจัดการตัวอย่างเลือดอย่างถูกต้องตั้งแต่การเก็บรักษาจนถึงการขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความถูกต้องของผลการตรวจ laboratory ซึ่งส่งผลต่อการวินิจฉัยโรคและการรักษาผู้ป่วยในที่สุด
สิ่งที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
การยืนยันตัวผู้ป่วย: เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ก่อนเจาะเลือดและก่อนติดฉลาก ต้องให้ผู้ป่วยบอก ชื่อ-นามสกุลและวันเดือนปีเกิด ด้วยตัวเอง และเปรียบเทียบกับข้อมือผู้ป่วยกับใบสั่งตรวจ ห้ามเรียกชื่อผู้ป่วยแล้วรอให้ตอบรับ
การปฏิเสธตัวอย่าง: ห้องปฏิบัติการจะปฏิเสธตรวจหากตัวอย่างมีปัญหาต่อไปนี้
ฉลากหลุด หรือข้อมูลบนฉลากไม่ตรงกับใบส่งตัวอย่าง
ตัวอย่างเลือดแตก หรือมีรอยรั่ว
ตัวอย่างเลือดแข็งตัว ในหลอดที่ใส่สารกันเลือดแข็ง
ปริมาณเลือดไม่เพียงพอ ต่อการตรวจ
ตัวอย่าง Hemolyzed มากเกินไป
หากคุณต้องการทราบรายละเอียดเฉพาะด้านใดเป็นพิเศษ เช่น ระยะเวลา Stability ที่แน่นอนสำหรับการตรวจแต่ละประเภท หรือขั้นตอนการจัดการตัวอย่างในห้องปฏิบัติการ

บทความที่เกี่ยวข้อง
Hypokalemia ระหว่าง CPR แก้ไขยังไงดี?
ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) เป็นหนึ่งในสาเหตุย้อนกลับได้ของหัวใจหยุดเต้นใน ACLS H's and T's บทความนี้สรุปแนวทางการแก้ไขภาวะ Hypokalemia ระหว่างการทำ CPR ตามหลักฐานทางการแพทย์ล่าสุด
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้