CPR แบบ 30:2 จะคำนวน CCF ratio ได้เท่าไร?
86 ผู้เข้าชม

CPR แบบ 30:2 จะคำนวน CCF ratio ได้เท่าไร?
การวิเคราะห์อัตราส่วนการกดหน้าอก (CCF Ratio) ในสถานการณ์ CRP 30:2 โดยไม่เปลี่ยนคนเป็นเวลา 2 นาที
ข้อมูลพื้นฐานทางการแพทย์
1. CCF (Chest Compression Fraction) คือ สัดส่วนเวลาในการกดหน้าอกต่อเวลาทั้งหมดของการทำ CPR โดยไม่รวมช่วงเวลาที่หยุดเพื่อประเมินหรือช็อตไฟฟ้า
2. มาตรฐาน CCF ที่แนะนำ โดย AHA 2020 Guidelines คือ 80% (ยิ่งสูง ยิ่งดี ตราบใดที่คุณภาพการกดหน้าอกยังดี)
3. CPR 30:2 หมายถึง กดหน้าอก 30 ครั้ง ตามด้วยช่วยหายใจ 2 ครั้ง
4. อัตรากดหน้าอกมาตรฐาน คือ 100-120 ครั้ง/นาที
การคำนวณเชิงลึก
สมมติฐาน:
· อัตรากดหน้าอก = 110 ครั้ง/นาที (ค่ากลาง)
· เวลาทำ CPR ทั้งหมด = 2 นาที (120 วินาที)
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณเวลาต่อรอบ CPR 30:2
· เวลากดหน้าอก 30 ครั้ง:
· อัตรา 110 ครั้ง/นาที เวลาต่อ 1 ครั้ง = frac{60}{110} approx 0.545 วินาที/ครั้ง
· เวลากด 30 ครั้ง = 30 times 0.545 approx 16.36 วินาที
· เวลาช่วยหายใจ 2 ครั้ง:
· ตามมาตรฐาน แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 1 วินาที (เป่าให้หน้าอกยกขึ้นพอดี)
· รวม 2 ครั้ง = 2 วินาที
· หมายเหตุ: ในผู้ใหญ่ อาจอนุญาตให้ใช้เวลาได้ไม่เกิน 5-6 วินาทีสำหรับ 2 ครั้ง แต่เพื่อให้ได้ CCF สูงที่สุด จะใช้ 2 วินาที
· เวลารวม 1 รอบ (30:2):
16.36 + 2 = 18.36 text{ วินาที}
ขั้นตอนที่ 2: หาจำนวนรอบใน 2 นาที
· เวลา 120 วินาที ÷ 18.36 วินาที/รอบ 6.54 รอบ
· ทำได้ 6 รอบเต็ม (เหลือเวลาอีกนิด)
ขั้นตอนที่ 3: คำนวณเวลากดหน้าอกทั้งหมด
· 6 รอบ × 16.36 วินาทีกด/รอบ = 98.16 วินาที
· รอบที่ 7 ไม่ครบ อาจได้กดต่ออีกสัก 5-10 ครั้ง แต่เพื่อความแม่นยำ ใช้แค่ 6 รอบ
ขั้นตอนที่ 4: คำนวณ CCF
· เวลากดหน้าอกทั้งหมด = 98.16 วินาที
· เวลาทั้งหมด = 120 วินาที
· text{CCF} = frac{98.16}{120} times 100 approx **81.8%**
ผลลัพธ์และคำอธิบายทางการแพทย์
· CCF 82% ซึ่ง ผ่านมาตรฐาน 80%
· เหตุที่ CCF ไม่สูงถึง 90%+ เพราะยังต้องหยุดเพื่อช่วยหายใจทุก 30 ครั้ง (การหยุดนี้จำเป็นเพื่อป้องกันภาวะ hypoxia ในระยะยาว)
· ปัจจัยที่อาจทำให้ CCF ลดลงในความเป็นจริง:
1. การเตรียมเครื่อง AED/ติดแผ่น
2. การสลับคน (แต่โจทย์กำหนดไม่เปลี่ยนคน)
3. การประเมินผู้ป่วย/ตรวจชีพจร
4. การช่วยหายใจที่ใช้เวลานานกว่า 1 วินาที/ครั้ง
5. ความล้าของผู้กด ทำให้อัตรากดช้าลง
แนวทางการเพิ่ม CCF ในสถานการณ์จริง
1. ใช้ Advanced Airway (ET tube, i-gel) สามารถกดหน้าอกต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องหยุดช่วยหายใจ CCF อาจสูงถึง 95-98%
2. ฝึกเปลี่ยนคนอย่างรวดเร็ว (ภายใน <5 วินาที)
3. ลดการหยุดรอคำสั่งหรือการช็อตที่ไม่จำเป็น
การวิเคราะห์อัตราส่วนการกดหน้าอก (CCF Ratio) อย่างละเอียดเชิงลึกทางการแพทย์
1. นิยามและความสำคัญของ CCF ตามหลักพยาธิสรีรวิทยา
CCF (Chest Compression Fraction) ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางคณิตศาสตร์ แต่เป็น ตัวบ่งชี้ความต่อเนื่องของการไหลเวียนเลือดเทียม (Artificial Perfusion) ที่สร้างขึ้นระหว่าง CPR
กลไกทางสรีรวิทยา:
· การกดหน้าอกสร้าง Coronary Perfusion Pressure (CPP) และ Cerebral Perfusion Pressure (CePP)
· CPP = Aortic Diastolic Pressure - Right Atrial Diastolic Pressure
· ทุกครั้งที่หยุดกด ความดันเหล่านี้ตกลงสู่ศูนย์ทันที
· ต้องใช้เวลากด 5-10 ครั้งแรก เพื่อสร้าง CPP ที่เพียงพอ (>15 mmHg) สำหรับการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหัวใจ
· ดังนั้น การหยุดบ่อย = สูญเสีย Coronary Flow ครั้งแล้วครั้งเล่า
หลักฐานจากงานวิจัย:
· การศึกษาใน Circulation 2018 พบว่า CCF >80% เพิ่มโอกาสรอดชีวิตถึง 2-3 เท่า เทียบกับ CCF <60%
· แต่ CCF >90% ไม่ได้ดีกว่า 80-90% อย่างมีนัยสำคัญ หากการช่วยหายใจไม่เพียงพอ
2. การคำนวณโดยละเอียดด้วยตัวแปรต่างๆ
กรณีศึกษา: CPR 30:2 อัตรา 100-120 ครั้ง/นาที
ตัวแปรสำคัญ:
1. Compression Rate (CR): 100-120/min
2. Compression Depth: 5-6 cm (ผู้ใหญ่)
3. Ventilation Time (VT): 1-1.5 วินาที/ครั้ง
4. Switch Delay (SD): 0 วินาที (ไม่เปลี่ยนคน)
5. Pre-shock Pause: 0 (ไม่ช็อตใน 2 นาทีนี้)
ตารางเปรียบเทียบ CCF ที่อัตรากดต่างกัน:
อัตรากด (ครั้ง/นาที) เวลากด 30 ครั้ง (วินาที) เวลาช่วยหายใจ 2 ครั้ง (วินาที) เวลารอบ (วินาที) รอบใน 120 วิ CCF (%)
100 18.00 2.0 20.00 6.00 79.2%
110 16.36 2.0 18.36 6.54 81.8%
115 15.65 2.0 17.65 6.80 82.9%
120 15.00 2.0 17.00 7.06 84.1%
หมายเหตุ: เวลาช่วยหายใจใช้ 2.0 วินาที (1.0 วินาที/ครั้ง)
การคำนวณด้วยเวลาช่วยหายใจจริงในทางคลินิก:
ในทางปฏิบัติ การช่วยหายใจมีองค์ประกอบ:
1. Hands-off time to position for ventilation: ~1-2 วินาที
2. Seal and deliver breath: 1 วินาที/ครั้ง
3. Chest rise confirmation: 0.5-1 วินาที
4. Reposition for compression: ~1 วินาที
ดังนั้น Ventilation Cycle Time จริง 4-6 วินาที (ไม่ใช่ 2 วินาทีตามทฤษฎี)
คำนวณใหม่กับ Ventilation Time = 5 วินาที:
· อัตรากด 110/min
· เวลากด 30 ครั้ง = 16.36 วินาที
· เวลาช่วยหายใจ = 5 วินาที
· เวลารอบ = 21.36 วินาที
· รอบใน 120 วิ = 5.62 รอบ
· เวลากดทั้งหมด = 5.62 × 16.36 = 91.9 วินาที
· CCF = 91.9/120 × 100 = 76.6%
3. ปัจจัยที่ส่งผลต่อ CCF จริงในทางคลินิก
ปัจจัยลด CCF:
1. Ventilation-associated Pauses:
· การจัดท่าทาง
· การตรวจสอบการยกตัวของหน้าอก
· การป้องกัน gastric insufflation
2. Fatigue-induced Decay:
· ภายใน 2 นาที โดยไม่เปลี่ยนคน ผู้กดจะแสดงอาการล้า
· อัตรากดลดลง ~5-10% ต่อนาที
· ความลึกลดลง ~0.5-1.0 cm ต่อนาที
3. Cognitive Load:
· การนับจำนวนครั้ง
· การประสานงานกับผู้ช่วยหายใจ
· การสังเกตสัญญาณชีวิต
ข้อมูลจาก Monitoring Devices (CPR Feedback Devices):
· ข้อมูลจาก ZOLL AED Pro Series แสดงว่า:
· CCF เฉลี่ยในการทำ 30:2 = 72-78% (ในสนามจริง)
· CCF ในห้องฉุกเฉิน = 78-85%
· Hands-off Time เฉลี่ยระหว่างช่วยหายใจ = 4.2 วินาที
4. การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง
สมการทั่วไปของ CCF สำหรับ CPR 30:2:
text{CCF} = frac{T_c times N}{T_{text{total}}}
เมื่อ:
· T_c = เวลากดหน้าอก 1 รอบ (30 ครั้ง)
· N = จำนวนรอบ
· T_{text{total}} = เวลาทั้งหมด
Derivation แบบละเอียด:
ให้:
· r = อัตรากด (ครั้ง/นาที)
· t_v = เวลาช่วยหายใจรวมต่อรอบ (วินาที)
· T = เวลารวม (วินาที)
t_c = frac{30 times 60}{r} = frac{1800}{r} text{ วินาที}
t_{text{cycle}} = t_c + t_v
n = frac{T}{t_{text{cycle}}}
text{CCF} = frac{t_c times n}{T} = frac{t_c}{t_c + t_v}
น่าสนใจ: CCF ไม่ได้ขึ้นกับเวลาทั้งหมด ในสมการสุดท้าย (หากไม่มีปัจจัยอื่น) แต่ขึ้นกับ อัตราส่วนระหว่างเวลากดต่อเวลารอบ
Plug in numbers:
· r = 110
· t_v = 2 (ทฤษฎี) หรือ 5 (ปฏิบัติ)
· t_c = 1800/110 16.36
text{CCF}_{text{ทฤษฎี}} = frac{16.36}{16.36 + 2} = frac{16.36}{18.36} = 89.1%
text{CCF}_{text{ปฏิบัติ}} = frac{16.36}{16.36 + 5} = frac{16.36}{21.36} = 76.6%
ข้อสังเกต: ผลต่าง 13% ระหว่างทฤษฎีกับปฏิบัติ!
5. การเปรียบเทียบกับมาตรฐานอื่น
CCF ในมาตรฐานต่างๆ:
1. AHA 2020 Guidelines: 80%
2. ERC 2021 Guidelines: >60% (ขั้นต่ำ), เป้าหมาย >80%
3. ญี่ปุ่น (JRC 2020): 60%
4. ออสเตรเลีย (ARC): 80%
Continuous Compressions (CCR) vs 30:2:
· CCR with Passive Oxygenation:
· CCF 95-98%
· เหมาะสำหรับ VF/pVT ช่วงแรก (<5 นาที)
· ข้อเสีย: Hypoxia ในระยะยาว (>10 นาที)
6. การประยุกต์ใช้ทางคลินิกและข้อพิจารณา
ในผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ:
1. Hypoxic Arrest (เช่น drowning, asthma):
· ต้องการ ventilation มากขึ้น
· CCF อาจต้องยอมรับต่ำลง (~70-75%)
· แต่ต้องเน้น ventilation ที่มีคุณภาพ
2. Cardiac Arrest (VF/pVT):
· ต้องการ CCF สูงสุด
· พิจารณาใช้ Hands-only CPR ถ้าไม่พร้อมช่วยหายใจ
3. Pediatric Arrest:
· สัดส่วน 15:2 หรือ 30:2 (สองผู้กด)
· CCF คาดหวังต่ำกว่า (~70-75%)
เทคโนโลยีช่วยเพิ่ม CCF:
1. Mechanical CPR Devices (LUCAS, AutoPulse):
· CCF 99%
· แต่มี delays ในการติดตั้ง
2. Capnography-guided CPR:
· ลด unnecessary pauses
· ประเมิน CPR quality จาก ETCO
3. Real-time Feedback Devices:
· ให้ข้อมูล rate, depth, recoil, CCF
7. บทสรุปและคำแนะนำ
จากโจทย์: "CPR 30:2 ไม่เปลี่ยนคน 2 นาที"
คำตอบสรุป:
· CCF ทฤษฎี (ideal): 89.1%
· CCF ปฏิบัติ (real-world): 76.6%
· CCF คาดหวังในสถานการณ์ฝึก: 81.8%
ข้อแนะนำสำหรับการรักษา CCF สูง:
1. Minimize ventilation pauses:
· ฝึกช่วยหายใจรวดเร็ว <2 วินาที/ครั้ง
· ใช้ airway adjuncts (OPA/NPA)
2. Anticipate fatigue:
· แม้ไม่เปลี่ยนคน 2 นาที แต่ควรเตรียมเปลี่ยนที่ 1:45-1:50
· Fatigue เริ่มที่ 1.5-2.0 นาที
3. Team coordination:
· ผู้ช่วยหายใจพร้อมก่อนครบ 30 ครั้ง
· สัญญาณมือ/เสียงชัดเจน
Implications สำหรับ Training:
· ควรฝึกด้วย CPR feedback devices
· วัด CCF จริง ไม่ใช่แค่คำนวณทฤษฎี
· เน้น "Push hard, push fast, minimize interruptions"
8. References หลัก
1. 2025 AHA Guidelines for CPR and ECC. Circulation.
2. Meaney PA, et al. CPR Quality: Improving Cardiac Resuscitation Outcomes. Circulation. 2013.
3. Christenson J, et al. Chest Compression Fraction Determines Survival. Resuscitation. 2009.
4. Sutton RM, et al. Pediatric CPR Quality Monitoring. JAMA Pediatrics. 2015.
การคำนวณนี้แสดงให้เห็นถึง ความซับซ้อนของการแปล guideline ไปสู่ปฏิบัติ และความสำคัญของ การฝึกฝนเพื่อลด hands-off time ให้น้อยที่สุด
สรุป
ในสถานการณ์สมมตินี้ CCF 82% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีตามมาตรฐานสากล แสดงว่าการทำ CPR 30:2 โดยไม่เปลี่ยนคนเป็นเวลา 2 นาที สามารถรักษา CCF ให้สูงกว่า 80% ได้ หากผู้ปฏิบัติมีทักษะดีและช่วยหายใจอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก AHA 2020 Guidelines for CPR and ECC และหลักการทางสรีรวิทยาการไหลเวียนเลือดในช่วง CPR
การวิเคราะห์อัตราส่วนการกดหน้าอก (CCF Ratio) ในสถานการณ์ CRP 30:2 โดยไม่เปลี่ยนคนเป็นเวลา 2 นาที
ข้อมูลพื้นฐานทางการแพทย์
1. CCF (Chest Compression Fraction) คือ สัดส่วนเวลาในการกดหน้าอกต่อเวลาทั้งหมดของการทำ CPR โดยไม่รวมช่วงเวลาที่หยุดเพื่อประเมินหรือช็อตไฟฟ้า
2. มาตรฐาน CCF ที่แนะนำ โดย AHA 2020 Guidelines คือ 80% (ยิ่งสูง ยิ่งดี ตราบใดที่คุณภาพการกดหน้าอกยังดี)
3. CPR 30:2 หมายถึง กดหน้าอก 30 ครั้ง ตามด้วยช่วยหายใจ 2 ครั้ง
4. อัตรากดหน้าอกมาตรฐาน คือ 100-120 ครั้ง/นาที
การคำนวณเชิงลึก
สมมติฐาน:
· อัตรากดหน้าอก = 110 ครั้ง/นาที (ค่ากลาง)
· เวลาทำ CPR ทั้งหมด = 2 นาที (120 วินาที)
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณเวลาต่อรอบ CPR 30:2
· เวลากดหน้าอก 30 ครั้ง:
· อัตรา 110 ครั้ง/นาที เวลาต่อ 1 ครั้ง = frac{60}{110} approx 0.545 วินาที/ครั้ง
· เวลากด 30 ครั้ง = 30 times 0.545 approx 16.36 วินาที
· เวลาช่วยหายใจ 2 ครั้ง:
· ตามมาตรฐาน แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 1 วินาที (เป่าให้หน้าอกยกขึ้นพอดี)
· รวม 2 ครั้ง = 2 วินาที
· หมายเหตุ: ในผู้ใหญ่ อาจอนุญาตให้ใช้เวลาได้ไม่เกิน 5-6 วินาทีสำหรับ 2 ครั้ง แต่เพื่อให้ได้ CCF สูงที่สุด จะใช้ 2 วินาที
· เวลารวม 1 รอบ (30:2):
16.36 + 2 = 18.36 text{ วินาที}
ขั้นตอนที่ 2: หาจำนวนรอบใน 2 นาที
· เวลา 120 วินาที ÷ 18.36 วินาที/รอบ 6.54 รอบ
· ทำได้ 6 รอบเต็ม (เหลือเวลาอีกนิด)
ขั้นตอนที่ 3: คำนวณเวลากดหน้าอกทั้งหมด
· 6 รอบ × 16.36 วินาทีกด/รอบ = 98.16 วินาที
· รอบที่ 7 ไม่ครบ อาจได้กดต่ออีกสัก 5-10 ครั้ง แต่เพื่อความแม่นยำ ใช้แค่ 6 รอบ
ขั้นตอนที่ 4: คำนวณ CCF
· เวลากดหน้าอกทั้งหมด = 98.16 วินาที
· เวลาทั้งหมด = 120 วินาที
· text{CCF} = frac{98.16}{120} times 100 approx **81.8%**
ผลลัพธ์และคำอธิบายทางการแพทย์
· CCF 82% ซึ่ง ผ่านมาตรฐาน 80%
· เหตุที่ CCF ไม่สูงถึง 90%+ เพราะยังต้องหยุดเพื่อช่วยหายใจทุก 30 ครั้ง (การหยุดนี้จำเป็นเพื่อป้องกันภาวะ hypoxia ในระยะยาว)
· ปัจจัยที่อาจทำให้ CCF ลดลงในความเป็นจริง:
1. การเตรียมเครื่อง AED/ติดแผ่น
2. การสลับคน (แต่โจทย์กำหนดไม่เปลี่ยนคน)
3. การประเมินผู้ป่วย/ตรวจชีพจร
4. การช่วยหายใจที่ใช้เวลานานกว่า 1 วินาที/ครั้ง
5. ความล้าของผู้กด ทำให้อัตรากดช้าลง
แนวทางการเพิ่ม CCF ในสถานการณ์จริง
1. ใช้ Advanced Airway (ET tube, i-gel) สามารถกดหน้าอกต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องหยุดช่วยหายใจ CCF อาจสูงถึง 95-98%
2. ฝึกเปลี่ยนคนอย่างรวดเร็ว (ภายใน <5 วินาที)
3. ลดการหยุดรอคำสั่งหรือการช็อตที่ไม่จำเป็น
การวิเคราะห์อัตราส่วนการกดหน้าอก (CCF Ratio) อย่างละเอียดเชิงลึกทางการแพทย์
1. นิยามและความสำคัญของ CCF ตามหลักพยาธิสรีรวิทยา
CCF (Chest Compression Fraction) ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางคณิตศาสตร์ แต่เป็น ตัวบ่งชี้ความต่อเนื่องของการไหลเวียนเลือดเทียม (Artificial Perfusion) ที่สร้างขึ้นระหว่าง CPR
กลไกทางสรีรวิทยา:
· การกดหน้าอกสร้าง Coronary Perfusion Pressure (CPP) และ Cerebral Perfusion Pressure (CePP)
· CPP = Aortic Diastolic Pressure - Right Atrial Diastolic Pressure
· ทุกครั้งที่หยุดกด ความดันเหล่านี้ตกลงสู่ศูนย์ทันที
· ต้องใช้เวลากด 5-10 ครั้งแรก เพื่อสร้าง CPP ที่เพียงพอ (>15 mmHg) สำหรับการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหัวใจ
· ดังนั้น การหยุดบ่อย = สูญเสีย Coronary Flow ครั้งแล้วครั้งเล่า
หลักฐานจากงานวิจัย:
· การศึกษาใน Circulation 2018 พบว่า CCF >80% เพิ่มโอกาสรอดชีวิตถึง 2-3 เท่า เทียบกับ CCF <60%
· แต่ CCF >90% ไม่ได้ดีกว่า 80-90% อย่างมีนัยสำคัญ หากการช่วยหายใจไม่เพียงพอ
2. การคำนวณโดยละเอียดด้วยตัวแปรต่างๆ
กรณีศึกษา: CPR 30:2 อัตรา 100-120 ครั้ง/นาที
ตัวแปรสำคัญ:
1. Compression Rate (CR): 100-120/min
2. Compression Depth: 5-6 cm (ผู้ใหญ่)
3. Ventilation Time (VT): 1-1.5 วินาที/ครั้ง
4. Switch Delay (SD): 0 วินาที (ไม่เปลี่ยนคน)
5. Pre-shock Pause: 0 (ไม่ช็อตใน 2 นาทีนี้)
ตารางเปรียบเทียบ CCF ที่อัตรากดต่างกัน:
อัตรากด (ครั้ง/นาที) เวลากด 30 ครั้ง (วินาที) เวลาช่วยหายใจ 2 ครั้ง (วินาที) เวลารอบ (วินาที) รอบใน 120 วิ CCF (%)
100 18.00 2.0 20.00 6.00 79.2%
110 16.36 2.0 18.36 6.54 81.8%
115 15.65 2.0 17.65 6.80 82.9%
120 15.00 2.0 17.00 7.06 84.1%
หมายเหตุ: เวลาช่วยหายใจใช้ 2.0 วินาที (1.0 วินาที/ครั้ง)
การคำนวณด้วยเวลาช่วยหายใจจริงในทางคลินิก:
ในทางปฏิบัติ การช่วยหายใจมีองค์ประกอบ:
1. Hands-off time to position for ventilation: ~1-2 วินาที
2. Seal and deliver breath: 1 วินาที/ครั้ง
3. Chest rise confirmation: 0.5-1 วินาที
4. Reposition for compression: ~1 วินาที
ดังนั้น Ventilation Cycle Time จริง 4-6 วินาที (ไม่ใช่ 2 วินาทีตามทฤษฎี)
คำนวณใหม่กับ Ventilation Time = 5 วินาที:
· อัตรากด 110/min
· เวลากด 30 ครั้ง = 16.36 วินาที
· เวลาช่วยหายใจ = 5 วินาที
· เวลารอบ = 21.36 วินาที
· รอบใน 120 วิ = 5.62 รอบ
· เวลากดทั้งหมด = 5.62 × 16.36 = 91.9 วินาที
· CCF = 91.9/120 × 100 = 76.6%
3. ปัจจัยที่ส่งผลต่อ CCF จริงในทางคลินิก
ปัจจัยลด CCF:
1. Ventilation-associated Pauses:
· การจัดท่าทาง
· การตรวจสอบการยกตัวของหน้าอก
· การป้องกัน gastric insufflation
2. Fatigue-induced Decay:
· ภายใน 2 นาที โดยไม่เปลี่ยนคน ผู้กดจะแสดงอาการล้า
· อัตรากดลดลง ~5-10% ต่อนาที
· ความลึกลดลง ~0.5-1.0 cm ต่อนาที
3. Cognitive Load:
· การนับจำนวนครั้ง
· การประสานงานกับผู้ช่วยหายใจ
· การสังเกตสัญญาณชีวิต
ข้อมูลจาก Monitoring Devices (CPR Feedback Devices):
· ข้อมูลจาก ZOLL AED Pro Series แสดงว่า:
· CCF เฉลี่ยในการทำ 30:2 = 72-78% (ในสนามจริง)
· CCF ในห้องฉุกเฉิน = 78-85%
· Hands-off Time เฉลี่ยระหว่างช่วยหายใจ = 4.2 วินาที
4. การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง
สมการทั่วไปของ CCF สำหรับ CPR 30:2:
text{CCF} = frac{T_c times N}{T_{text{total}}}
เมื่อ:
· T_c = เวลากดหน้าอก 1 รอบ (30 ครั้ง)
· N = จำนวนรอบ
· T_{text{total}} = เวลาทั้งหมด
Derivation แบบละเอียด:
ให้:
· r = อัตรากด (ครั้ง/นาที)
· t_v = เวลาช่วยหายใจรวมต่อรอบ (วินาที)
· T = เวลารวม (วินาที)
t_c = frac{30 times 60}{r} = frac{1800}{r} text{ วินาที}
t_{text{cycle}} = t_c + t_v
n = frac{T}{t_{text{cycle}}}
text{CCF} = frac{t_c times n}{T} = frac{t_c}{t_c + t_v}
น่าสนใจ: CCF ไม่ได้ขึ้นกับเวลาทั้งหมด ในสมการสุดท้าย (หากไม่มีปัจจัยอื่น) แต่ขึ้นกับ อัตราส่วนระหว่างเวลากดต่อเวลารอบ
Plug in numbers:
· r = 110
· t_v = 2 (ทฤษฎี) หรือ 5 (ปฏิบัติ)
· t_c = 1800/110 16.36
text{CCF}_{text{ทฤษฎี}} = frac{16.36}{16.36 + 2} = frac{16.36}{18.36} = 89.1%
text{CCF}_{text{ปฏิบัติ}} = frac{16.36}{16.36 + 5} = frac{16.36}{21.36} = 76.6%
ข้อสังเกต: ผลต่าง 13% ระหว่างทฤษฎีกับปฏิบัติ!
5. การเปรียบเทียบกับมาตรฐานอื่น
CCF ในมาตรฐานต่างๆ:
1. AHA 2020 Guidelines: 80%
2. ERC 2021 Guidelines: >60% (ขั้นต่ำ), เป้าหมาย >80%
3. ญี่ปุ่น (JRC 2020): 60%
4. ออสเตรเลีย (ARC): 80%
Continuous Compressions (CCR) vs 30:2:
· CCR with Passive Oxygenation:
· CCF 95-98%
· เหมาะสำหรับ VF/pVT ช่วงแรก (<5 นาที)
· ข้อเสีย: Hypoxia ในระยะยาว (>10 นาที)
6. การประยุกต์ใช้ทางคลินิกและข้อพิจารณา
ในผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ:
1. Hypoxic Arrest (เช่น drowning, asthma):
· ต้องการ ventilation มากขึ้น
· CCF อาจต้องยอมรับต่ำลง (~70-75%)
· แต่ต้องเน้น ventilation ที่มีคุณภาพ
2. Cardiac Arrest (VF/pVT):
· ต้องการ CCF สูงสุด
· พิจารณาใช้ Hands-only CPR ถ้าไม่พร้อมช่วยหายใจ
3. Pediatric Arrest:
· สัดส่วน 15:2 หรือ 30:2 (สองผู้กด)
· CCF คาดหวังต่ำกว่า (~70-75%)
เทคโนโลยีช่วยเพิ่ม CCF:
1. Mechanical CPR Devices (LUCAS, AutoPulse):
· CCF 99%
· แต่มี delays ในการติดตั้ง
2. Capnography-guided CPR:
· ลด unnecessary pauses
· ประเมิน CPR quality จาก ETCO
3. Real-time Feedback Devices:
· ให้ข้อมูล rate, depth, recoil, CCF
7. บทสรุปและคำแนะนำ
จากโจทย์: "CPR 30:2 ไม่เปลี่ยนคน 2 นาที"
คำตอบสรุป:
· CCF ทฤษฎี (ideal): 89.1%
· CCF ปฏิบัติ (real-world): 76.6%
· CCF คาดหวังในสถานการณ์ฝึก: 81.8%
ข้อแนะนำสำหรับการรักษา CCF สูง:
1. Minimize ventilation pauses:
· ฝึกช่วยหายใจรวดเร็ว <2 วินาที/ครั้ง
· ใช้ airway adjuncts (OPA/NPA)
2. Anticipate fatigue:
· แม้ไม่เปลี่ยนคน 2 นาที แต่ควรเตรียมเปลี่ยนที่ 1:45-1:50
· Fatigue เริ่มที่ 1.5-2.0 นาที
3. Team coordination:
· ผู้ช่วยหายใจพร้อมก่อนครบ 30 ครั้ง
· สัญญาณมือ/เสียงชัดเจน
Implications สำหรับ Training:
· ควรฝึกด้วย CPR feedback devices
· วัด CCF จริง ไม่ใช่แค่คำนวณทฤษฎี
· เน้น "Push hard, push fast, minimize interruptions"
8. References หลัก
1. 2025 AHA Guidelines for CPR and ECC. Circulation.
2. Meaney PA, et al. CPR Quality: Improving Cardiac Resuscitation Outcomes. Circulation. 2013.
3. Christenson J, et al. Chest Compression Fraction Determines Survival. Resuscitation. 2009.
4. Sutton RM, et al. Pediatric CPR Quality Monitoring. JAMA Pediatrics. 2015.
การคำนวณนี้แสดงให้เห็นถึง ความซับซ้อนของการแปล guideline ไปสู่ปฏิบัติ และความสำคัญของ การฝึกฝนเพื่อลด hands-off time ให้น้อยที่สุด
สรุป
ในสถานการณ์สมมตินี้ CCF 82% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีตามมาตรฐานสากล แสดงว่าการทำ CPR 30:2 โดยไม่เปลี่ยนคนเป็นเวลา 2 นาที สามารถรักษา CCF ให้สูงกว่า 80% ได้ หากผู้ปฏิบัติมีทักษะดีและช่วยหายใจอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก AHA 2020 Guidelines for CPR and ECC และหลักการทางสรีรวิทยาการไหลเวียนเลือดในช่วง CPR


