แชร์

หญิง 15 ปี กลัวอ้วน... กินมากแล้วบังคับอาเจียนใช้ยาระบาย วินิจฉัยอะไร?

38 ผู้เข้าชม
ผู้ป่วยหญิงอายุ 15 ปี กลัวว่าตนเองอ้วน รับประทานอาหารครั้งละมากๆ แล้วไปล้วงคอให้อาเจียน ร่วมกับใช้ยาระบาย ตรวจร่างกาย BMI = 19 อื่นๆ ปกติ
A. โรคบูลิเมีย (Bulimia Nervosa)
B. โรคอะนอร์เร็กเซีย (Anorexia Nervosa)
C. โรคซอมาโตฟอร์ม (Somatoform Disorder)
D. โรคดิสมอร์ฟิก (Body Dysmorphic Disorder)
E. โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)
ตอบ A. โรคบูลิเมีย (Bulimia Nervosa)
จากการประเมินผู้ป่วยหญิงอายุ 15 ปี ที่มีอาการกลัวว่าตนเองอ้วน มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารครั้งละมากๆ ตามด้วยการล้วงคอให้อาเจียน และใช้ยาระบาย ร่วมกับค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่ 19 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติถึงต่ำกว่าเล็กน้อย อาการทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงโรคการกินผิดปกติประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะ
โรคบูลิเมียเป็นโรคการกินผิดปกติที่ характеризуาด้วยวงจรอุบาทว์ของพฤติกรรมการกินครั้งละมากๆ (binge eating) ตามด้วยพฤติกรรมชดเชย (compensatory behaviors) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักขึ้น โดยพฤติกรรมชดเชยที่พบบ่อยได้แก่ การอาเจียนโดยเจตนา การใช้ยาระบาย ยาขับปัสสาวะ การอดอาหาร หรือการออกกำลังกายอย่างหักโหม
กลไกทางจิตพยาธิวิทยาของโรคบูลิเมียเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในภาพลักษณ์ของร่างกาย (body image disturbance) ที่ทำให้ผู้ป่วยมีความกังวลเกี่ยวกับรูปร่างและน้ำหนักอย่างมาก แม้ว่าน้ำหนักจริงจะอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ตาม การรับประทานอาหารครั้งละมากๆ มักเกิดจากความเครียดหรืออารมณ์ด้านลบ แล้วตามด้วยความรู้สึกผิดและความวิตกกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่พฤติกรรมชดเชย
ลักษณะทางคลินิกที่สำคัญที่สนับสนุนการวินิจฉัยบูลิเมียได้แก่ ค่า BMI ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ (19) ซึ่งแตกต่างจากโรคอะนอร์เร็กเซียที่มักมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อย่างชัดเจน การมีพฤติกรรมการกินครั้งละมากๆ ร่วมกับการชดเชยอย่างสม่ำเสมอ และความกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักและรูปร่างที่มากเกินไป
การวินิจฉัยแยกโรคต้องพิจารณาอย่างละเอียด โรคอะนอร์เร็กเซียมักมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อย่างชัดเจนและไม่ค่อยมีพฤติกรรมการกินครั้งละมากๆ โรคซอมาโตฟอร์มเกี่ยวข้องกับอาการทางกายที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยโรคทางกาย โรคบอดี้ดิสมอร์ฟิกเกี่ยวข้องกับความกังวลเกี่ยวกับข้อบกพร่องทางร่างกายที่เฉพาะเจาะจง และโรคย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวข้องกับความคิดและพฤติกรรมซ้ำๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหารและน้ำหนัก
ภาวะแทรกซ้อนทางกายที่อาจเกิดขึ้นจากโรคบูลิเมียได้แก่ ความผิดปกติของ electrolyte จากพฤติกรรมอาเจียนหรือใช้ยาระบาย เช่น ภาวะโพแทสเซียมต่ำที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การสึกกร่อนของฟันจากกรดในกระเพาะอาหาร ต่อมน้ำลายบวม และการอักเสบของหลอดอาหาร
การรักษาโรคบูลิเมียต้องใช้แนวทางแบบสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วยการทำจิตบำบัดโดยเฉพาะ cognitive-behavioral therapy ที่มุ่งแก้ไขความคิดและพฤติกรรมเกี่ยวกับการกิน การให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ และในบางกรณีอาจใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าเพื่อช่วยควบคุมอาการ
โดยสรุป then โรคบูลิเมียเป็นการวินิจฉัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนี้ เนื่องจากอธิบายลักษณะทางคลินิกทั้งหมดได้ครบถ้วน ทั้งพฤติกรรมการกินครั้งละมากๆ พฤติกรรมชดเชยโดยการอาเจียนและใช้ยาระบาย ความกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักและรูปร่าง และค่าดัชนีมวลกายที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy