เลือดไหลย้อนกลับมาน้ำเกลือได้ยังไง?
19 ผู้เข้าชม

เลือดไหลย้อนกลับมาน้ำเกลือได้ยังไง ควรวางถุงน้ำเกลือสูงเท่าไรดี?
คำถามนี้ดีมาก และเป็นปรากฏการณ์สำคัญในทางคลินิก คำตอบคือ "ได้ และเกิดขึ้นบ่อยครั้ง" ซึ่งเกิดจากหลักการทางสรีรวิทยาและฟิสิกส์
การไหลย้อนกลับของเลือดเข้าไปใน สายให้สารน้ำ (IV line) หรือที่เรียกว่า "Blood Backflow" หรือ "Blood Reflux" เป็นเรื่องปกติและบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของระบบ แต่ก็ต้องเฝ้าระวัง
สาเหตุหลักที่ทำให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าไปในสาย IV
1. ความดันในหลอดเลือดดำสูงกว่าความดันในระบบให้สารน้ำ (Negative Pressure Gradient)
· กลไก: เมื่อความดันในเส้นเลือดดำ (Venous Pressure) สูงขึ้นชั่วคราวและสูงกว่าความดันในสายน้ำเกลือ เลือดจะถูกดันให้ไหลจากจุดที่มีความดันสูง (เส้นเลือด) ไปยังจุดที่มีความดันต่ำกว่า (สาย IV)
· สาเหตุที่ทำให้ความดันในเส้นเลือดดำสูงขึ้น:
· การเกร็งหรือเบ่ง (Valsalva maneuver): เช่น ผู้ป่วยไอ จาม เบ่งอุจจาระ ยกของหนัก
· การเปลี่ยนท่า: เช่น ลุกนั่งหรือลุกยืนเร็ว ๆ ทำให้แรงโน้มถ่วงเพิ่มความดันเลือดที่แขนและมือ
· การรัดหรือกดทับ: เช่น แขนไปกดทับสาย หรือสายรัดแน่นเกินไป
· ภาวะหัวใจล้มเหลวด้านขวา (Right Heart Failure): ทำให้ความดันในระบบหลอดเลือดดำสูงขึ้นทั่วร่างกาย
2. แรงดึงดูดจากความสูง (Gravity Siphon Effect)
· หากขวดน้ำเกลือหรือถุงน้ำเกลืออยู่ ต่ำกว่า ระดับของตำแหน่งที่เจาะเลือด (เช่น วางไว้บนพื้นขณะผู้ป่วยนั่งบนเตียง) จะเกิดแรงดูดจากความสูงของของเหลวในสาย ดึงเลือดจากเส้นเลือดกลับออกมาได้
3. การปิดวาล์ว (Clamp/Valve) ไม่สนิทหรือการดึงสาย
· เมื่อหยุดให้สารน้ำ หากปิดคลิป (roller clamp) ไม่สนิท หรือวาล์วแบบปิดอัตโนมัติ ทำงานไม่ปกติ อาจเกิดการไหลย้อนกลับได้
· การดึงหรือเคลื่อนไหวบริเวณที่สอดสาย (catheter) อาจสร้างช่องว่างให้เลือดไหลเข้ามาได้
การเปรียบเทียบระหว่าง หลังมือ (Dorsal Hand Vein) และ ข้อพับ (Antecubital Fossa)
ลักษณะ หลังมือ (Dorsal Hand Vein) ข้อพับ (Antecubital Fossa)
ความดันปกติ ต่ำมาก (ต่ำกว่าแขน) เพราะอยู่ไกลหัวใจและสูงกว่า สูงกว่าเล็กน้อย (ใกล้หัวใจกว่า)
โอกาสเกิด Backflow สูงกว่า เนื่องจากเส้นเลือดเล็ก, ความดันต่ำ, ระบบให้สารน้ำมักอยู่สูงกว่า ทำให้เกิด แรงดันลบ (Negative Pressure) ในสายได้ง่ายเมื่อผู้ป่วยขยับมือ ปานกลาง เนื่องจากเส้นเลือดใหญ่ ความดันสูงกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังเกิดได้ง่ายจาก Valsalva
ปัจจัยเสริม การเคลื่อนไหวของมือและข้อมือบ่อย ส่งผลต่อตำแหน่งสายมาก มักเป็นตำแหน่งให้สารน้ำเร็ว (large bore) หากเกิด backflow อาจมีเลือดกลับมาได้ปริมาณมาก
ความเสี่ยง เส้นเลือดเล็กอุดตันหากเลือดที่ไหลย้อนกลับจับตัวเป็นก้อนในปลายสาย (Catheter Occlusion) ปริมาณเลือดที่ไหลกลับอาจมากกว่า แต่เส้นเลือดใหญ่ทนทานกว่า
จะเห็นเลือดไหลย้อนกลับได้ที่ไหน?
เลือดจะไหลย้อนกลับมาและมองเห็นได้ใน:
1. สายตั้ง (Drip Chamber): อาจเห็นเลือดปนในน้ำเกลือที่หยด
2. สายยาง (IV Tubing): อาจเห็นเป็นแนวเลือดยาวในสาย
3. จุดต่อ (Connection Ports): เช่น ที่จุดต่อระหว่างสายต่างๆ
4. ปลาย Catheter: เมื่อถอดสายออก อาจมีเลือดไหลออกมาจาก hub
ผลกระทบและการจัดการ
· ผลกระทบ:
· การอุดตัน (Occlusion): หากเลือดไหลย้อนกลับและจับตัวเป็นลิ่ม (clot) ในปลาย catheter อาจทำให้สายตัน ให้สารน้ำต่อไปไม่ได้
· การปนเปื้อน (Contamination): เลือดเป็นสื่อที่ดีของแบคทีเรีย อาจเพิ่มเสี่ยงการติดเชื้อหากไหลย้อนเข้าไปในถุงน้ำเกลือ (แต่พบได้น้อย)
· ความกังวลของผู้ป่วย: ผู้ป่วยอาจตกใจเมื่อเห็นเลือดในสาย
· การป้องกันและจัดการ:
1. ใช้สายต่อชนิด Positive Pressure: เช่น Positive Displacement Connectors (เช่น, BD PosiFlush) เมื่อถอดสายออก จะดันน้ำเกลือออกไปเล็กน้อย ป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ
2. รักษาระดับความสูง: วางถุงน้ำเกลือให้สูงกว่าระดับตำแหน่งที่เจาะเสมอ (ใช้หลัก Gravity)
3. ล้างสาย (Flushing) ให้ถูกวิธี: ใช้เทคนิค "ปัก-ล้าง-ปิด" (SASH: Saline-Administer drug-Saline-Heparin lock) หรือ "ปัก-ล้าง" ด้วยน้ำเกลือ โดยปิดคลิปขณะที่ยังดัน plunger อยู่ เพื่อสร้างความดันบวก
4. หลีกเลี่ยงการสร้างความดันลบ: อย่าดึง plunger กลับขณะที่ต่อกับสาย IV อยู่
5. สอนผู้ป่วย: แนะนำไม่ให้เคลื่อนไหวรุนแรงหรือเกร็งบริเวณนั้นโดยไม่จำเป็น
สรุป: การไหลย้อนกลับของเลือดในสาย IV เป็นปรากฏการณ์ทางกายภาพที่พบได้ ทั้งที่หลังมือและข้อพับ เนื่องจากความดันในหลอดเลือดดำเปลี่ยนแปลงได้ง่าย โดยที่ หลังมือมีแนวโน้มเกิดง่ายกว่า เนื่องจากปัจจัยทางกายภาพ เป้าหมายของบุคลากรทางการแพทย์ไม่ใช่การหยุดมัน полностью (ซึ่งทำได้ยาก) แต่คือ การจัดการและป้องกันไม่ให้เลือดนั้นจับตัวเป็นก้อนอุดตันสาย ด้วยเทคนิคการล้างสายและการใช้อุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม
นี่เป็นคำถามที่สำคัญมากในทางปฏิบัติ หลักการง่ายๆ คือ:
"วางถุงสารน้ำไว้สูงกว่าระดับหัวใจผู้ป่วยเสมอ"
แต่ในทางเทคนิคและเพื่อความแม่นยำ สามารถอธิบายได้ดังนี้
1. หลักการทางฟิสิกส์: ความดันน้ำสถิต (Hydrostatic Pressure)
· สูตร: P = ρgh
· P = ความดัน (ปาสคาล)
· ρ = ความหนาแน่นของของเหลว (สำหรับน้ำเกลือ ≈ ความหนาแน่นของน้ำ)
· g = แรงโน้มถ่วง
· h = ความสูงของของเหลว (เมตร)
· แปลเป็นภาษาแพทย์: ความดันที่ปลายสาย IV เกิดจาก ความสูงของเส่วน้ำ ตั้งแต่ถุงน้ำเกลือลงมาถึงจุดเจาะเส้นเลือด
2. ค่าความสูงขั้นต่ำที่ปลอดภัย (ในทางปฏิบัติ)
· กฎทั่วไป: ถุงสารน้ำต้องอยู่สูงกว่าตำแหน่งที่เจาะ IV อย่างน้อย 30-50 เซนติเมตร (ประมาณ 1-1.5 ฟุต)
· เหตุผล: ความสูงนี้สร้าง "ความดันบวก" (Positive Pressure) ในสายเพียงพอที่จะคอยดันน้ำเกลือเข้าเส้นเลือดเล็กๆ ตลอดเวลา และป้องกันไม่ให้ความดันในเส้นเลือดดำ (ซึ่งปกติ 5-15 mmHg) ดันเลือดกลับเข้ามา
· การคำนวณอย่างง่าย:
· ความสูง 30 ซม. ของน้ำเกลือ สร้างความดันประมาณ 22 mmHg (เพราะ 1.36 cmH₂O ≈ 1 mmHg, ดังนั้น 30 cmH₂O ≈ 22 mmHg)
· ความดันนี้สูงกว่าความดันในเส้นเลือดดำปกติ (5-15 mmHg) จึงชนะและป้องกันการไหลย้อนกลับได้
3. ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม:
· ตำแหน่งการเจาะ:
· หลังมือ: มักอยู่สูงกว่าระดับหัวใจเมื่อผู้ป่วยนั่งหรือยืน → ต้องแขวนถุงให้สูงขึ้นไปอีก อาจต้องสูงกว่ามือ 60-100 ซม.
· ข้อพับ/แขน: มักอยู่ระดับเดียวกับหัวใจ → แขวนถุงให้สูงกว่าระดับแขน 30-50 ซม. ก็มักเพียงพอ
· ท่าทางผู้ป่วย:
· นอนราบ: ตำแหน่งเจาะส่วนใหญ่อยู่ระดับเดียวหรือต่ำกว่าระดับหัวใจ → ความเสี่ยง backflow น้อย แขวนสูงตามปกติ
· นั่งหรือยืน: ตำแหน่งเจาะต่ำกว่าระดับหัวใจมาก (เช่น มืออยู่ต่ำ) → ต้องแขวนถุงให้สูงมากเป็นพิเศษ อาจต้องให้ผู้ป่วยวางมือบนหมอนหนุนให้สูงขึ้น
· ความดันเลือดของผู้ป่วย:
· ผู้ป่วยความดันเลือดสูง (Venous pressure สูง) → อาจต้องการความสูงที่มากขึ้นเพื่อสร้างแรงดันบวกที่ชนะ
· ผู้ป่วยความดันเลือดต่ำมาก (Venous pressure ต่ำมาก) → แขวนต่ำหน่อยก็ยังปลอดภัย
4. สถานการณ์ที่เกิดปัญหาแม้วางสูงพอ:
แม้วางสูงตามหลักการแล้ว การไหลย้อนกลับยังอาจเกิดได้จาก:
1. การเปลี่ยนแปลงความดันในเส้นเลือดดำอย่างรวดเร็ว: เช่น ไอ จาม เบ่ง ซึ่งเพิ่มความดันชั่วคราวได้มากกว่า 50 mmHg (แรงกว่าความดันจากความสูง 30 ซม. ที่ 22 mmHg)
2. สาย IV โค้งงอหรือถูกกดทับ: ทำให้ความดันบวกจากถุงส่งไม่ถึงปลาย catheter
3. ใช้สาย catheter ขนาดใหญ่ในเส้นเลือดเล็ก: เลือดไหลย้อนเข้ามาในช่องว่างระหว่าง catheter กับผนังเส้นเลือดได้
4. เทคนิคการต่อ/อุปกรณ์ไม่ถูกต้อง: เช่น เมื่อเปลี่ยนถุงใหม่หรือให้ยา หากสร้างแรงดันลบในสายชั่วขณะ
5. เทคนิคปฏิบัติการเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ:
1. ใช้สายต่อชนิด Positive Pressure: เช่น Positive Displacement Needleless Connectors อุปกรณ์นี้เมื่อออก ปิดกั้นไม่ให้เลือดไหลกลับ
2. เทคนิคการล้างสาย (Flushing) ที่ถูกต้อง:
· ปิดคลิปขณะที่ยังดัน plunger อยู่ (ปิดก่อนที่จะหยุดดัน) เพื่อสร้างความดันบวกคงเหลือในสาย
· หรือใช้เทคนิค SASH: Saline flush → Administer drug → Saline flush → (หากจำเป็น) Heparin lock
3. ใช้สายแขวนแบบปรับได้ (Adjustable IV Pole) และคอยปรับระดับเมื่อผู้ป่วยเปลี่ยนท่า
4. สอนผู้ป่วย:
· หลีกเลี่ยงการเกร็งหรือเบ่งบริเวณแขนที่เจาะ
· แจ้งพยาบาลก่อนไอหรือจามแรงๆ (อาจช่วยประคองสายได้)
· ไม่ยกของหนักหรือออกแรงด้วยแขนข้างนั้น
สรุปสั้นๆ สำหรับการปฏิบัติ:
แขวนถุงสารน้ำให้ก้นถุงอยู่สูงกว่าระดับหัวใจผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต (30 ซม.) ขึ้นไป และสูงกว่าตำแหน่งที่เจาะ IV อย่างชัดเจนเมื่อมองด้วยตา หากผู้ป่วยนั่งเก้าอี้ มักต้องแขวนให้สูงกว่าหัวผู้ป่วย 1-2 ฟุต (30-60 ซม.) จึงจะปลอดภัยจาก backflow
การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือ การใช้สายต่อ Positive Pressure ร่วมกับการล้างสายที่ถูกวิธี มากกว่าการพึ่งพาความสูงเพียงอย่างเดียว
คำถามนี้ดีมาก และเป็นปรากฏการณ์สำคัญในทางคลินิก คำตอบคือ "ได้ และเกิดขึ้นบ่อยครั้ง" ซึ่งเกิดจากหลักการทางสรีรวิทยาและฟิสิกส์
การไหลย้อนกลับของเลือดเข้าไปใน สายให้สารน้ำ (IV line) หรือที่เรียกว่า "Blood Backflow" หรือ "Blood Reflux" เป็นเรื่องปกติและบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของระบบ แต่ก็ต้องเฝ้าระวัง
สาเหตุหลักที่ทำให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าไปในสาย IV
1. ความดันในหลอดเลือดดำสูงกว่าความดันในระบบให้สารน้ำ (Negative Pressure Gradient)
· กลไก: เมื่อความดันในเส้นเลือดดำ (Venous Pressure) สูงขึ้นชั่วคราวและสูงกว่าความดันในสายน้ำเกลือ เลือดจะถูกดันให้ไหลจากจุดที่มีความดันสูง (เส้นเลือด) ไปยังจุดที่มีความดันต่ำกว่า (สาย IV)
· สาเหตุที่ทำให้ความดันในเส้นเลือดดำสูงขึ้น:
· การเกร็งหรือเบ่ง (Valsalva maneuver): เช่น ผู้ป่วยไอ จาม เบ่งอุจจาระ ยกของหนัก
· การเปลี่ยนท่า: เช่น ลุกนั่งหรือลุกยืนเร็ว ๆ ทำให้แรงโน้มถ่วงเพิ่มความดันเลือดที่แขนและมือ
· การรัดหรือกดทับ: เช่น แขนไปกดทับสาย หรือสายรัดแน่นเกินไป
· ภาวะหัวใจล้มเหลวด้านขวา (Right Heart Failure): ทำให้ความดันในระบบหลอดเลือดดำสูงขึ้นทั่วร่างกาย
2. แรงดึงดูดจากความสูง (Gravity Siphon Effect)
· หากขวดน้ำเกลือหรือถุงน้ำเกลืออยู่ ต่ำกว่า ระดับของตำแหน่งที่เจาะเลือด (เช่น วางไว้บนพื้นขณะผู้ป่วยนั่งบนเตียง) จะเกิดแรงดูดจากความสูงของของเหลวในสาย ดึงเลือดจากเส้นเลือดกลับออกมาได้
3. การปิดวาล์ว (Clamp/Valve) ไม่สนิทหรือการดึงสาย
· เมื่อหยุดให้สารน้ำ หากปิดคลิป (roller clamp) ไม่สนิท หรือวาล์วแบบปิดอัตโนมัติ ทำงานไม่ปกติ อาจเกิดการไหลย้อนกลับได้
· การดึงหรือเคลื่อนไหวบริเวณที่สอดสาย (catheter) อาจสร้างช่องว่างให้เลือดไหลเข้ามาได้
การเปรียบเทียบระหว่าง หลังมือ (Dorsal Hand Vein) และ ข้อพับ (Antecubital Fossa)
ลักษณะ หลังมือ (Dorsal Hand Vein) ข้อพับ (Antecubital Fossa)
ความดันปกติ ต่ำมาก (ต่ำกว่าแขน) เพราะอยู่ไกลหัวใจและสูงกว่า สูงกว่าเล็กน้อย (ใกล้หัวใจกว่า)
โอกาสเกิด Backflow สูงกว่า เนื่องจากเส้นเลือดเล็ก, ความดันต่ำ, ระบบให้สารน้ำมักอยู่สูงกว่า ทำให้เกิด แรงดันลบ (Negative Pressure) ในสายได้ง่ายเมื่อผู้ป่วยขยับมือ ปานกลาง เนื่องจากเส้นเลือดใหญ่ ความดันสูงกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังเกิดได้ง่ายจาก Valsalva
ปัจจัยเสริม การเคลื่อนไหวของมือและข้อมือบ่อย ส่งผลต่อตำแหน่งสายมาก มักเป็นตำแหน่งให้สารน้ำเร็ว (large bore) หากเกิด backflow อาจมีเลือดกลับมาได้ปริมาณมาก
ความเสี่ยง เส้นเลือดเล็กอุดตันหากเลือดที่ไหลย้อนกลับจับตัวเป็นก้อนในปลายสาย (Catheter Occlusion) ปริมาณเลือดที่ไหลกลับอาจมากกว่า แต่เส้นเลือดใหญ่ทนทานกว่า
จะเห็นเลือดไหลย้อนกลับได้ที่ไหน?
เลือดจะไหลย้อนกลับมาและมองเห็นได้ใน:
1. สายตั้ง (Drip Chamber): อาจเห็นเลือดปนในน้ำเกลือที่หยด
2. สายยาง (IV Tubing): อาจเห็นเป็นแนวเลือดยาวในสาย
3. จุดต่อ (Connection Ports): เช่น ที่จุดต่อระหว่างสายต่างๆ
4. ปลาย Catheter: เมื่อถอดสายออก อาจมีเลือดไหลออกมาจาก hub
ผลกระทบและการจัดการ
· ผลกระทบ:
· การอุดตัน (Occlusion): หากเลือดไหลย้อนกลับและจับตัวเป็นลิ่ม (clot) ในปลาย catheter อาจทำให้สายตัน ให้สารน้ำต่อไปไม่ได้
· การปนเปื้อน (Contamination): เลือดเป็นสื่อที่ดีของแบคทีเรีย อาจเพิ่มเสี่ยงการติดเชื้อหากไหลย้อนเข้าไปในถุงน้ำเกลือ (แต่พบได้น้อย)
· ความกังวลของผู้ป่วย: ผู้ป่วยอาจตกใจเมื่อเห็นเลือดในสาย
· การป้องกันและจัดการ:
1. ใช้สายต่อชนิด Positive Pressure: เช่น Positive Displacement Connectors (เช่น, BD PosiFlush) เมื่อถอดสายออก จะดันน้ำเกลือออกไปเล็กน้อย ป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ
2. รักษาระดับความสูง: วางถุงน้ำเกลือให้สูงกว่าระดับตำแหน่งที่เจาะเสมอ (ใช้หลัก Gravity)
3. ล้างสาย (Flushing) ให้ถูกวิธี: ใช้เทคนิค "ปัก-ล้าง-ปิด" (SASH: Saline-Administer drug-Saline-Heparin lock) หรือ "ปัก-ล้าง" ด้วยน้ำเกลือ โดยปิดคลิปขณะที่ยังดัน plunger อยู่ เพื่อสร้างความดันบวก
4. หลีกเลี่ยงการสร้างความดันลบ: อย่าดึง plunger กลับขณะที่ต่อกับสาย IV อยู่
5. สอนผู้ป่วย: แนะนำไม่ให้เคลื่อนไหวรุนแรงหรือเกร็งบริเวณนั้นโดยไม่จำเป็น
สรุป: การไหลย้อนกลับของเลือดในสาย IV เป็นปรากฏการณ์ทางกายภาพที่พบได้ ทั้งที่หลังมือและข้อพับ เนื่องจากความดันในหลอดเลือดดำเปลี่ยนแปลงได้ง่าย โดยที่ หลังมือมีแนวโน้มเกิดง่ายกว่า เนื่องจากปัจจัยทางกายภาพ เป้าหมายของบุคลากรทางการแพทย์ไม่ใช่การหยุดมัน полностью (ซึ่งทำได้ยาก) แต่คือ การจัดการและป้องกันไม่ให้เลือดนั้นจับตัวเป็นก้อนอุดตันสาย ด้วยเทคนิคการล้างสายและการใช้อุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม
นี่เป็นคำถามที่สำคัญมากในทางปฏิบัติ หลักการง่ายๆ คือ:
"วางถุงสารน้ำไว้สูงกว่าระดับหัวใจผู้ป่วยเสมอ"
แต่ในทางเทคนิคและเพื่อความแม่นยำ สามารถอธิบายได้ดังนี้
1. หลักการทางฟิสิกส์: ความดันน้ำสถิต (Hydrostatic Pressure)
· สูตร: P = ρgh
· P = ความดัน (ปาสคาล)
· ρ = ความหนาแน่นของของเหลว (สำหรับน้ำเกลือ ≈ ความหนาแน่นของน้ำ)
· g = แรงโน้มถ่วง
· h = ความสูงของของเหลว (เมตร)
· แปลเป็นภาษาแพทย์: ความดันที่ปลายสาย IV เกิดจาก ความสูงของเส่วน้ำ ตั้งแต่ถุงน้ำเกลือลงมาถึงจุดเจาะเส้นเลือด
2. ค่าความสูงขั้นต่ำที่ปลอดภัย (ในทางปฏิบัติ)
· กฎทั่วไป: ถุงสารน้ำต้องอยู่สูงกว่าตำแหน่งที่เจาะ IV อย่างน้อย 30-50 เซนติเมตร (ประมาณ 1-1.5 ฟุต)
· เหตุผล: ความสูงนี้สร้าง "ความดันบวก" (Positive Pressure) ในสายเพียงพอที่จะคอยดันน้ำเกลือเข้าเส้นเลือดเล็กๆ ตลอดเวลา และป้องกันไม่ให้ความดันในเส้นเลือดดำ (ซึ่งปกติ 5-15 mmHg) ดันเลือดกลับเข้ามา
· การคำนวณอย่างง่าย:
· ความสูง 30 ซม. ของน้ำเกลือ สร้างความดันประมาณ 22 mmHg (เพราะ 1.36 cmH₂O ≈ 1 mmHg, ดังนั้น 30 cmH₂O ≈ 22 mmHg)
· ความดันนี้สูงกว่าความดันในเส้นเลือดดำปกติ (5-15 mmHg) จึงชนะและป้องกันการไหลย้อนกลับได้
3. ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม:
· ตำแหน่งการเจาะ:
· หลังมือ: มักอยู่สูงกว่าระดับหัวใจเมื่อผู้ป่วยนั่งหรือยืน → ต้องแขวนถุงให้สูงขึ้นไปอีก อาจต้องสูงกว่ามือ 60-100 ซม.
· ข้อพับ/แขน: มักอยู่ระดับเดียวกับหัวใจ → แขวนถุงให้สูงกว่าระดับแขน 30-50 ซม. ก็มักเพียงพอ
· ท่าทางผู้ป่วย:
· นอนราบ: ตำแหน่งเจาะส่วนใหญ่อยู่ระดับเดียวหรือต่ำกว่าระดับหัวใจ → ความเสี่ยง backflow น้อย แขวนสูงตามปกติ
· นั่งหรือยืน: ตำแหน่งเจาะต่ำกว่าระดับหัวใจมาก (เช่น มืออยู่ต่ำ) → ต้องแขวนถุงให้สูงมากเป็นพิเศษ อาจต้องให้ผู้ป่วยวางมือบนหมอนหนุนให้สูงขึ้น
· ความดันเลือดของผู้ป่วย:
· ผู้ป่วยความดันเลือดสูง (Venous pressure สูง) → อาจต้องการความสูงที่มากขึ้นเพื่อสร้างแรงดันบวกที่ชนะ
· ผู้ป่วยความดันเลือดต่ำมาก (Venous pressure ต่ำมาก) → แขวนต่ำหน่อยก็ยังปลอดภัย
4. สถานการณ์ที่เกิดปัญหาแม้วางสูงพอ:
แม้วางสูงตามหลักการแล้ว การไหลย้อนกลับยังอาจเกิดได้จาก:
1. การเปลี่ยนแปลงความดันในเส้นเลือดดำอย่างรวดเร็ว: เช่น ไอ จาม เบ่ง ซึ่งเพิ่มความดันชั่วคราวได้มากกว่า 50 mmHg (แรงกว่าความดันจากความสูง 30 ซม. ที่ 22 mmHg)
2. สาย IV โค้งงอหรือถูกกดทับ: ทำให้ความดันบวกจากถุงส่งไม่ถึงปลาย catheter
3. ใช้สาย catheter ขนาดใหญ่ในเส้นเลือดเล็ก: เลือดไหลย้อนเข้ามาในช่องว่างระหว่าง catheter กับผนังเส้นเลือดได้
4. เทคนิคการต่อ/อุปกรณ์ไม่ถูกต้อง: เช่น เมื่อเปลี่ยนถุงใหม่หรือให้ยา หากสร้างแรงดันลบในสายชั่วขณะ
5. เทคนิคปฏิบัติการเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ:
1. ใช้สายต่อชนิด Positive Pressure: เช่น Positive Displacement Needleless Connectors อุปกรณ์นี้เมื่อออก ปิดกั้นไม่ให้เลือดไหลกลับ
2. เทคนิคการล้างสาย (Flushing) ที่ถูกต้อง:
· ปิดคลิปขณะที่ยังดัน plunger อยู่ (ปิดก่อนที่จะหยุดดัน) เพื่อสร้างความดันบวกคงเหลือในสาย
· หรือใช้เทคนิค SASH: Saline flush → Administer drug → Saline flush → (หากจำเป็น) Heparin lock
3. ใช้สายแขวนแบบปรับได้ (Adjustable IV Pole) และคอยปรับระดับเมื่อผู้ป่วยเปลี่ยนท่า
4. สอนผู้ป่วย:
· หลีกเลี่ยงการเกร็งหรือเบ่งบริเวณแขนที่เจาะ
· แจ้งพยาบาลก่อนไอหรือจามแรงๆ (อาจช่วยประคองสายได้)
· ไม่ยกของหนักหรือออกแรงด้วยแขนข้างนั้น
สรุปสั้นๆ สำหรับการปฏิบัติ:
แขวนถุงสารน้ำให้ก้นถุงอยู่สูงกว่าระดับหัวใจผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต (30 ซม.) ขึ้นไป และสูงกว่าตำแหน่งที่เจาะ IV อย่างชัดเจนเมื่อมองด้วยตา หากผู้ป่วยนั่งเก้าอี้ มักต้องแขวนให้สูงกว่าหัวผู้ป่วย 1-2 ฟุต (30-60 ซม.) จึงจะปลอดภัยจาก backflow
การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือ การใช้สายต่อ Positive Pressure ร่วมกับการล้างสายที่ถูกวิธี มากกว่าการพึ่งพาความสูงเพียงอย่างเดียว


