ชาย 60 ปี ตรวจพบต่อมลูกหมากโต PSA = 4 จัดการอย่างไร?
11 ผู้เข้าชม

ชาย 60 ปี ตรวจพบต่อมลูกหมากโต PSA = 4 จัดการอย่างไร?
ผู้ป่วยชายอายุ 60 ปี มาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายประจำปี ตรวจพบต่อมลูกหมากโตขนาด 2+ และมีค่า PSA 4 นาโนกรัม/มิลลิลิตร
a. observe
b. biopsy
c. start alpha1-blocker
d. F/U psa 1 wk
e. F/U psa 6 month
จากผู้ป่วยชายอายุ 60 ปี ที่มาตรวจร่างกายประจำปีและตรวจพบต่อมลูกหมากโตขนาด 2+ ร่วมกับมีค่า PSA 4 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบและรอบคอบ เนื่องจากเป็นข้อค้นพบที่พบบ่อยในชายสูงอายุซึ่งอาจเป็นได้ทั้งภาวะปกติตามอายุหรือสัญญาณของโรคที่ร้ายแรง
การประเมินผู้ป่วยรายนี้ต้องเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการทางระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งได้แก่ อาการปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุด ปัสสาวะไม่สุด ต้องเบ่งปัสสาวะ หรือมีอาการปัสสาวะเล็ดราด ประวัติการใช้ยาต่างๆ ก็มีความสำคัญ เนื่องจากยาบางชนิดเช่น ยาต้านฮิสตามีน ยาต้านซึมเศร้า สามารถทำให้อาการของต่อมลูกหมากโตแย่ลงได้
ค่า PSA ที่ระดับ 4 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร ในชายอายุ 60 ปี จัดอยู่ในระดับ gray zone ที่ต้องตีความอย่างระมัดระวัง ค่า PSA อาจสูงขึ้นได้จากหลายสาเหตุที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น ภาวะต่อมลูกหมากโตตามธรรมชาติ ต่อมลูกหมากอักเสบ การตรวจคลำต่อมลูกหมาก การสวนปัสสาวะ หรือแม้แต่การขับรถเป็นเวลานาน การตีความค่า PSA ควรพิจารณาร่วมกับอายุของผู้ป่วย โดยชายอายุ 60 ปีมีค่า PSA ตามช่วงอายุดังนี้ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.0-1.5 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร และค่าไม่เกินเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 อยู่ที่ 4.0 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร
การจัดการควรเริ่มด้วยการประเมินความรุนแรงของอาการผ่านแบบประเมิน IPSS ซึ่งเป็นแบบสอบถามมาตรฐานที่ใช้ประเมินผลกระทบของอาการต่อคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ทางทวารหนักเพื่อประเมินขนาดและลักษณะของต่อมลูกหมาก รวมถึงตรวจวัดปริมาณปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะหลังถ่ายปัสสาวะ เพื่อประเมินว่ามีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะจริงหรือไม่
ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีอาการรบกวนและผลการตรวจทั้งหมดไม่น่ากังวล อาจเพียงแค่ติดตามอย่างใกล้ชิด โดยวัดซ้ำค่า PSA ในอีก 3-6 เดือน และประเมินอาการเป็นระยะ every 6-12 เดือน แต่หากผู้ป่วยมีอาการรบกวนคุณภาพชีวิต ควรเริ่มการรักษาด้วยยาเช่นยาต้าน alpha-adrenergic receptor ซึ่งช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบที่คอกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก หรือยายับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ซึ่งช่วยลดขนาดต่อมลูกหมาก
สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ สัญญาณเตือนที่บ่งชี้ว่าอาจมีมะเร็งต่อมลูกหมากแอบแฝง เช่น ค่า PSA ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราการเพิ่มขึ้นของ PSA มากกว่า 0.75 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรต่อปี ค่าอัตราส่วน free PSA to total PSA ต่ำ หรือการตรวจคลำต่อมลูกหมากพบลักษณะน่าสงสัย ในกรณีเหล่านี้ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะเพื่อพิจารณาการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก
การตัดสินใจรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ความรุนแรงของอาการ ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น กระเพาะปัสสาวะคั่ง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือไตวาย และความกังวลของผู้ป่วยเกี่ยวกับภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่อาจเกิดจากการรักษา
โดยสรุป ผู้ป่วยรายนี้ต้องการการประเมินอย่างเป็นระบบ เริ่มจากประวัติอาการอย่างละเอียด การใช้แบบประเมิน IPSS การตรวจอัลตราซาวด์ และการติดตามค่า PSA อย่างใกล้ชิด การรักษาควรพิจารณาจากความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นหากมี
ผู้ป่วยชายอายุ 60 ปี มาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายประจำปี ตรวจพบต่อมลูกหมากโตขนาด 2+ และมีค่า PSA 4 นาโนกรัม/มิลลิลิตร
a. observe
b. biopsy
c. start alpha1-blocker
d. F/U psa 1 wk
e. F/U psa 6 month
จากผู้ป่วยชายอายุ 60 ปี ที่มาตรวจร่างกายประจำปีและตรวจพบต่อมลูกหมากโตขนาด 2+ ร่วมกับมีค่า PSA 4 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบและรอบคอบ เนื่องจากเป็นข้อค้นพบที่พบบ่อยในชายสูงอายุซึ่งอาจเป็นได้ทั้งภาวะปกติตามอายุหรือสัญญาณของโรคที่ร้ายแรง
การประเมินผู้ป่วยรายนี้ต้องเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการทางระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งได้แก่ อาการปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุด ปัสสาวะไม่สุด ต้องเบ่งปัสสาวะ หรือมีอาการปัสสาวะเล็ดราด ประวัติการใช้ยาต่างๆ ก็มีความสำคัญ เนื่องจากยาบางชนิดเช่น ยาต้านฮิสตามีน ยาต้านซึมเศร้า สามารถทำให้อาการของต่อมลูกหมากโตแย่ลงได้
ค่า PSA ที่ระดับ 4 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร ในชายอายุ 60 ปี จัดอยู่ในระดับ gray zone ที่ต้องตีความอย่างระมัดระวัง ค่า PSA อาจสูงขึ้นได้จากหลายสาเหตุที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น ภาวะต่อมลูกหมากโตตามธรรมชาติ ต่อมลูกหมากอักเสบ การตรวจคลำต่อมลูกหมาก การสวนปัสสาวะ หรือแม้แต่การขับรถเป็นเวลานาน การตีความค่า PSA ควรพิจารณาร่วมกับอายุของผู้ป่วย โดยชายอายุ 60 ปีมีค่า PSA ตามช่วงอายุดังนี้ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.0-1.5 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร และค่าไม่เกินเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 อยู่ที่ 4.0 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร
การจัดการควรเริ่มด้วยการประเมินความรุนแรงของอาการผ่านแบบประเมิน IPSS ซึ่งเป็นแบบสอบถามมาตรฐานที่ใช้ประเมินผลกระทบของอาการต่อคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ทางทวารหนักเพื่อประเมินขนาดและลักษณะของต่อมลูกหมาก รวมถึงตรวจวัดปริมาณปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะหลังถ่ายปัสสาวะ เพื่อประเมินว่ามีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะจริงหรือไม่
ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีอาการรบกวนและผลการตรวจทั้งหมดไม่น่ากังวล อาจเพียงแค่ติดตามอย่างใกล้ชิด โดยวัดซ้ำค่า PSA ในอีก 3-6 เดือน และประเมินอาการเป็นระยะ every 6-12 เดือน แต่หากผู้ป่วยมีอาการรบกวนคุณภาพชีวิต ควรเริ่มการรักษาด้วยยาเช่นยาต้าน alpha-adrenergic receptor ซึ่งช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบที่คอกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก หรือยายับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ซึ่งช่วยลดขนาดต่อมลูกหมาก
สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ สัญญาณเตือนที่บ่งชี้ว่าอาจมีมะเร็งต่อมลูกหมากแอบแฝง เช่น ค่า PSA ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราการเพิ่มขึ้นของ PSA มากกว่า 0.75 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรต่อปี ค่าอัตราส่วน free PSA to total PSA ต่ำ หรือการตรวจคลำต่อมลูกหมากพบลักษณะน่าสงสัย ในกรณีเหล่านี้ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะเพื่อพิจารณาการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก
การตัดสินใจรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ความรุนแรงของอาการ ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น กระเพาะปัสสาวะคั่ง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือไตวาย และความกังวลของผู้ป่วยเกี่ยวกับภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่อาจเกิดจากการรักษา
โดยสรุป ผู้ป่วยรายนี้ต้องการการประเมินอย่างเป็นระบบ เริ่มจากประวัติอาการอย่างละเอียด การใช้แบบประเมิน IPSS การตรวจอัลตราซาวด์ และการติดตามค่า PSA อย่างใกล้ชิด การรักษาควรพิจารณาจากความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นหากมี


