โปรแกรมเมอร์โหมงานหนัก สุดท้าย..เสียชีวิต !


ผู้ตายคือนายเกากวงฮุ่ย วัย 32 ปี เขาเสียชีวิตในวันเสาร์ของเดือนพฤศจิกายน ปี 2568 ภรรยาของเขา (ใช้นามสมมุติว่านางหลี่) เล่าว่า ในวันที่เสียชีวิต เกาตื่นแต่เช้าและบอกว่ารู้สึกไม่สบายตัว อยากจะนั่งพักและ “ทำงานไปด้วยในระหว่างนั้น”
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มีอาการแย่ลง ทั้งชักและหมดสติระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมาโรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนระดับสองประจำมณฑลกวางตุ้ง ประกาศว่า เกาเสียชีวิตในบ่ายวันนั้นเอง โดยสาเหตุเกิดจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการทำงานหนักเกินไป
สาเหตุที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันในวัยทำงาน:
การทำงานหนักเกินไป (Overwork) และความเครียดสะสม: การทำงานติดต่อกันนานๆ โดยไม่หยุดพัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ความกดดันจากการทำงาน หรือวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นชั่วโมงการทำงานยาวนาน (เช่น "996" – ทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม 6 วันต่อสัปดาห์) อาจส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักขึ้น
โรคหัวใจที่ไม่ได้ตรวจพบมาก่อน: บางคนอาจมีโรคหัวใจแฝงแต่ไม่แสดงอาการ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด หรือกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ซึ่งอาจถูกกระตุ้นด้วยความเหนื่อยล้าหรือความเครียดจนเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้
พฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ดี: เช่น การรับประทานอาหารไม่สมดุล ขาดการออกกำลังกาย นอนหลับไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
พันธุกรรมและปัจจัยอื่นๆ: ประวัติครอบครัวที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอาจเพิ่มความเสี่ยง
สัญญาณเตือนของปัญหาหัวใจที่ควรระวัง:
แม้ว่าภาวะหัวใจวายเฉียบพลันบางครั้งอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่บางกรณีอาจมีอาการดังต่อไปนี้:
เจ็บแน่นหน้าอกหรือแน่นท้อง (อาจคิดว่าท้องอืดหรือกรดไหลย้อน)
หายใจลำบาก เหนื่อยง่ายผิดปกติ
วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น
คลื่นไส้ หรือเหงื่อออกมากโดยไม่มีสาเหตุ
ในกรณีของนายเกา “รู้สึกไม่สบายตัว” ก่อนเกิดเหตุอาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่มักถูกมองข้าม
บทเรียนที่ควรเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้:
การให้ความสำคัญกับการพักผ่อน: ร่างกายมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร จำเป็นต้องมีการหยุดพักและฟื้นฟู การทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่หยุดพักเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
การตรวจสุขภาพเป็นประจำ: แม้จะเป็นคนวัยหนุ่มสาวก็ควรตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงการตรวจหัวใจและหลอดเลือดหากมีปัจจัยเสี่ยงหรือมีอาการน่าสงสัย
การสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิต: บริษัทและองค์กรควรส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่สุขภาพพนักงาน ลดชั่วโมงการทำงานที่เกินจำเป็น สนับสนุนให้มีการลาพักผ่อน
ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาล: หากพบผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง หมดสติ ควรรีบเรียกรถพยาบาลทันที (ในหลายประเทศมีหมายเลขฉุกเฉิน เช่น 1669 ในไทย) และหากผู้ป่วยหยุดหายใจ ควรเริ่มต้นการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ทันที
กรณีของนายเกาไม่ใช่กรณีแรกและคงไม่ใช่กรณีสุดท้ายหากสังคมยังไม่ตระหนักถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง การสูญเสียคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพจากภาวะที่สามารถป้องกันหรือบรรเทาความเสี่ยงได้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนายเกากวงฮุ่ยด้วยครับ


