แชร์

ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน

noimageauthor หมอเจี่ย
อัพเดทล่าสุด: 13 ก.พ. 2026
420 ผู้เข้าชม

ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน

ตอนที่ 1
เคส: คุณเป็นแพทย์เวรในห้องฉุกเฉิน วันอาทิตย์ เวลา 20.00 น. ผู้ป่วยชายอายุ 55 ปี ถูกพามาด้วยอาการ อาเจียนเป็นเลือดสดปนลิ่มเลือด จำนวนประมาณ 2 แก้ว (400-500 มล.) เกิดขึ้นกะทันหันก่อนมาถึงโรงพยาบาล 1 ชั่วโมง ผู้ป่วยบ่นว่ามีอาการเวียนศีรษะเมื่อลุกนั่ง แต่ยังรู้สึกตัวดี

คำถามที่ 1 (ข้อที่ 1/5)
ในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ สิ่งแรกที่คุณต้องประเมินและดำเนินการคืออะไร? (ให้ระบุ 2 สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกสุด พร้อมเหตุผลสั้นๆ) และจากอาการนำนี้ คุณคิดถึงสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนอะไรได้บ้าง? (ระบุ 3 สาเหตุ)

(เวลาในการตอบ: 8 นาที)

เฉลย


ตอนที่ 2
ข้อมูลเพิ่มเติม: ผู้ป่วยมีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ (สุรา) มากเป็นประจำ สูบบุหรี่ และเคยปวดท้องบริเวณลิ้นปี่เรื้อรัง แต่ไม่เคยได้รับการตรวจส่องกล้องมาก่อน

ผลตรวจร่างกายเบื้องต้น:

สัญญาณชีพ: ชีพจร 118 ครั้ง/นาที (เร็วและเบา), ความดันโลหิตท่านอน 105/65 mmHg, ความดันโลหิตท่ายืน 85/50 mmHg, อัตราการหายใจ 22 ครั้ง/นาที
ตรวจพบผิวหนังเย็นชื้น (cold clammy skin), ตาและเยื่อบุตาขาวปกติ ไม่มีดีซ่าน, ท้องอ่อน ไม่กดเจ็บชัดเจน
ผลตรวจ Rectal exam: พบ stool color ดำเหมือนยางมะตอย (melena)
คำถามที่ 2 (ข้อที่ 2/5)

จากสัญญาณชีพ โดยเฉพาะความดันโลหิตที่เปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนท่า (Orthostatic hypotension) ให้ประเมินว่าผู้ป่วยน่าจะมีการสูญเสียเลือดประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรเลือดในร่างกาย?
คุณจะจัดประเภทความรุนแรงของภาวะเลือดออกนี้ว่าอยู่ในระดับใด? และจะเริ่มการรักษาเพื่อคืนสภาพการไหลเวียนโลหิต (Resuscitation) อย่างไรใน 30 นาทีแรก?
(เวลาในการตอบ: 10 นาที)

เฉลย


ตอนที่ 3
ผลการตรวจและภาวะแทรกซ้อน: หลังให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็วแล้ว ภาวะความดันต่ำยังคงอยู่ คุณตัดสินใจให้เลือดกลุ่ม O negative ไป 2 ยูนิต ขณะเดียวกันผลแล็บเบื้องต้นกลับมา: Hemoglobin 7.8 g/dL (ต่ำ), BUN 48 mg/dL (สูงมากเมื่อเทียบกับ Cr ที่ 1.2 mg/dL) ผู้ป่วยเริ่มอาเจียนเป็นเลือดสดปริมาณมากขึ้นอีก

คำถามที่ 3 (ข้อที่ 3/5)

แปลผลการตรวจเลือด โดยเฉพาะอัตราส่วน BUN/Cr ที่สูงนี้ บ่งชี้ถึงอะไร?
จากสถานการณ์ที่เลือดออกต่อเนื่องและมีความดันต่ำอยู่ คุณจะต้องเร่งดำเนินการขั้นต่อไปเพื่อหาตำแหน่งและห้ามเลือดอย่างไร? (ระบุหัตถการหรือการตรวจที่จำเป็น พร้อมเหตุผล)
(เวลาในการตอบ: 10 นาที)

เฉลย

ตอนที่ 4
การรักษาเฉพาะทาง: ผู้ป่วยได้รับการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Urgent EGD) อย่างเร่งด่วน ผลการส่องกล้องพบ แผลขนาดใหญ่บริเวณ(Duodenal bulb) ที่มี visible vessel ที่กำลังมีเลือดซึม แพทย์ผู้ทำหัตถการได้ทำการ ติดคลิป (Hemoclip) และฉีดยาอีพิเนฟรินรอบๆ จนเลือดหยุดได้สำเร็จ

คำถามที่ 4 (ข้อที่ 4/5)

การวินิจฉัยที่เป็นสาเหตุของเลือดออกในเคสนี้คืออะไร? และปัจจัยเสี่ยงใดของผู้ป่วยที่สัมพันธ์กับสาเหตุนี้?
หลังห้ามเลือดได้สำเร็จแล้ว ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก คุณจะดูแลผู้ป่วยอย่างไรเพื่อป้องกันการเลือดออกซ้ำ? (ระบุมาตรการดูแลอย่างน้อย 3 ข้อ)
(เวลาในการตอบ: 7 นาที)

เฉลย

ตอนที่ 5
การจัดการระยะยาวและป้องกัน: ผู้ป่วยอาการคงที่หลังการส่องกล้อง ไม่มีเลือดออกซ้ำ คุณวางแผนจะให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ใน 3-4 วัน

คำถามที่ 5 (ข้อที่ 5/5)
ในการเตรียมจำหน่ายผู้ป่วยรายนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลและเลือดออกซ้ำอีกในอนาคต คุณจะให้การรักษาและคำแนะนำอะไรบ้าง? (ครอบคลุมทั้งการให้ยา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการติดตามตรวจ)

(เวลาในการตอบ: 5 นาที)

เฉลย

เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน (UGIB)

คำถามที่ 1

คำถาม: ในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ สิ่งแรกที่คุณต้องประเมินและดำเนินการคืออะไร? และจากอาการนำนี้ คุณคิดถึงสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนอะไรได้บ้าง?

เฉลย:

2 สิ่งที่ต้องทำอันดับแรก:

ประเมินและรักษาภาวะช็อก (ABC Resuscitation): ประเมินทางเดินหายใจ (Airway) ป้องกันการสำลักเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ซึมลง และประเมินสัญญาณชีพ (ความดันโลหิต, ชีพจร) เพื่อตรวจหาภาวะช็อกจากการเสียเลือด
ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างเร่งด่วน: ส่งเส้นเลือดใหญ่ (Large-bore IV access) เช่น 16-18 G อย่างน้อย 2 เส้น และเริ่มให้สารน้ำ Isotonic crystalloid (เช่น 0.9% NSS) อย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาปริมาณเลือดที่ไหลเวียน
สาเหตุพบบ่อยของ UGIB (3 สาเหตุ):

แผลเพปติก (Peptic ulcer disease): แผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น
หลอดเลือดขอดในหลอดอาหาร (Esophageal varices): มักพบในผู้ป่วยโรคตับแข็ง
เยื่อบุทางเดินอาหารฉีกขาด (Mallory-Weiss tear): มักสัมพันธ์กับการอาเจียนรุนแรง

คำถามที่ 2

คำถาม:

จาก Orthostatic hypotension ให้ประเมินว่าผู้ป่วยน่าจะมีการสูญเสียเลือดประมาณกี่เปอร์เซ็นต์?
จัดประเภทความรุนแรงและวางแผนการรักษาใน 30 นาทีแรกอย่างไร?
เฉลย:
การประเมินการสูญเสียเลือด: อาการความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า (Orthostatic hypotension) ร่วมกับชีพจรเร็วและเบา บ่งชี้ถึง การสูญเสียเลือดประมาณ 15-30% ของปริมาตรเลือด (Class II-III hemorrhage)
ความรุนแรงและการรักษา:

ระดับความรุนแรง: รุนแรง เนื่องจากมีสัญญาณชีพไม่คงที่ (ความดันต่ำ) และมีอาการแสดงของการขาดน้ำ/ช็อก (ผิวหนังเย็นชื้น)
แผนรักษา 30 นาทีแรก:

ส่งเส้นเลือดและให้สารน้ำ ต่ออย่างรวดเร็ว
ส่งตรวจเลือด อย่างเร่งด่วน: CBC, Electrolyte, BUN/Cr, Coagulation profile, Crossmatch blood 4-6 units
พิจารณาให้เลือด หากไม่ตอบสนองต่อสารน้ำคริสตัลลอยด์หรือ Hb ต่ำมาก

คำถามที่ 3

คำถาม:

อัตราส่วน BUN/Cr ที่สูงบ่งชี้ถึงอะไร?
จากเลือดออกต่อเนื่อง คุณจะเร่งดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไร?
เฉลย:
การแปลผล BUN/Cr สูง: อัตราส่วน BUN:Cr ที่สูง (มากกว่า 20:1) ในภาวะ UGIB มักบ่งบอกว่า มีเลือดสะสมในทางเดินอาหารส่วนบน โดยโปรตีนจากเลือดถูกย่อยและดูดซึมกลับที่ไตเป็นยูเรีย (BUN) สะท้อนถึงปริมาณเลือดออกที่มากและล่าสุด
การดำเนินการขั้นต่อไป: ต้องจัดทำ การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนอย่างเร่งด่วน (Urgent Esophagogastroduodenoscopy: EGD) ภายใน 24 ชั่วโมง (หรือเร็วกว่านี้หากไม่ตอบสนองต่อการรักษา) เพื่อ หาตำแหน่งเลือดออก และทำการห้ามเลือด (เช่น ติดคลิป, รัดด้วยยาง, ฉีดยา)

คำถามที่ 4

คำถาม:

การวินิจฉัยและปัจจัยเสี่ยงคืออะไร?
หลังห้ามเลือดแล้ว จะป้องกันการเลือดออกซ้ำใน 72 ชั่วโมงแรกอย่างไร?
เฉลย:
การวินิจฉัยและปัจจัยเสี่ยง:

การวินิจฉัย: แผลเพปติกที่มีการตกเลือดจากหลอดเลือดที่โป่งพอง (Bleeding peptic ulcer with visible vessel)
ปัจจัยเสี่ยง: ประวัติปวดท้องเรื้อรัง (อาจมีแผลเดิม) และการดื่มสุราซึ่งอาจเพิ่มการสร้างกรดและทำลายเยื่อบุ
มาตรการป้องกันเลือดออกซ้ำ (3 ข้อ):

ให้ยาลดกรดทางหลอดเลือดดำต่อเนื่อง: เช่น Proton Pump Inhibitor (PPI) IV (เช่น Pantoprazole 8 mg/hr) เพื่อรักษาค่า pH ในกระเพาะ >6 ซึ่งช่วยให้ลิ่มเลือดที่เกาะอยู่คงตัว
งดอาหารและน้ำทางปาก (NPO): ประมาณ 24-48 ชั่วโมงแรก ตามแผนของแพทย์ที่ทำหัตถการ
สังเกตอาการและสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด: ตรวจสัญญาณชีพทุก 1-4 ชั่วโมง สังเกตอาการซีด อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำเพิ่มเติม

คำถามที่ 5

คำถาม: ในการเตรียมจำหน่ายผู้ป่วย เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ คุณจะให้การรักษาและคำแนะนำอะไรบ้าง?

เฉลย:
การรักษาและคำแนะนำป้องกันการกลับเป็นซ้ำ:

การรักษาด้วยยา:

ยาลดกรด: เปลี่ยนเป็นยารับประทาน Proton Pump Inhibitor (PPI) เช่น Omeprazole 20 mg วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 8 สัปดาห์เพื่อรักษาแผลให้หาย
กำจัดเชื้อ H. pylori: หากผลการตรวจจากชิ้นเนื้อระหว่างส่องกล้องเป็นบวก ต้องให้การรักษาด้วยยาต้านเชื้อแบคทีเรีย (Triple therapy) ครบคอร์ส
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม:

หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง: หยุดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด
ระมัดระวังการใช้ยา: หลีกเลี่ยงยา NSAIDs (เช่น ไอบูโปรเฟน แอสไพริน) หากจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกยาที่ปลอดภัยกว่า
การติดตามตรวจ:

นัดติดตามอาการและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
พิจารณาส่องกล้องติดตาม (Follow-up EGD) ใน 8-12 สัปดาห์ เพื่อประเมินว่าหายดีแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะในแผลขนาดใหญ่


noimageauthor
หมอเจี่ย
บทความที่เกี่ยวข้อง
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Acute Kidney Injury (AKI) พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้องตาม KDIGO guideline ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ FENa/FEUrea, การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน (Emergency dialysis) เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
อาการนอนไม่หลับ น้ำตาไหล หาวบ่อย คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียเกิดจาก?
หญิงอายุ 25 ปี มาด้วยอาการนอนไม่หลับ นํ้าตาไหล หาวบ่อย คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย เกิดจากข้อใด?
ชาย 30 ปี มาด้วย generalized tonic clonic seizure ไม่เคยชักมาก่อน มีประวัติ ดื่มสุราทุกวัน Treatment?
การชักครั้งแรกในผู้ป่วยติดสุราที่หยุดดื่มกะทันหัน เป็น Alcohol Withdrawal Seizure การรักษาในห้องฉุกเฉินคือให้ Benzodiazepine เช่น Diazepam เพื่อหยุดชักและป้องกันการชักซ้ำ จากนั้นต้องประเมินและป้องกันอาการขาดสุราขั้นรุนแรง (Delirium Tremens)
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้