แชร์

เศร้า! อินฟลูเอนเซอร์ตัดกระเพาะรุ่นแรกเสียชีวิต เผยสาเหตุและภาวะแทรกซ้อนที่หลายคนไม่รู้

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.พ. 2026
349 ผู้เข้าชม

เป็นเรื่องราวของอินฟลูเอนเซอร์ชายผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในคนไทยกลุ่มแรกๆ ที่เข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (หรือที่เรียกว่า "ตัดกระเพาะ") เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว และเพิ่งเสียชีวิตลง โดยก่อนเสียชีวิตเขาได้โพสต์เตือนถึงผลกระทบระยะยาวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง 

อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะรายแรกๆ ของไทย ได้เสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้า สร้างความตกใจให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก ก่อนเสียชีวิตเพียงไม่นาน เขาได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เตือนผู้ที่คิดจะเข้ารับการผ่าตัดประเภทนี้ โดยเล่าถึงประสบการณ์และผลข้างเคียงระยะยาวที่เขาเผชิญ

ข้อความเตือนก่อนเสียชีวิต
อินฟลูเอนเซอร์รายนี้โพสต์ข้อความไว้ว่า "อย่าตัดกระเพาะ เราตัดมาแล้ว 15 ปี ตอนนี้โรคประสาทจะตามมารวมถึงโรคอื่นๆ" เขาระบุว่าตัวเองเปรียบเสมือน "รุ่นหนูทดลอง" ของการผ่าตัดนี้ในไทย โดยในช่วงแรกหลังตัดกระเพาะเขากินได้ปกติ แต่ปัจจุบันกลับมากินไม่ได้อีก เกิดอาการเบื่ออาหาร ภาวะซึมเศร้า แม้อาหารอร่อยแค่ไหนก็ไม่อยากกินเพราะกินแล้วอาเจียน ทำให้ทานได้เพียงนมและอาหารอ่อนๆ เพื่อประทังชีวิตเท่านั้น

เขาเล่าถึงสาเหตุที่ต้องตัดสินใจผ่าตัดเมื่อ 15 ปีก่อนว่า เกิดจากความกังวลเรื่องน้ำหนักตัวที่มากถึง 155 กิโลกรัม โดยแม่เป็นคนพาไปเพราะกลัวว่าลูกจะอ้วนจนเสียชีวิต สมัยนั้นเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะมาก่อน และแพทย์ได้ให้เอกสารกระดาษให้ศึกษาประกอบการตัดสินใจเป็นเวลา 4 เดือน

อินฟลูเอนเซอร์รายนี้ได้ทิ้งท้ายข้อความไว้น่าสนใจว่า เขาเพียงต้องการเล่าประสบการณ์ของตัวเองเพื่อเตือนผู้อื่น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ตัดกระเพาะจะต้องเจอปัญหาเหมือนเขา เพราะขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วย นอกจากนี้เขายังย้ำว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในสมัยที่เขาทำ (15 ปีที่แล้ว) อาจแตกต่างจากปัจจุบัน ดังนั้นผู้ที่กำลังคิดจะทำควรใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ

การจากไปของอินฟลูเอนเซอร์รายนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะหรือไม่ แต่เรื่องราวที่เขาเล่าไว้ก่อนเสียชีวิตได้จุดประเด็นให้สังคมกลับมาตั้งคำถามและตระหนักถึงความสำคัญของ การพิจารณาความเสี่ยงระยะยาวของการผ่าตัดเพื่อความสวยงามหรือลดน้ำหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีและข้อมูลอาจไม่สมบูรณ์เท่าปัจจุบัน

การตัดกะเพราะคืออะไร?

การตัดกระเพาะ ในที่นี้หมายถึง การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า Gastrectomy หรือ Sleeve Gastrectomy) เพื่อวัตถุประสงค์หลักในการรักษาโรคอ้วน
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น นี่คือคำอธิบายแบบ step-by-step:

คืออะไร?

เป็นการผ่าตัดเพื่อทำให้กระเพาะอาหารมีขนาดเล็กลงอย่างถาวร โดยศัลยแพทย์จะตัดกระเพาะอาหารส่วนใหญ่ออกไป เหลือไว้เพียงส่วนที่รูปร่างคล้ายปลอกแขนหรือกล้วย ทำให้ความจุของกระเพาะลดลงจากประมาณ 1-1.5 ลิตร เหลือเพียงประมาณ 60-150 มิลลิลิตรเท่านั้น

ทำไมต้องทำ?

เพื่อลดน้ำหนัก: เมื่อกระเพาะเล็กลง ผู้ป่วยจะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและทานอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลให้น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่อง

เพื่อรักษาโรค: มักทำในผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนรุนแรง (ค่าดัชนีมวลกายหรือ BMI สูงมาก) และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ผลข้างเคียงและความเสี่ยงระยะยาว (ตามที่ปรากฏในข่าว)สะท้อนถึงผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะผ่าตัดมานานแล้วก็ตาม เช่น: 

ภาวะทุพโภชนาการ: เพราะทานอาหารได้น้อยและดูดซึมวิตามิน/เกลือแร่ได้ไม่ดี
ปัญหาทางเดินอาหาร: เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แพ้อาหารบางชนิด หรือที่เรียกว่า Dumping syndrome (อาหารไหลเร็วเกินไป)

ผลกระทบทางจิตใจ: เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือโรคประสาท ซึ่งอาจเกิดจากการปรับตัวกับชีวิตที่เปลี่ยนไปหรือภาวะขาดสารอาหารบางชนิด

สรุปสั้นๆ: การตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักคือการทำให้กระเพาะเล็กลงโดยการผ่าตัด เพื่อให้กินได้น้อยลงและน้ำหนักลด เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจากโรคอ้วนรุนแรง แต่ก็มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงระยะยาวที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ลูกเรือ 3 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ! หลังกินเยลลี่ที่ผู้โดยสารมอบให้...
เกิดเหตุไม่คาดฝัน! ลูกเรือสายการบินบริติชแอร์เวย์ส รับประทานเยลลี่ที่ผู้โดยสารมอบให้ หลังเครื่องลงจอด ก่อนพบว่ามันคือ "กัญชาเสือร้อง" ปริมาณสูงถึง 300mg ส่งผลให้เกิดอาการแพนิค หวาดผวา และต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที อ่านรายละเอียดเหตุการณ์และมาตรการของสายการบิน
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้