แชร์

ทำไมจมูกชอบตันจนต้องหายใจทางปาก? เปิดสาเหตุและวิธีแก้แบบอยู่หมัด

อัพเดทล่าสุด: 4 มี.ค. 2026
748 ผู้เข้าชม

ทำไมจมูกชอบตัน? เปิดกลไกและสาเหตุของอาการคัดจมูก
อาการคัดจมูก หรือ "จมูกตัน" เป็นหนึ่งในอาการยอดฮิตที่ทุกคนต้องเคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเป็นหวัด อากาศเปลี่ยน หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันทั่วไป แม้อาจดูเป็นอาการเล็กน้อย แต่ก็สร้างความรำคาญและรบกวนคุณภาพชีวิตได้ไม่น้อย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกันว่าจมูกของเราตันได้อย่างไร และอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังอาการนี้

จมูกตันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการคัดจมูกเกิดจากมีน้ำมูกไปอุดตัน แต่จริงๆ แล้วสาเหตุหลักมาจากการ อักเสบและบวมของเยื่อบุจมูก 
ภายในโพรงจมูกของเรามีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก เมื่อเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ เส้นเลือดเหล่านี้จะขยายตัวและทำให้เนื้อเยื่อบุจมูกบวมโตขึ้น จนไปตีบแคบทางเดินหายใจ ทำให้เรารู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก  นอกจากนี้ การที่มีสารคัดหลั่งหรือน้ำมูกมากเกินไปก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงของอาการให้มากขึ้นไปอีก 

สาเหตุหลักที่ทำให้จมูกตัน
สาเหตุของอาการคัดจมูกสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่เกิดจากการอักเสบ และ กลุ่มที่มีปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนี้
1. สาเหตุจากการอักเสบ (Inflammatory Causes)
นี่คือกลุ่มสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ
การติดเชื้อ: สาเหตุอันดับต้นๆ คือ การติดเชื้อไวรัส หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "ไข้หวัดธรรมดา"  อาการมักจะเกิดขึ้นเฉียบพลันและหายไปภายใน 1 สัปดาห์  นอกจากนี้ การติดเชื้อแบคทีเรียในโพรงจมูกและไซนัสก็ทำให้เกิดอาการคัดจมูกเรื้อรังได้เช่นกัน 
ภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis): เมื่อผู้ที่มีอาการแพ้สูดดมสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์ ร่างกายจะหลั่งสารเคมีอย่าง ฮิสตามีน (Histamine) ออกมา ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ บวม และคัน จาม น้ำมูกไหล  โดยประชากรโลกมากถึง 10-30% ต้องเผชิญกับภาวะนี้ 
โรคจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ (Nonallergic Rhinitis): เป็นภาวะที่จมูกอักเสบแต่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ เช่น
โรคจมูกอักเสบจากหลอดเลือดแปรปรวน (Vasomotor Rhinitis): เกิดจากสิ่งระคายเคือง เช่น กลิ่นน้ำหอม ควันบุหรี่ อากาศเย็น หรือแม้แต่อารมณ์เครียด ทำให้เส้นเลือดในจมูกขยายตัวผิดปกติ 
จากฮอร์โมน: พบได้ในหญิงตั้งครรภ์ หรือช่วงมีประจำเดือน 
จากยา: การใช้ยาพ่นจมูกประเภทลดบวมเกิน 3 วันติดต่อกัน อาจทำให้เกิดอาการคัดจมูกแบบฟื้นตัว (Rebound congestion) หรือที่เรียกว่า Rhinitis Medicamentosa ซึ่งอาการจะกลับมาหนักกว่าเดิม 

2. สาเหตุจากโครงสร้าง (Structural Causes)
หากอาการคัดจมูกเป็นเรื้อรัง ไม่ตอบสนองต่อยา หรือเป็นข้างเดียวบ่อยๆ อาจต้องมองหาสาเหตุจากโครงสร้างภายในจมูก 

ผนังกั้นช่องจมูกคด (Deviated Septum): ปกติผนังที่กั้นระหว่างรูจมูกซ้ายและขวาควรอยู่ตรงกลาง แต่หากคดเบี่ยงไปด้านใดด้านหนึ่ง จะทำให้ช่องเดินอากาศแคบลง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการอักเสบร่วมด้วย จะยิ่งรู้สึกตันมากเป็นพิเศษ 

เยื่อบุจมูกโต (Turbinate Hypertrophy): ภาวะที่เยื่อบุจมูกส่วนที่เรียกว่า Turbinate ซึ่งทำหน้าที่ปรับอากาศมีความหนาตัวขึ้นเรื้อรัง ทำให้พื้นที่ว่างในโพรงจมูกน้อยลง 

ติ่งเนื้อในจมูก (Nasal Polyps): เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง มีลักษณะคล้ายองุ่นหรือเม็ดเจลลี่ เมื่อมีขนาดใหญ่จะไปขวางกั้นทางเดินหายใจ และมักทำให้เสียการรับรู้กลิ่นร่วมด้วย 
ทำไมเวลานอนหรือเป็นหวัดถึงรู้สึกตันข้างเดียว?
นี่คือปรากฏการณ์ปกติของร่างกายที่เรียกว่า Nasal Cycle หรือ "รอบจมูก" 

โดยธรรมชาติแล้ว จมูกของเราจะสลับกันทำงาน คนละข้างทุกๆ 2-6 ชั่วโมง ข้างหนึ่งจะเปิดเต็มที่เพื่อหายใจ ขณะที่อีกข้างจะบวมเล็กน้อยเพื่อพักผ่อนและปรับความชื้น  แต่ในภาวะปกติ เราจะแทบไม่รู้สึกถึงรอบนี้เลย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรามีอาการอักเสบจากหวัดหรือภูมิแพ้ การบวมของเยื่อบุจะมากขึ้น จนไปซ้ำเติมรอบจมูกตามธรรมชาติ ทำให้ข้างที่บวมอยู่แล้วบวมมากขึ้นจนรู้สึกตันสนิท ในขณะที่อีกข้างยังพอหายใจได้  นอกจากนี้ การนอนตะแคงก็มีผลด้วย เพราะแรงโน้มถ่วงจะทำให้เลือดไปคั่งที่จมูกด้านที่เรานอนทับ ยิ่งทำให้รู้สึกตันมากขึ้น 

สรุป
อาการจมูกตันเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบของเยื่อบุจากเชื้อโรคหรือสารก่อภูมิแพ้ หรือปัญหาเชิงโครงสร้างของโพรงจมูกเอง การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นก้าวแรกสำคัญในการรักษา หากอาการคัดจมูกเป็นเรื้อรังนานเกิน 10-14 วัน มีอาการปวดใบหน้า หรือมีเลือดปน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไป 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ความหวังใหม่ของแอฟริกา! WHO ไฟเขียวยากินครั้งเดียวรักษาโรค "หลับใหล" หนทางกำจัดโรคใกล้เป็นจริง
องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) อนุมัติ "Acoziborole" ยาต้านโรคหลับใหล (Sleeping sickness) ชนิดรับประทานครั้งเดียว พัฒนาโดย Sanofi
ชาย 32 ปี เห็นผี ได้ยินเสียงคนคุย สุดท้ายเป็น “เนื้องอกในสมอง”
อาการทางจิตเวช อาจไม่ได้เกิดทางโรคจิตเวชเสมอไป นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรวินิจฉัยตัวเอง ควรพบจิตแพทย์ก่อนเสมอง เพราะจิตแพทย์จะมีการซักประวัติและดูว่า ใช่โรคอื่นที่ไม่ใช่จิตเวชหรือไม่ (Rule out organic cause) ซึ่งอาจจะเห็นตั้งแต่แรก หรือระหว่างรักษาดูอาการต่างๆ แล้วพิจารณาว่าไม่เหมือนแล้วค่อยส่งตรวจเพิ่มเติม
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้