5 สัญญาณร่างกายบอกว่าถึงเวลาตรวจสุขภาพทางเพศแล้ว
อัพเดทล่าสุด: 10 มี.ค. 2026
337 ผู้เข้าชม

หลายคนเชื่อว่า 'ถ้าไม่มีอาการก็ไม่ต้องตรวจ' แต่ความจริงคือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) หลายชนิดไม่มีอาการในระยะแรก และยิ่งรู้ช้า การรักษาก็ยิ่งยากขึ้นค่ะ
ข้อมูลนี้ตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน
ซิฟิลิส (Syphilis) — ตรวจคู่กับ HIV
หนองในเทียม (Chlamydia)
หนองใน (Gonorrhea)
ไวรัสตับอักเสบ B และ C
HPV / Pap smear — ตรวจทุก 3-5 ปี
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาแพทย์ฟรีที่ LINE @034qjajh หรืออ่านบทความ Checklist ก่อนตรวจ STI ที่ jiacpr.com/rugondee
ข้อมูลนี้ตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน
สัญญาณ 5 ข้อที่ร่างกายบอกคุณ
1. ตกขาวผิดปกติ สี กลิ่น หรือปริมาณเปลี่ยน
ตกขาวปกติควรเป็นสีขาวหรือใสและไม่มีกลิ่นฉุน หากสังเกตว่าตกขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เขียว หรือมีกลิ่นผิดปกติ อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ Bacterial Vaginosis, Chlamydia หรือ Gonorrhea ค่ะ2. รู้สึกแสบหรือเจ็บขณะปัสสาวะ
อาการนี้อาจเข้าใจผิดว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ในผู้หญิงอาการแสบปัสสาวะยังเป็นอาการของ Chlamydia และ Gonorrhea ได้ด้วย หากรักษา UTI แล้วอาการไม่ดีขึ้นควรตรวจ STI ด้วยค่ะ
3. มีแผลหรือตุ่มบริเวณอวัยวะเพศ
แผลเปื่อยที่ไม่เจ็บปวดอาจเป็นอาการของซิฟิลิสในระยะแรก ส่วนตุ่มน้ำที่เจ็บปวดอาจเป็น Herpes ซึ่งทั้งสองชนิดรักษาได้หากตรวจพบเร็วค่ะ4. ปวดท้องน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
อาการปวดท้องน้อยเรื้อรังในผู้หญิงอาจเป็นสัญญาณของ Pelvic Inflammatory Disease (PID) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อ STI ที่ลุกลามขึ้นมาในอุ้งเชิงกราน หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้ค่ะ5. ไม่มีอาการเลย — แต่มีความเสี่ยง
นี่คือสัญญาณที่สำคัญที่สุด ผู้หญิงที่มีคู่นอนใหม่ ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ หรือมีคู่นอนหลายคน ควรตรวจ STI เป็นประจำทุก 6-12 เดือน แม้ไม่มีอาการใดๆ เลยค่ะควรตรวจอะไรบ้าง?
HIV — ตรวจทุก 6-12 เดือน หรือหลังมีความเสี่ยงซิฟิลิส (Syphilis) — ตรวจคู่กับ HIV
หนองในเทียม (Chlamydia)
หนองใน (Gonorrhea)
ไวรัสตับอักเสบ B และ C
HPV / Pap smear — ตรวจทุก 3-5 ปี
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาแพทย์ฟรีที่ LINE @034qjajh หรืออ่านบทความ Checklist ก่อนตรวจ STI ที่ jiacpr.com/rugondee
บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้หรือไม่? "ลำไส้" ของคุณคือศูนย์ควบคุมฮอร์โมนที่สำคัญไม่แพ้รังไข่! บทความนี้เจาะลึก Gut-Hormone Axis ความสัมพันธ์ที่ถูกมองข้ามระหว่างไมโครไบโอมในลำไส้กับสุขภาพผู้หญิง ตั้งแต่กลไกที่ "Gut dysbiosis" ทำให้เกิด systemic inflammation, รบกวนการหลั่ง GnRH และสมดุลของ FSH/LH จนนำไปสู่ภาวะ hyperandrogenism ใน PCOS ไปจนถึงบทบาทของ "Estrobolome" แบคทีเรียกลุ่มพิเศษที่ผลิตเอนไซม์ beta-glucuronidase ซึ่งควบคุมการหมุนเวียนของ estrogen ในร่างกาย
ไส้ติ่งเป็นลำไส้ส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ส่วน ลำไส้ซีกัม สามารถเกิดการบวมและอักเสบได้หากมีการติดเชื้อ และอาจรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ ไส้ติ่งอักเสบเกิดขึ้นในกลุ่มคนอายุ 10-30ปี
โรคเบาจืด โรคเบาจืดเป็นโรคที่เกิดจากการลดลงปริมาณหรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมสมดุลของน้ำ ฮอร์โมนนี้เรียกว่าฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะ (ADH) เรียกอีกอย่างว่า vasopressin ต่อมใต้สมองควบคุมการไหลของ ADH เข้าสู่กระแสเลือด ADH ช่วยให้ไตรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายให้เป็นปกติ โรคเบาจืดสองประเภทหลักคือสมองส่วนกลางและไต ประเภทสมองส่วนกลางเกิดจากการผลิต ADH ที่ต่ำกว่า ในโรคเบาจืด nephrogenic การผลิต ADH คือปกติหรือเพิ่มขึ้น แต่ไตไม่ตอบสนองฮอร์โมนตามปกติ
หมอเจี่ย


