นักศึกษา มจธ. ทำ AI ตรวจตับ ช่วยรักษามะเร็งให้คนไทย รู้ผลไวใน 7 วินาที ลดค่าตรวจเหลือหลักร้อย!

นักศึกษา มจธ. ทำ AI ตรวจตับ ช่วยรักษามะเร็งให้คนไทย รู้ผลไวใน 7 วินาที ลดค่าตรวจเหลือหลักร้อย !
ทีมนักศึกษจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)
ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรม “SmartLiva ระบบวิเคราะห์ภาพอัลตราซาวด์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อจำแนกพยาธิสภาพ หาความผิดปกติของเนื้อเยื่ออย่างถุงน้ำหรือมะเร็งตับ และตรวจหาพยาธิใบไม้ตับ และไขมันสะสมในตับ มีอัตราความแม่นยำสูงสุดถึง 92% อีกทั้งยังใช้เวลาตรวจสอบเพียง 7 วินาที เท่านั้น
ทั้งนี้ AI ทั้งหมดถูกฝึกฝน (Train) ด้วยฐานข้อมูลภาพอัลตราซาวด์กว่า 50,000 ภาพ จากโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงทดสอบกับผู้ป่วยจริง ทั้งจากโรงพยาบาลขอนแก่นกว่า 2,000 ราย และจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีก 1,500 ราย
โดยทีมผู้พัฒนามองว่า ผลการทำงานของ SmartLiva ออกมาเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากระบบสามารถประเมินระยะตับแข็งได้แม่นยำถึง 92% ตรวจเนื้อเยื่อผิดปกติได้แม่นยำ 87% และตรวจพยาธิใบไม้ตับได้แม่นยำถึง 84% ที่สำคัญคือใช้เวลาประมวลผลทั้งหมดเพียง 7 วินาที จากเดิมที่บางครั้งต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมง
สำนักข่าว: tnnthailand.com
จุดเด่นของนวัตกรรม:
รวดเร็วทันใจ: AI สามารถประมวลผลและวิเคราะห์ผลการตรวจได้ภายในเวลาเพียง 7 วินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีการแบบเดิมที่อาจใช้เวลานานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน
ค่าใช้จ่ายถูกลง: เทคโนโลยีนี้จะช่วยลดต้นทุนในการตรวจจากเดิมที่อาจมีราคาสูง ลงมาอยู่ที่ หลักร้อยบาท ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้ง่ายและทั่วถึงมากขึ้น
เพิ่มโอกาสรักษาหาย: การที่ทราบผลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้ทันท่วงที เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งตับชาวไทย
ความสำเร็จของทีมนักศึกษา มจธ. ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในวงการสาธารณสุขของไทย โดยมุ่งหวังให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับบทความข่าว
ชื่อนวัตกรรม: SmartLiva ระบบวิเคราะห์ภาพอัลตราซาวด์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาโดยทีมนักศึกษาจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) และห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB) มจธ.
ทีมพัฒนา: นายภูริณัฐ พลอาสา (นาโน) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ นางสาวชลยา เครือวุฒิกุล (วาวา) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ภายใต้การดูแลของ รศ. ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ ความสามารถของ AI: ระบบสามารถประเมินได้ 3 เรื่องพร้อมกัน คือ
ประเมินระดับพังผืด/ความแข็งของตับ (ระยะ F0–F4)
ตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อ เช่น ถุงน้ำหรือมะเร็งตับ
ตรวจหาพยาธิใบไม้ตับ
อัตราความแม่นยำ:
ประเมินระยะตับแข็ง: แม่นยำ 92%
ตรวจเนื้อเยื่อผิดปกติ: แม่นยำ 87%
ตรวจพยาธิใบไม้ตับ: แม่นยำ 84%
ฐานข้อมูลที่ใช้ฝึก AI: ภาพอัลตราซาวด์กว่า 50,000 ภาพ จากโรงพยาบาลชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่ รพ.ขอนแก่น, รพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.รามาธิบดี
การทดสอบกับผู้ป่วยจริง: ทดสอบกับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลขอนแก่นกว่า 2,000 ราย และจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีก 1,500 ราย
3.สถานการณ์โรคมะเร็งตับในประเทศไทย
สถิติผู้ป่วย: ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ปีละประมาณ 140,789 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 386 ราย
มะเร็งที่พบบ่อย: "มะเร็งตับและท่อน้ำดี" เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และพบมากเป็นอันดับ 3 ในเพศหญิง
อัตราการเสียชีวิต: มะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของมะเร็งทั้งหมด หากเป็นแล้วมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 87%
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ: การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี พยาธิใบไม้ตับ (พบสูงในภาคอีสาน) การดื่มแอลกอฮอล์จัด ภาวะไขมันพอกตับ และสารพิษปนเปื้อนในอาหาร
4.ปัญหาการเข้าถึงการตรวจรักษาในปัจจุบัน
ข้อจำกัดของเครื่องตรวจแบบเดิม: เครื่องไฟโบรสแกน (FibroScan) ซึ่งเป็นเครื่องสแกนตรวจสุขภาพตับ มีราคาสูงถึงเครื่องละ 2.5 - 7 ล้านบาท ทำให้มีเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น
จำนวนเครื่องที่มี: ทั่วประเทศมีเครื่องไฟโบรสแกนในโรงพยาบาลรัฐเพียง 17 แห่ง เท่านั้น
ค่าใช้จ่ายในการตรวจ: การตรวจด้วยเครื่องไฟโบรสแกนมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 3,000 - 5,000 บาท ต่อครั้ง ซึ่งยังไม่ครอบคลุมในสิทธิการรักษาขั้นพื้นฐาน
5.จุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ
ทีมผู้พัฒนาเล่าว่า แรงบันดาลใจเกิดจาก "ประสบการณ์ตรงที่คนใกล้ชิดไปรับการตรวจประเมินค่าตับ พบว่ามีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากเครื่องไฟโบรสแกนมีราคาแพงและมีเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ ทำให้เข้าถึงยาก รวมถึงการต้องรอผลนานเพราะผู้เชี่ยวชาญที่อ่านฟิล์มเอกซเรย์มีจำนวนน้อย"
6.แผนการพัฒนาในอนาคต
Explainable AI (XAI): พัฒนาให้ AI สามารถอธิบายรายละเอียดแต่ละขั้นตอนการวินิจฉัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ระบบ HepaSage: เพิ่มผู้ช่วยอัจฉริยะที่สรุปผลออกมาเป็นรายงานที่เข้าใจง่ายทั้งสำหรับคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์
อุปกรณ์พกพา: พัฒนาให้สามารถใช้งานในคลินิกหรือพื้นที่ห่างไกลที่เครื่องมือมีจำกัด
ต่อยอดสู่โรคอื่น: ขยายขีดความสามารถของ AI ไปสู่โรคที่ต้องแข่งกับเวลา เช่น การตรวจลิ่มเลือดในสมองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
7.รางวัลที่ได้รับ
ผลงาน SmartLiva เพิ่งคว้ารางวัล ชนะเลิศ จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับอุดมศึกษา I-New Gen Award 2026 สาขาสุขภาพและการแพทย์ ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors' Day 2026)


