แชร์

โรค : แผลติดเชื้อแบคทีเรีย

อัพเดทล่าสุด: 29 พ.ย. 2024
367 ผู้เข้าชม

แผลติดเชื้อแบคทีเรีย
คือการติดเชื้อที่ผิวหนังที่ไม่รุนแรง เกิดขึ้นบ่อยครั้งในทารกและเด็ก แพร่กระจายได้ง่ายจากคนๆ เดียวไปสู่คนอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาอยู่ใกล้ชิดกัน พี่น้องที่เล่นกีฬาสัมผัสมักจะติดต่อกันได้

สาเหตุ
แบคทีเรียสองชนิดที่เรียกว่า Staphylococcus (staph) และ Streptococcus (strep) ทำให้เกิดพุพองแยกกันหรือรวมกัน ปกติแบคทีเรียเหล่านี้จะอาศัยอยู่บนผิวหนัง แต่สามารถเข้าไปในชั้นบนสุดของผิวหนังและทำให้เกิดการติดเชื้อ แผลพุพองมีแนวโน้มเป็นมากขึ้นเมื่อผิวหนังได้รับบาดเจ็บ เช่น มีรอยขีดข่วน ถลอก หรือแมลงกัดต่อย  เด็กเล็กสามารถกระจายได้ง่ายเพราะไม่ค่อยล้างมือ

วินิจฉัย
แพทย์จะวินิจฉัยจากรูปลักษณ์ของผิวหนัง แผลพุพอง อาจทำการทดสอบเพื่อค้นหาว่าแบคทีเรียชนิดใดทำให้เกิดการติดเชื้อ  ไม้swab ใช้ในการเก็บตัวอย่างของเหลวภายในตุ่ม ตรวจเลือดหรือปัสสาวะในกรณีที่อาการรุนแรงเพื่อให้แน่ใจว่าแบคทีเรีย ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

รักษา
พุพองควรได้รับการรักษาโดยเร็วเพื่อไม่ให้มันแพร่กระจายใต้ผิวหนังและป้องกันภาวะแทรกซ้อนเช่น โรคไต  หากไม่ได้รับการรักษา พุพองสามารถคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ แผลพุพองตอบสนองต่อยาอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่หายไปภายใน 7 ถึง 10 วัน ยาปฏิชีวนะให้เป็นครีมทาบนผิวหรือยาเม็ดจะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เปลือกสีน้ำตาลที่แผลพุพองจะค่อยๆ หลุดอก แผลพุพองให้ชุบด้วยผ้าเปียกก่อน จากนั้นล้างด้วยสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย

ควรไม่ควร
ให้ลูกของคุณหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นแผลพุพอง
ทาครีมยาปฏิชีวนะตามใบสั่งแพทย์ภายในจมูกเด็กช่วยป้องกันไม่ให้แผลพุพองกลับมาถ้าลูกของคุณมีการติดเชื้อแผลพุพองบ่อย ๆ แบคทีเรียมักฝังตัวด้านในจมูกและสามารถติดผ่านนิ้วได้
ดูแลผิวให้สะอาดและป้องกันกาการติดเชื้อจากการล้างมือ ใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย.
อาบน้ำให้ลูกอย่างน้อยวันละครั้ง
ล้างแผล บาดแผล แมลงกัดต่อย อย่างทั่วถึง
เก็บของเล่นและสิ่งของอื่น ๆ ที่ลูกของคุณเล่นด้วยความสะอาด
พบแพทย์หากลูกของคุณรู้สึกไม่สบายในขณะทานยาปฏิชีวนะ
เล็มเล็บของลูกน้อยเพื่อลดรอยขีดข่วน
พบแพทย์หากลูกของคุณไม่ดีใน 7 ถึง 10วัน มีไข้ 101° F ขณะได้ยา สมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ติดเชื้อหรือปัสสาวะของเด็กมีเลือดปน

คำเตือน
!!! อย่าปล่อยให้ลูกของคุณขูดหรือเกาตุ่มพอง
!!! อย่าปล่อยให้ลูกของคุณที่มีแผลพุพองสัมผัสใกล้ชิดกับคนอื่น.
!!! อย่าใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าปูเตียงร่วมกับผู้อื่น


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคเหงือกอักเสบ
โรคเหงือกอักเสบ โรคเหงือกอักเสบคือการอักเสบของเหงือกบวม แดง รอบฟันที่เกิดจากสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดีและโภชนาการไม่ดี กรณีส่วนใหญ่ของโรคเหงือกอักเสบธรรมดาจะหายอย่างรวดเร็วหลังการรักษา การดูแลช่องปากที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับอาการในช่องปาก
GLP-1 Receptor Agonists ฉบับสมบูรณ์: กลไก ประสิทธิภาพ ความเสี่ยง และ Off-label ใน PCOS
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับยา GLP-1 Receptor Agonists (Semaglutide, Tirzepatide) เจาะลึกกลไกการออกฤทธิ์ผ่าน incretin hormones, ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและ HbA1c, cardiovascular outcomes, ผลข้างเคียงที่พบบ่อย และความเสี่ยงระยะยาวที่ต้องเฝ้าระวัง (thyroid C-cell tumors, pancreatitis) พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับการใช้แบบ off-label ใน PCOS เพื่อจัดการ insulin resistance, การลดน้ำหนัก, การฟื้นคืนรอบเดือน และ fertility รวมถึงการเปรียบเทียบกับ metformin และแนวทางปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล นี่คือข้อมูล SEO สำหรับหัวข้อ "Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล" พร้อม Tag, Title และ Description ที่สามารถคัดลอกไปใช้งานได้เลย Keyword Tags (สำหรับคัดลอกไปวาง) Burnout Syndrome, ภาวะหมดไฟ, หมดไฟในการทำงาน, Burnout อาการ, WHO burnout, ICD-11 burnout, QD85, DSM-5 burnout, สาเหตุ burnout, emotional exhaustion, depersonalization, reduced personal accomplishment, 3 มิติ burnout, งานวิจัย burnout, วิธีรับมือ burnout, การจัดการความเครียด, self-care burnout, การป้องกัน burnout, burnout 2025, occupational phenomenon Title (สำหรับ SEO) Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล | [ชื่อเว็บไซต์/เพจสุขภาพ] Description (สำหรับ SEO) Burnout Syndrome หรือ "ภาวะหมดไฟในการทำงาน" ไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดา แม้ DSM-5 จะไม่จัดเป็นโรคทางจิตเวช แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุใน ICD-11 (QD85) ในฐานะ "ปรากฏการณ์จากการทำงาน" บทความนี้อธิบาย 3 มิติสำคัญของ burnout: emotional exhaustion (เหนื่อยล้าทางอารมณ์), depersonalization (ความรู้สึกด้านลบต่องาน), และ reduced personal accomplishment (ประสิทธิภาพลดลง) พร้อมงานวิจัยล่าสุดในประเทศไทยที่เผยสถิติที่น่าตกใจ และวิธีการจัดการและป้องกันที่ได้ผล ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงการดูแลตัวเอง เพื่อกู้คืนสมดุลชีวิตและการทำงานอย่างยั่งยืน
Female Condom กับการ Empower ผู้หญิง: ทำไมแพทย์ถึงอยากให้รู้จักมากกว่านี้
ถุงยางอนามัยหญิง (Female Condom) เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถปกป้องตัวเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาความร่วมมือจากฝ่ายชาย บทความนี้พาคุณไปรู้จักกับกลไกการใช้งาน ประสิทธิภาพในการป้องกัน และเหตุผลที่แพทย์และองค์กรด้านสุขภาพพยายามผลักดันให้ถุงยางหญิงเป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมเจาะลึกปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ถุงยางหญิงยังไม่เป็นที่นิยมในสังคมไทย ทั้งในเรื่องความเข้าใจผิด ราคาที่สูงกว่าถุงยางชาย และการเข้าถึงที่ยากลำบาก เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพทางเพศของตนเองอย่างเท่าเทียม
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้