แชร์

โรค : อหิวาตกโรค

อัพเดทล่าสุด: 29 มี.ค. 2025
618 ผู้เข้าชม

อหิวาตกโรค

เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหารจากแบคทีเรียชนิดเฉียบพลัน เริ่มด้วยอาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำอย่างมากโดยไม่มีอาการปวดท้อง บางรายอุจจาระขาวขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าว บางครั้งมีคลื่นไส้ อาเจียน สูญเสียน้ำอย่างรวดเร็วจนเกิดภาวะเป็นกรดในเลือด และการไหลเวียนโลหิตล้มเหลว สำหรับเชื้อโรคอุจจาระร่วงอย่างแรง(อหิวาตกโรค) ชนิด El Tor biotype ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ ในรายรุนแรงน้อยอาจพบแต่อาการถ่ายเป็นน้ำ พบได้บ่อยในเด็ก ในรายที่มีอาการรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยอาจตายในเวลา 2-3 ชั่วโมง และอัตราป่วยตายสูงมากกว่าร้อยละ 50 แต่ถ้าได้รับการรักษาถูกต้องและทันท่วงที อัตราป่วยตายจะลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1

สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O(โอ)1 ซึ่งมี 2 biotypes คือ classical และ El Tor แต่ละ biotype แบ่งออกได้เป็น 3 serotypes คือ Inaba, Ogawa และ Hikojima เชื้อเหล่านี้จะสร้างสารพิษเรียกว่า Cholera toxin ทำให้เกิดอาการป่วยคล้ายกัน ปัจจุบันพบว่าการระบาดส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ biotype El Tor เป็นหลักแทบไม่พบ biotype classical เลย ในปี พ.ศ. 2535-2536 เกิดการระบาดครั้งใหญ่ในอินเดียและบังคลาเทศสาเหตุเกิดจากเชื้อสายพันธุ์ใหม่คือ Vibrio cholerae O139 โดยที่ครั้งแรกตรวจพบสาเหตุการระบาดจากเชื้อ V. cholerae non O1 ที่ไม่ทำปฏิกิริยากับ V. cholerae antiserun O2-O138 ซึ่งปรกติกลไกก่อโรคจากเชื้อกลุ่มนี้มิได้เกิดจาก Cholera toxin สายพันธุ์ใหม่ที่พบสามารถสร้าง Cholera toxin ได้เหมือน Vibrio cholerae O1 ต่างกันที่โครงสร้าง Lipopolysaccharides (LPS) ที่เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของเชื้อ อาการทางคลินิกและลักษณะทางระบาดวิทยาเหมือนกับโรคอุจจาระร่วงอย่างแรงทุกประการ ดังนั้นองค์การอนามัยโลกแนะนำให้รายงานว่าเป็นโรคอุจจาระร่วงอย่างแรงด้วย สำหรับเชื้อ V. cholerae ในปัจจุบันมีถึง 194 serogroups การรายงานเชื้อที่ไม่ใช่ทั้ง O1 และ O139 ให้เรียกว่าเป็น V. cholerae non O1/non O139 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อให้เกิดอาการกระเพาะและลำไส้อักเสบ เชื้อ V. cholerae non O1/non O139 บาง serotypes อาจผลิต cholera toxin ก่อให้เกิดอาการคล้ายโรคอุจจาระร่วงอย่างแรงได้ จึงจำเป็นต้องตรวจการสร้างสารพิษชนิดนี้ด้วยเพื่อป้องกันการระบาดใหญ่

อาการ
ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก มีเนื้ออุจจาระน้อย เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันร่วมกับมีอาการและอาการแสดงของการขาดน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน ส่วนใหญ่ไม่มีไข้ ไม่ปวดท้อง

การวินิจฉัยโรค
ใช้วิธีการเพาะเชื้อจากอุจจาระหรือดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิด darkfield หรือ phase contrast จะเห็นลักษณะการเคลื่อนที่แบบเฉพาะของเชื้อ Vibrio ซึ่งจะถูกยับยั้งด้วย antiserum จำเพาะ ในพื้นที่ที่เกิดการติดเชื้อใหม่ๆ การแยกเชื้อต้องยืนยันด้วยการทดสอบทางชีวเคมีเบื้องต้น ถ้าเป็นไปได้ควรทดสอบดูด้วยว่าเชื้อโรคผลิตสารพิษด้วยหรือไม่ ในพื้นที่ที่ไม่ใช่เขตโรคประจำถิ่น เชื้อที่แยกได้จากผู้ป่วยที่ต้องสงสัยรายแรกๆ ต้องยืนยันโดยการทดสอบทางชีวเคมีและซีโรโลยี่ที่เหมาะสมและสารพิษที่เชื้อสร้างขึ้นด้วย

การรักษา
จำเป็นต้องรีบให้การรักษาอย่างทันท่วงทีด้วยสารน้ำที่ประกอบด้วยสารละลายเกลือแร่ในปริมาณที่พอเพียงเพื่อแก้ไขภาวะเลือดเป็นกรดและภาวะโปแตสเซียมในเลือดต่ำ ในผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถให้การรักษาโดยให้สารละลายดังกล่าวทางปาก ในปริมาณที่เทียบเท่ากับปริมาณน้ำที่สูญเสียไปโดยประมาณคือ ร้อยละ 5 ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมในรายที่เป็นน้อยร้อยละ 7 ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมในรายที่มีอาการปานกลาง และร้อยละ 10 ในผู้ป่วยมีอาการช็อค ควรให้น้ำเกลือ isotonic ทางหลอดเลือดทันที น้ำเกลือควรประกอบด้วยไบคาร์บอเนต (อะซิเตรต หรือแล็กเตตไอออน) 24-48 มิลลิอิควิวาเลนต์ต่อลิตร และ 10-15 มิลลิอิควิวาเลนต์ต่อลิตรของโปแตสเซียม เช่น Dacca solution หรือ Ringers lactate ภายหลังการให้สารน้ำทางหลอดเลือดจนกระแสไหลเวียนโลหิตดีขึ้นแล้ว จึงเปลี่ยนมาให้ทางปากได้เพื่อรักษาความคงตัวของสมดุลสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรค : ภาวะประจำเดือนมามาก
ภาวะประจำเดือนมามาก Menorrhagia คือภาวะเลือดออกมากผิดปกติในระหว่าง มิฉะนั้นประจำเดือนปกติ ผู้หญิงประมาณ 9% ถึง 14% มีประมาณ 10% ในช่วงวัยเจริญพันธุ์
โรค : ไส้เลื่อน
ส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่ยื่นออกมาอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง มันถูกยื่นผ่านผนังหน้าท้องที่เปิดออกหรืออ่อนแรง จะเห็นเป็นก้อนๆเป็นลำๆเรียกว่าไส้เลื่อน เกิดขึ้นบ่อยในเด็กและทารก คือไส้เลื่อนยื่นออกมาบริเวณขาหนีบ และบริเวณใกล้สะดือไส้เลื่อนแบบ umbilical เด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่เป็นโรค ไส้เลื่อนบริเวณ inguinalเกิดในชายมากกว่าหญิง ไส้เลื่อนcongenital diapharmatic และ hiatal มักเป็นไส้เลื่อนที่เกิดในร่างกาย ถ้าไส้เลื่อนออกมาเมื่อเบ่ง ไส้ก็ยังสามารถกลับเข้าไปปกติได้ ถ้าเนื้อเยื่อเปิดเป็นถุงไม่สามารถดึงกลับมาได้ ไส้เลื่อนที่อันตรายคือ strangulateไส้จะโดนรัดและทำให้ขาดเลือดและเนื้อเยื่อตายได้
Q&A: Hepatitis B 'ผล Anti-HBs Reactive' หมายความว่าอะไร ปลอดภัยแล้วหรือยัง?
สงสัยไหม? ผลตรวจ Hepatitis B ขึ้นว่า 'Anti-HBs Reactive' คืออะไร แล้วเราปลอดภัยจากไวรัสตับอักเสบบีแล้วหรือยัง? บทความนี้ให้คำตอบแบบเข้าใจง่าย! Anti-HBs หรือ Antibody to Hepatitis B surface antigen คือ "แอนติบอดี" ที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ผล Reactive หมายถึงมีภูมิคุ้มกันแล้ว ซึ่งสามารถเกิดได้จาก 2 กรณีหลัก: 1. เคยได้รับวัคซีนป้องกันไว้ หรือ 2. เคยติดเชื้อในอดีตและร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้จนหมด (ซึ่งต้องดูผล HBsAg และ Anti-HBc ประกอบด้วย) ทำความเข้าใจการแปลผล Hepatitis B serology แบบละเอียด เพื่อให้รู้ว่าคุณปลอดภัยจริงหรือต้องทำอะไรต่อ
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้