แชร์

คำถาม : ทำอย่างไรเมื่อติดอยู่กลางแจ้งตอนฝนตก ฟ้าคะนอง

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2025
886 ผู้เข้าชม

 

คำถาม : ทำอย่างไรเมื่อติดอยู่กลางแจ้งตอนฝนตก ฟ้าคะนอง
ก่อนอื่นสรุปสั้น ๆ ก่อน: ถ้าคุณได้ยินฟ้าร้อง ให้คิดว่า ใกล้พอจะถูก รีบเข้าที่หลบภัยแข็งแรง (ตึกที่มีระบบไฟ/ประปา) หรือรถยนต์หลังคาโลหะที่ปิดหน้าต่างไว้ทันที และรออย่างน้อย 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย

1) พื้นฐานเชิงฟิสิกส์ ทำไมฟ้าผ่าถึงอันตราย
ฟ้าผ่าเป็นการไหลของประจุไฟฟ้าระหว่างเมฆกับพื้น (หรือเมฆกับเมฆ) กระแสไฟฟ้าช่วง return stroke มีพีกทั่วไปในระดับ หมื่นถึงแสนแอมแปร์ (~30 kA เป็นค่ากลางสำหรับการฟ้าผ่าที่ลงพื้น)และแรงดันสูงมาก (หลายล้านโวลต์) โดยช่องพลาสมาจะร้อนจัด (หลักหมื่นเคลวิน) ระยะเวลาสั้นมาก (มิลลิวินาที) พลังงานและกระแสนี้ทำให้เกิดความร้อน แรงระเบิด (shock wave) และกระแสที่ไหลผ่านเนื้อเยื่อ ช่องทางการบาดเจ็บหลัก 4 แบบ direct strike (โดนตรง), side splash/side flash (กระโดดจากวัตถุข้างเคียง), contact injury (ผ่านของที่ถูกฟ้าผ่า เช่นโลหะที่ถือ), ground/step current (กระแสวิ่งผ่านพื้นดินไปยังร่างกาย) โดยการบาดเจ็บจากกระแสที่ไหลผ่านพื้น (ground current) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด.


2) ถ้าคุณอยู่กลางแจ้ง ทำอะไรทันที (ข้อปฏิบัติ)
1. ได้ยินฟ้าร้อง = รีบหาที่หลบภัยทันที หากอยู่ใกล้ตึกแข็งแรง (มีผนัง หลังคา มีระบบไฟ/ประปา) ให้เข้าไป หรือ เข้ารถยนต์หลังคาโลหะ (ปิดหน้าต่าง) ถ้าเข้าตึกหรือรถได้ ให้รออย่างน้อย 30 นาที นับจากฟ้าร้องครั้งสุดท้ายก่อนออกมา. 
2. หากไม่มีที่หลบ (สถานการณ์ฉุกเฉิน)
ลงจากที่สูง (อย่าอยู่บนยอดเขา สันเขา หรือหลังคา). ลงไปหาจุดต่ำ. แยกจากคนอื่น (ลดโอกาสบาดเจ็บหลายคนจาก ground current). อย่าเอนหรือนอนแผ่บนพื้น(จะเพิ่มพื้นที่สัมผัสพื้นและเพิ่ม step potential). 
หลายหน่วยงานแนะนำการ ย่อตัว (squat/crouch) เท้าแนบกัน เป็นมาตรการสุดท้ายเพื่อลดการสัมผัสพื้น แต่ต้องระวัง: องค์การอากาศฯสหรัฐ (NWS) เคยยกเลิกการแนะนำท่านั่งคร่อม (crouch) เพราะมันไม่ได้ให้การปกป้องมากนัก สรุปคือ: วิ่งไปที่หลบภัยดีที่สุดแต่ถ้าไม่มีจริง ๆ ให้ลดความสูงของตัวและลดการสัมผัสพื้น (เท้าชิดกัน) เป็นทางเลือกสุดท้าย. 
ห่างจากวัตถุที่นำไฟฟ้าได้ (รั้วลวดหนาม เสาไฟฟ้า ท่อโลหะ) และออกจากน้ำ/เรือทันที. 


3) ข้อห้ามสำคัญ (ต้องจำ)
ห้ามอยู่ใต้ต้นไม้โดด ๆ(ต้นสูงเป็นเป้าหลัก) และห้ามอยู่ในที่กำบังเล็ก ๆ เช่นศาลาไม้/ซุ้มที่ไม่มีผนังแข็งแรง ไม่ปกป้องจากฟ้าผ่า.
ห้ามนอนราบบนพื้นและห้ามจับ/สัมผัสท่อประปาหรือปลั๊กไฟในบ้านขณะมีฟ้าผ่า
อย่าใช้โทรศัพท์สายมีสายขณะพายุ(มือถือ/ไร้สายใช้ได้ถ้าไม่ได้เสียบปลั๊ก)


4) ปฐมพยาบาลเมื่อมีคนถูกฟ้าผ่า ขั้นตอนทีละข้อ (สรุปขั้นปฏิบัติ)
หลักการสำคัญ: ผู้ถูกฟ้าผ่า ไม่คงประจุไฟฟ้าไว้บนร่างกาย จึง ปลอดภัย ที่จะสัมผัสและให้การช่วยเหลือ. เรียกช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
1. ประเมินความปลอดภัยของสถานที่ ถ้ายังมีอันตราย (ฟ้าผ่ายังใกล้) อย่าเสี่ยงเข้าหาเหยื่อจนกว่าจะปลอดภัย หรือเคลื่อนย้ายก็ต่อเมื่อจำเป็นเพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อ CPR. 
2. โทรเรียกฉุกเฉิน ในไทย เบอร์ฉุกเฉินหลักที่ใช้ได้คือ 1669 (รถพยาบาล/การแพทย์ฉุกเฉิน) และ 191 (ฉุกเฉินทั่วไป) ในกรุงเทพมีหมายเลขบริการ 1646 ด้วยในบางระบบ. แจ้งที่ตั้งให้ชัดเจน.
3. ตรวจดูการตอบสนอง / การหายใจ / ชีพจร
ถ้าไม่หายใจหรือไม่มีชีพจร: เริ่ม CPR ทันที (ทำการกดหน้าอก 30:2 หรือ ตามแนวทางท้องถิ่น) และใช้ AEDถ้ามี. การช่วยฟื้นคืนชีพมีประสิทธิภาพสูงในผู้ถูกฟ้าผ่า. 
ถ้าหายใจแต่ไม่รู้สึกตัว: ให้วางในท่าฟื้นฟู (recovery) หากไม่มีการสงสัยคอ/กระดูกสันหลังแตก; หากมีสงสัยให้อย่าหมุนคอ/ลำตัวโดยไม่จำเป็น. 
4. ควบคุมแผลและดูแลเบื้องต้น: ปฐมพยาบาลแผลไฟ/แผลถลอก ตามแนวทาง (คลุมแผล แยกสิ่งสกปรก หากมีบาดแผลใหญ่ควบคุมเลือดออก) อย่าใช้ครีมหรือวิธีที่ไม่เหมาะสมกับแผลหนัก ส่งโรงพยาบาล. 
5. หากมีผู้ถูกหลายคน ทำ reverse triage: ผู้ที่ อยู่ในภาวะหัวใจหยุด ควรถูกให้ความช่วยเหลือก่อน เพราะผู้รอดที่ได้รับการช่วยเหลือทันทีมีโอกาสสูง. (ตรงกันข้ามกับเหตุการณ์กดทับไฟไหม้ทั่วไป). 


5) การประเมินทางการแพทย์หลังเหตุ (ต้องรู้สำหรับบุคลากร/นักศึกษาแพทย์)
ผู้ที่ถูกฟ้าผ่าอาจมีปัจจัยเสี่ยงซับซ้อน: arrhythmia, cardiac arrest, respiratory paralysis, intracranial hemorrhage, keraunoparalysis, rhabdomyolysis, blunt trauma, tympanic membrane rupture, ต้อกระจก/ตา/ประสาทการได้ยินเสียเป็นต้น เพราะฉะนั้นการคัดกรองและติดตามทางการแพทย์สำคัญ.
งานตรวจและการเฝ้าระวัง
ECG ควรพิจารณาอย่างน้อยในผู้ที่มีอาการหรือมีประวัติการสูญหายสติ/เจ็บหน้าอก; สำหรับกลุ่ม high-risk ควรเฝ้าตรวจหัวใจต่อเนื่อง (telemetry) ประมาณ 24 ชั่วโมง. 
ตรวจเลือดบางรายการตามดุลยพินิจ (CK/การประเมิน rhabdo, ตับ/ไต ฯลฯ) หากสงสัยการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหรือภาวะแทรกซ้อน. 
หากตั้งครรภ์ 20 สัปดาห์ ให้พิจารณาการตรวจทารก/การติดตามเพราะความเสี่ยงต่อทารกสูงขึ้น


6) อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีหลังโดนฟ้าผ่า
หยุดหายใจ/หัวใจหยุด, เจ็บหน้าอก, หายใจลำบาก, อาการทางระบบประสาทใหม่ (อ่อนแรง ชา สับสน ชัก), สูญเสียการมองเห็น/การได้ยิน, เลือดออกมาก หรือมีแผลไหม้ใหญ่ ทุกกรณีต้องส่งโรงพยาบาล.


7) เคล็ดลับ/เช็คลิสต์ที่จับต้องได้ (Pocket checklist)
ฟังเสียงฟ้าร้อง ถอยเข้าที่หลบภัยทันที (ตึกแข็ง/รถหลังคาโลหะ).
ถ้าไม่มีที่หลบ: ลงที่ต่ำ หลีกเลี่ยงต้นไม้เดี่ยว/สิ่งนำไฟฟ้า/น้ำ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้; ลดพื้นที่สัมผัสพื้น (เท้าชิดกัน) เป็นทางเลือกสุดท้าย. 
ถ้าพบคนถูกฟ้าผ่า: ปลอดภัยที่จะสัมผัส โทรฉุกเฉิน ตรวจ ABC ถ้าไม่หายใจ/ไม่มีชีพจร เริ่ม CPR+AED ทันที. ([Red Cross][5])
รอ 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้ายก่อนออกจากที่หลบ.


8) ข้อเท็จจริงสถิติสั้น ๆ (เพื่อมุมมองภาพรวม)
ประมาณการณ์ทั่วโลกมีการเสียชีวิตจากฟ้าผ่าราว ~24,000 รายต่อปีและผู้บาดเจ็บมากกว่านั้นข้อมูลนี้มาจากการประเมินหลายแหล่งและหนังสือทางการแพทย์; ในสหรัฐฯ จำนวนตายต่อปีต่ำกว่าระดับโลก (ไม่กี่สิบรายต่อปี) เนื่องจากที่อยู่อาศัย/การแจ้งเตือน/การเข้าถึงที่หลบภัย.


บทความที่เกี่ยวข้อง
ติดเชื้อ HIV จากการทำสวย !!
อ.ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ ได้โพสต์เคสน่าตกใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่องนี้ไว้ว่า “เมื่อ 2 ปีก่อน CDC ของสหรัฐฯ รายงานเคสผู้หญิงอย่างน้อย 3 รายติดเชื้อ HIV จากการรับบริการ PRP ที่คลินิกแห่งหนึ่งในรัฐนิวเม็กซิโก
เตือนภัย! หมัด-เห็บ-หมา-แมว คร่าชีวิตคนได้ อันตรายกว่าที่คิด พร้อมวิธีป้องกัน
สัตว์เลี้ยงแสนรัก อาจนำภัยเงียบถึงชีวิต! นอกจากโรคพิษสุนัขบ้าที่รู้จักกันดี หมัดและเห็บจากหมาแมวยังเป็นพาหะนำโรคอันตรายถึงชีวิต เช่น โรคไข้รากสาดใหญ่ชนิดหนู (Murine Typhus) จากเชื้อ Rickettsia typhi ที่ทำให้เกิดไข้สูง อวัยวะล้มเหลว และโรคเมลิออยด์ที่พบเชื้อในดินติดมากับตัวเห็บ บทความนี้เจาะลึกกลไกการติดต่อ อาการที่ต้องสังเกต และวิธีป้องกันง่ายๆ ทั้งการดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปราศจากเห็บหมัด การรักษาความสะอาดบ้าน และการพบแพทย์ทันทีหากถูกกัดหรือมีอาการ
“ใจสั่น” เกิดจากอะไร? สัญญาณเตือนภัยจากร่างกายที่คุณไม่ควรมองข้าม
ใจสั่นแบบไหนอันตราย? เปิดสาเหตุของอาการใจสั่น ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน (คาเฟอีน ความเครียด) ไปจนถึงโรคที่ต้องระวัง (หัวใจเต้นผิดจังหวะ ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เกลือแร่ผิดปกติ) พร้อมเช็กสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้