แชร์

คำถาม: หลังน้ำลดควรทำอะไร?

อัพเดทล่าสุด: 28 พ.ย. 2025
448 ผู้เข้าชม

หลังน้ำลด ควรทำอะไรบ้าง?
1) ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเข้าบ้าน
ตรวจสภาพ เสาคานพื้นผนัง ว่ามีรอยแตกร้าวหรือทรุดตัวหรือไม่
อย่าเปิดไฟทันที ตรวจระบบไฟโดยให้ช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจเช็กก่อน
ระวังสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ หนู ที่อาจหลบอยู่ในบ้าน
2) ทำความสะอาดบ้านและสิ่งของ
เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
ใช้น้ำสะอาดล้างโคลน ตะกอน และคราบน้ำออกก่อน
ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น คลอรีน 5% ผสมน้ำตามสัดส่วนที่แนะนำ
ของใช้ที่เปื้อนน้ำท่วม เช่น เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ให้ซักด้วยผงซักฟอกและตากแดดจัด
3) ดูแลสุขภาพและป้องกันโรค
ล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้ง
หลีกเลี่ยงเดินลุยน้ำที่ขัง เพราะเสี่ยงโรคฉี่หนู
หากมีอาการไข้ ปวดเมื่อย ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือบาดแผลติดเชื้อ ควรรีบพบแพทย์
สวมรองเท้าบูทหรือรองเท้าหุ้มส้นเมื่อต้องเดินในพื้นที่ชื้น
4) จัดการน้ำดื่มอาหารให้ปลอดภัย
ดื่มน้ำต้มสุกหรือบรรจุขวดที่ปิดสนิท
ทิ้งอาหารที่โดนน้ำท่วม หรืออาหารมีกลิ่นผิดปกติ
ล้างอุปกรณ์ทำอาหารด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนใช้
5) ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ
เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่เปียกน้ำ ควรให้ช่างตรวจซ่อมก่อนเปิดใช้งาน
รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ที่จมน้ำ อย่าสตาร์ททันที ควรให้ช่างตรวจระบบเครื่องยนต์และไฟฟ้า
6) จัดการขยะและสิ่งปนเปื้อน
แยกขยะทั่วไป ขยะเปียก ขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย สารเคมี
ใส่ถุงดำมัดปากถุงให้แน่นเพื่อป้องกันกลิ่นและสัตว์รบกวน
ทำความสะอาดท่อระบายน้ำรอบบ้านเพื่อป้องกันการอุดตันเมื่อฝนตกซ้ำ
7) ดูแลสภาพจิตใจและคนในครอบครัว
พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนบ้าน
ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานท้องถิ่นหากรู้สึกเครียด กังวล หรือรับมือไม่ไหว
8) เตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมครั้งต่อไป
ยกของสำคัญไว้ในที่สูง
จัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน
ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านเป็นประจำ


บทความที่เกี่ยวข้อง
สีน้ำมูกบอกโรคอะไร? ดูสีอะไรเป็นสัญญาณอันตราย รักษาอย่างไร?
น้ำมูกแต่ละสีอาจบ่งบอกอาการป่วยต่างกัน! คู่มือนี้ช่วยเช็ก น้ำมูกสีใส ขาว เขียว เหลือง น้ำตาล เทา ดำ และน้ำมูกปนเลือด ว่าเป็นสัญญาณของโรคหวัด ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย รู้วิธีดูแลรักษาเบื้องต้นและเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
เตือนภัยหน้าร้อน! "โรคลมร้อน" คร่าชีวิตปีที่แล้ว 21 ราย กรมควบคุมโรคเผยสถิติชี้คนไทยยังประมาท
หน้าร้อนปีนี้อย่านิ่งนอนใจ! กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถิติผู้เสียชีวิตจาก "โรคลมร้อน" หรือ ฮีทสโตรก (Heat stroke) ในปีที่ผ่านมาสูงถึง 21 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว พร้อมเตือนว่าอุณหภูมิในปีนี้คาดว่าจะสูงเป็นประวัติการณ์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้