แชร์

หญิง 22 ปี SLE ได้รับสเตียรอยด์ มีอาการทางจิตหูแว่ว วินิจฉัยอะไร?

อัพเดทล่าสุด: 12 ม.ค. 2026
128 ผู้เข้าชม
ผู้ป่วยหญิงอายุ 22 ปี เป็นโรค SLE ได้รับยาปริดนิโซโลน 3 วันก่อนมาโรงพยาบาล มีอาการไข้ ปวดข้อ ผื่นขึ้น และมีอาการหูแว่วว่ามีคนจะมาทำร้ายตน โดยไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน
a. โรคจิตจากโรค SLE
b. อาการจิตหลอนจากการใช้ยาปริดนิโซโลน
c. โรคจิตชั่วคราว
ตอบ การวินิจฉัยที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนี้คือ a. โรคจิตจากโรค SLE (Psychotic disorder due to SLE)
จากการประเมินผู้ป่วยหญิงอายุ 22 ปี ที่เป็นโรค SLE และได้รับยาปริดนิโซโลนมาเพียง 3 วัน แล้วเกิดอาการทางจิตแบบเฉียบพลัน ได้แก่ อาการหูแว่วว่ามีคนจะมาทำร้ายตน ร่วมกับมีอาการไข้ ปวดข้อ และผื่นขึ้น โดยที่ไม่เคยมีอาการทางจิตมาก่อน ข้อมูลทางคลินิกทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและจิตเวชจากโรค SLE ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและจัดการอย่างเร่งด่วน
กลไกทางพยาธิสรีรวิทยาของอาการทางจิตในโรค SLE เกิดจากการที่แอนติบอดีในโรค SLE โจมตีระบบประสาทส่วนกลาง แอนติบอดีต่อ phospholipid แอนติบอดีต่อ ribosomal P protein และแอนติบอดีต่อ NMDA receptor สามารถผ่าน blood-brain barrier ที่เสียหายเข้าไปทำลายเซลล์สมองได้ การอักเสบของหลอดเลือดเล็กในสมอง (cerebral vasculitis) ทำให้เกิดการขาดเลือดและเนื้อตายของเซลล์สมอง ส่วน cytokines การอักเสบเช่น interferon-alpha และ interleukin-6 ที่สูงขึ้นในโรค SLE ก็มีส่วนในการทำให้เกิดอาการทางจิตได้
ลักษณะทางคลินิกที่สำคัญคือผู้ป่วยมีอาการทางจิตที่เกิดขึ้นเฉียบพลันร่วมกับอาการแสดงของโรค SLE ที่ยังควบคุมไม่ได้ ได้แก่ ไข้ ปวดข้อ และผื่นขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่ามี disease activity สูง การที่อาการทางจิตเกิดขึ้นหลังจากได้รับสเตียรอยด์มาเพียง 3 วัน เป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไปสำหรับ steroid-induced psychosis ที่มักจะเกิดหลังจากได้รับสเตียรอยด์เป็นเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์
การวินิจฉัยแยกโรคต้องพิจารณาอย่างละเอียด สำหรับ steroid-induced psychosis มักจะเกิดในผู้ที่ได้รับสเตียรอยด์ในขนาดสูงเป็นเวลานานกว่า และมักไม่มีอาการแสดงอื่นของโรค SLE ที่ยัง active ร่วมด้วย ส่วน brief psychotic disorder มักเกิดในผู้ที่ไม่มีโรคทางกาย underlying และมักมี psychosocial stressor ที่ชัดเจน
การจัดการผู้ป่วยรายนี้ต้องเริ่มจากการประเมินความรุนแรงของอาการทางจิตและความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้อื่น การตรวจทางระบบประสาทอย่างละเอียด การส่งตรวจเลือดเพื่อประเมิน disease activity ของ SLE เช่น วัดระดับ complement, anti-dsDNA, และการตรวจ cerebrospinal fluid เพื่อแยกการติดเชื้อในระบบประสาท การทำ neuroimaging เพื่อหาความผิดปกติในสมอง
การรักษาประกอบด้วยการเพิ่มขนาดสเตียรอยด์เพื่อควบคุม disease activity ของ SLE การให้ยารักษาอาการจิตเช่น atypical antipsychotics และในกรณีรุนแรงอาจพิจารณาให้ immunosuppressive drugs หรือการทำ plasmapheresis
โดยสรุด then โรคจิตจากโรค SLE เป็นการวินิจฉัยที่มีความน่าจะเป็นสูงที่สุด เนื่องจากอธิบายลักษณะทางคลินิกทั้งหมดได้ครบถ้วน ทั้งการมีโรค SLE ที่ยัง active อยู่ และ timeline ของการเกิดอาการที่สัมพันธ์กับโรคมากกว่าการใช้สเตียรอยด์

บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
หญิงอายุ 25 ปี ขาดประจำเดือน 1 สัปดาห์ ตรวจ serum HCG ให้ผลบวก ?
เซลล์ที่มีบทบาทหลักและเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการฝังตัว (Implantation) ของ blastocyst เข้าเยื่อบุมดลูก คือ Syncytiotrophoblast ซึ่งเป็นเซลล์ชั้นนอกของ trophoblast ที่รุกรานและสร้างการเชื่อมต่อกับระบบไหลเวียนเลือดของมารดา
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้