แชร์

การประเมินความเสียหายจากไฟฟ้าดูด

อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2025
201 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยชายอายุ 20 ปี ถูกไฟฟ้าดูด มีแผลทางเข้า (inlet wound) ที่มือขวา และแผลทางออก (outlet wound) ที่ขาซ้าย ความดันโลหิต 110/80 mmHg ชีพจร 86 ครั้ง/นาที การตรวจสืบค้นที่มีประโยชน์ที่สุดในผู้ป่วยรายนี้คืออะไร?
จากการประเมินผู้ป่วยชายอายุ 20 ปี ที่ประสบเหตุถูกไฟฟ้าดูด โดยมีแผลทางเข้าที่มือขวาและแผลทางออกที่ขาซ้าย แม้ว่าสัญญาณชีพในขณะนี้จะคงที่คือความดันโลหิต 110/80 มิลลิเมตรปรอทและชีพจร 86 ครั้งต่อนาที แต่การบาดเจ็บจากไฟฟ้าดูดมีความซับซ้อนและอาจมีความเสียหายที่ซ่อนเร้นภายในร่างกายซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียด

-กลไกการบาดเจ็บจากไฟฟ้าดูดประกอบด้วยผลกระทบหลายประการ ได้แก่ ผลทางความร้อนจากพลังงานจูลที่แปลงเป็นความร้อนขณะกระแสไฟฟ้าผ่านเนื้อเยื่อ ผลทาง electrochemical ที่รบกวนการทำงานของเซลล์ และผลทาง mechanical จากแรงหดตัวของกล้ามเนื้อ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านจากมือไปยังขาอาจผ่านอวัยวะสำคัญหลายแห่งรวมถึงหัวใจ ปอด และกระดูกสันหลัง

-การตรวจสืบค้นที่มีประโยชน์ที่สุดในผู้ป่วยรายนี้คือการตรวจเลือดเพื่อหาระดับ creatine phosphokinase หรือ CPK เอนไซม์นี้ถูกปล่อยออกจากเซลล์กล้ามเนื้อเมื่อเกิดความเสียหาย การตรวจพบระดับ CPK ที่สูงขึ้นสามารถบ่งชี้ถึงขอบเขตและความรุนแรงของการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้ แม้ว่าผู้ป่วยอาจมีเพียงแผลขนาดเล็กที่ผิวหนังภายนอกก็ตาม

-นอกจาก CPK แล้ว ควรตรวจหา myoglobin ในเลือดและปัสสาวะ เนื่องจาก myoglobin ที่ถูกปล่อยจากกล้ามเนื้อที่ถูกทำลายสามารถไปอุดตันที่ท่อไตและนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้ การตรวจการทำงานของไตรวมถึงค่า blood urea nitrogen และ creatinine มีความสำคัญในการประเมินผลกระทบต่อไต

-การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นสิ่งจำเป็นแม้ว่าผู้ป่วยจะมีชีพจรปกติในขณะนี้ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ผ่านหัวใจอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ระบบนำไฟฟ้าหัวใจและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะในภายหลังได้ โดยเฉพาะในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ

-ควรตรวจระดับ electrolytes ในเลือดโดยเฉพาะโพแทสเซียมซึ่งอาจสูงขึ้นจากการที่เซลล์กล้ามเนื้อถูกทำลายจำนวนมาก ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงอาจทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อันตรายได้

-การตรวจ arterial blood gas ช่วยประเมินภาวะ metabolic acidosis ที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดออกซิเจนของเนื้อเยื่อและการสะสมของกรดแลคติก

-แม้ว่าผู้ป่วยจะมีแผลภายนอกเพียงเล็กน้อย แต่ควรพิจารณาการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอ็มอาร์ไอเพื่อประเมินความเสียหายของเนื้อเยื่อลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวทางที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านจากมือไปยังขา

-การดูแลผู้ป่วยประกอบด้วยการให้สารน้ำทางเส้นเลือดจำนวนมากเพื่อป้องกันภาวะไตวายจาก myoglobinuria การติดตามการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง และการดูแลแผลอย่างเหมาะสมซึ่งอาจต้องการการตัดเนื้อเยื่อที่ตายออก
ผู้ป่วยควรได้รับการสังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมง เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการถูกไฟฟ้าดูดอาจปรากฏช้ากว่าอาการภายนอกที่เห็น


บทความที่เกี่ยวข้อง
การวินิจฉัยรากประสาทคอถูกกดทับระดับ C7
ผู้ป่วยชายไทยอายุ 75 ปี มีอาการปวดร้าวไปยังนิ้วชี้และนิ้วกลางข้างขวา เป็นเวลา 3 เดือน การตรวจร่างกาย: ปวดคอ, เคลื่อนไหวคอได้จำกัด, ชานิ้วชี้และนิ้วกลางข้างขวา, กล้ามเนื้อที่ข้อมือและแขนด้านหลังอ่อนแรง, สะท้อนกลับ triceps reflex ลดลง, สะท้อนกลับอื่นๆ ปกติ การวินิจฉัยที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร?
ชาย 17 ปี มีไข้ หอบ เสมหะเขียว?
จากประวัติ วัยรุ่น ที่มีอาการ ติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรง (ไข้, หอบ, เสมหะเขียว) ร่วมกับ ภาพ CXR แบบ honey comb นั้น การวินิจฉัยที่น่าจะเป็นมากที่สุดคือ Bronchiectasis (ซึ่งอาจมีสาเหตุจากโรคซิสติกไฟโบรซิสหรือความผิดปกติอื่นแต่กำเนิด)
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้