แชร์

การประเมินความเสียหายจากไฟฟ้าดูด

อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2025
84 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยชายอายุ 20 ปี ถูกไฟฟ้าดูด มีแผลทางเข้า (inlet wound) ที่มือขวา และแผลทางออก (outlet wound) ที่ขาซ้าย ความดันโลหิต 110/80 mmHg ชีพจร 86 ครั้ง/นาที การตรวจสืบค้นที่มีประโยชน์ที่สุดในผู้ป่วยรายนี้คืออะไร?
จากการประเมินผู้ป่วยชายอายุ 20 ปี ที่ประสบเหตุถูกไฟฟ้าดูด โดยมีแผลทางเข้าที่มือขวาและแผลทางออกที่ขาซ้าย แม้ว่าสัญญาณชีพในขณะนี้จะคงที่คือความดันโลหิต 110/80 มิลลิเมตรปรอทและชีพจร 86 ครั้งต่อนาที แต่การบาดเจ็บจากไฟฟ้าดูดมีความซับซ้อนและอาจมีความเสียหายที่ซ่อนเร้นภายในร่างกายซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียด

-กลไกการบาดเจ็บจากไฟฟ้าดูดประกอบด้วยผลกระทบหลายประการ ได้แก่ ผลทางความร้อนจากพลังงานจูลที่แปลงเป็นความร้อนขณะกระแสไฟฟ้าผ่านเนื้อเยื่อ ผลทาง electrochemical ที่รบกวนการทำงานของเซลล์ และผลทาง mechanical จากแรงหดตัวของกล้ามเนื้อ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านจากมือไปยังขาอาจผ่านอวัยวะสำคัญหลายแห่งรวมถึงหัวใจ ปอด และกระดูกสันหลัง

-การตรวจสืบค้นที่มีประโยชน์ที่สุดในผู้ป่วยรายนี้คือการตรวจเลือดเพื่อหาระดับ creatine phosphokinase หรือ CPK เอนไซม์นี้ถูกปล่อยออกจากเซลล์กล้ามเนื้อเมื่อเกิดความเสียหาย การตรวจพบระดับ CPK ที่สูงขึ้นสามารถบ่งชี้ถึงขอบเขตและความรุนแรงของการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้ แม้ว่าผู้ป่วยอาจมีเพียงแผลขนาดเล็กที่ผิวหนังภายนอกก็ตาม

-นอกจาก CPK แล้ว ควรตรวจหา myoglobin ในเลือดและปัสสาวะ เนื่องจาก myoglobin ที่ถูกปล่อยจากกล้ามเนื้อที่ถูกทำลายสามารถไปอุดตันที่ท่อไตและนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้ การตรวจการทำงานของไตรวมถึงค่า blood urea nitrogen และ creatinine มีความสำคัญในการประเมินผลกระทบต่อไต

-การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นสิ่งจำเป็นแม้ว่าผู้ป่วยจะมีชีพจรปกติในขณะนี้ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ผ่านหัวใจอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ระบบนำไฟฟ้าหัวใจและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะในภายหลังได้ โดยเฉพาะในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ

-ควรตรวจระดับ electrolytes ในเลือดโดยเฉพาะโพแทสเซียมซึ่งอาจสูงขึ้นจากการที่เซลล์กล้ามเนื้อถูกทำลายจำนวนมาก ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงอาจทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อันตรายได้

-การตรวจ arterial blood gas ช่วยประเมินภาวะ metabolic acidosis ที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดออกซิเจนของเนื้อเยื่อและการสะสมของกรดแลคติก

-แม้ว่าผู้ป่วยจะมีแผลภายนอกเพียงเล็กน้อย แต่ควรพิจารณาการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอ็มอาร์ไอเพื่อประเมินความเสียหายของเนื้อเยื่อลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวทางที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านจากมือไปยังขา

-การดูแลผู้ป่วยประกอบด้วยการให้สารน้ำทางเส้นเลือดจำนวนมากเพื่อป้องกันภาวะไตวายจาก myoglobinuria การติดตามการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง และการดูแลแผลอย่างเหมาะสมซึ่งอาจต้องการการตัดเนื้อเยื่อที่ตายออก
ผู้ป่วยควรได้รับการสังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมง เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการถูกไฟฟ้าดูดอาจปรากฏช้ากว่าอาการภายนอกที่เห็น


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ