แชร์

ฝึกดับเพลิงแล้วเป็นลมหมดสติ BP 180/35 อยากทราบว่าอาการเป็นลมเกิดจากสิ่งใดในเลือดเพิ่มขึ้น?

อัพเดทล่าสุด: 22 ม.ค. 2026
88 ผู้เข้าชม

ชายอายุ 55 ปีฝึกดับเพลิง แล้วเป็นลมหมดสติ BP 180/35 อยากทราบว่าอาการเป็นลมเกิดจากสิ่งใดในเลือดเพิ่มขึ้น?

A. Methemoglobin

B. Sulfhemoglobin

C. Deoxyhemoglobin

D. Carboxyhemoglobin

E. Carbaminohemoglobin

คำตอบที่ถูกต้องคือ D. Carboxyhemoglobin
เหตุผลโดยละเอียด
ประวัติและอาการของผู้ป่วยบ่งชี้ชัดเจนไปที่ ภาวะพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide Poisoning):
สถานการณ์เสี่ยง: ผู้ป่วยเป็น นักดับเพลิง (Firefighter) ซึ่งเป็นอาชีพที่สัมผัสกับก๊าซและควันไฟจากการเผาไหม้เป็นประจำ โดยเฉพาะการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จะสร้าง คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) จำนวนมาก
อาการ: เป็นลมหมดสติ (Syncope/Loss of Consciousness) ซึ่งเป็นอาการรุนแรงของพิษคาร์บอนมอนอกไซด์
สัญญาณชีพ: BP 180/35 แสดงถึง ความดันชีพจรกว้าง (Wide pulse pressure = 145 mmHg) ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของพิษ CO อย่างรุนแรง เกิดจาก CO ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนและหัวใจทำงานล้มเหลว (Cardiogenic shock) หรืออาจเกิดจากการที่ CO ทำให้หลอดเลือดส่วนปลายขยายตัว
กลไก: คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) จับกับฮีโมโกลบินได้แรงกว่าออกซิเจนประมาณ 200-250 เท่า เกิดเป็น คาร์บอกซีฮีโมโกลบิน (Carboxyhemoglobin - COHb) ซึ่ง:
ลดความสามารถในการขนส่งออกซิเจน ของเลือด (เพราะฮีโมโกลบินส่วนหนึ่งถูก CO ครองที่อยู่แล้ว)
ทำให้การปล่อยออกซิเจนจากฮีโมโกลบินที่เหลือยากขึ้น (เลื่อนโค้งการกระจายออกซิเจนไปทางซ้าย)
ยับยั้งการทำงานของไซโตโครม ออกซิเดส ในไมโตคอนเดรีย ทำให้เซลล์ใช้ออกซิเจนที่เหลืออยู่ได้ยาก
ผลรวมคือ เนื้อเยื่อทั่วร่างกาย โดยเฉพาะสมองและหัวใจ ขาดออกซิเจนรุนแรง นำไปสู่อาการวิงเวียน เป็นลม หมดสติ และอาจเสียชีวิต
คำถามถามว่า "อาการเป็นลมเกิดจากสิ่งใดในเลือดเพิ่มขึ้น" สิ่งที่เพิ่มขึ้นในเลือดและเป็นสาเหตุโดยตรงคือ Carboxyhemoglobin (COHb) ซึ่งเป็นรูปแบบฮีโมโกลบินที่จับกับ CO
อธิบายแต่ละตัวเลือก:
A. Methemoglobin
ไม่ถูกต้อง: เกิดจากยาหรือสารเคมีออกซิไดซ์ ทำให้เหล็กในฮีโมโกลบินเปลี่ยนเป็น Fe³⁺ (ไม่สามารถจับออกซิเจน) พบในผู้ที่ได้รับสารเช่น nitrites, dapsone อาการหลักคือ เขียว (cyanosis) และขาดออกซิเจน ไม่สัมพันธ์กับการดับเพลิงโดยตรง และมักไม่ทำให้เป็นลมทันทีแบบนี้ ยกเว้นระดับสูงมาก
B. Sulfhemoglobin
ไม่ถูกต้อง: พบน้อยมาก เกิดจากยาและสารประกอบกำมะถัน ทำให้ฮีโมโกลบินไม่สามารถขนส่งออกซิเจนได้ อาการคือเขียวเรื้อรัง ไม่ใช่อาการเฉียบพลันจากการดับเพลิง
C. Deoxyhemoglobin
ไม่ถูกต้อง: คือฮีโมโกลบินที่ไม่ได้จับออกซิเจน ปกติมีอยู่ในเลือดอยู่แล้ว การเพิ่มขึ้นหมายถึงภาวะขาดออกซิเจนจากหลายสาเหตุ (เช่น โรคปอด หัวใจ) แต่ ไม่ใช่สารที่เป็นพิษโดยตรง และไม่ใช่สาเหตุจำเพาะจากการดับเพลิง การเป็นลมในที่นี้เกิดจาก CO ไม่ใช่จากการขาดออกซิเจนจาก deoxyhemoglobin เพิ่ม
D. Carboxyhemoglobin
ถูกต้อง: เป็น สารที่เพิ่มขึ้นในเลือดโดยตรง จากผู้ป่วยสูดดมคาร์บอนมอนอกไซด์ขณะดับเพลิง COHb ทำให้สมองและหัวใจขาดออกซิเจนเฉียบพลัน ส่งผลให้ เป็นลมหมดสติ ตรงกับประวัติอาชีพ อาการ และชีพจรความดันกว้าง
E. Carbaminohemoglobin
ไม่ถูกต้อง: คือฮีโมโกลบินที่จับกับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ซึ่งเป็น กระบวนการปกติ ในการขนส่ง CO₂ กลับจากเนื้อเยื่อมาที่ปอด มันไม่ใช่สารพิษและไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นลมจากพิษคาร์บอนมอนอกไซด์
สรุป: จากประวัติการเป็นนักดับเพลิงและอาการหมดสติ พิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นสาเหตุที่น่าเป็นไปได้สูงที่สุด สารในเลือดที่เพิ่มขึ้นและทำให้เกิดอาการคือ Carboxyhemoglobin (COHb) ซึ่งเกิดจากการที่คาร์บอนมอนอกไซด์ไปจับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
หญิง 70 ปี เป็นเบาหวาน ไข้ ปัสสาวะขุ่น ความดันต่ำ อันดับแรกควรทำอะไร?
ผู้ป่วยหญิงอายุ 70 ปี เป็นเบาหวานมา 10 ปี มีไข้ ปัสสาวะขุ่น ซึมลง เจ็บสีข้างซ้ายมา 4 วัน ตรวจร่างกาย: อุณหภูมิ 38°C, ความดันโลหิต 80/50 mmHg, ชีพจร 110 ครั้ง/นาที, การหายใจ 28 ครั้ง/นาที ญาติเห็นว่าป่วยจึงให้หยุดยาเบาหวาน ตรวจน้ำตาลในเลือด 900 mg/dL, กดเจ็บที่สีข้างซ้าย, BUN 40 mg/dL, Cr 2 mg/dL, Electrolyte ปกติ
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในเด็ก (Pediatric Sepsis)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Pediatric Sepsis แบบละเอียด พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้องตาม PALS guideline 2020 ครอบคลุมตั้งแต่การประเมิน initial assessment, การให้ fluid resuscitation, การเลือก antibiotic, จนถึงการปรับยาในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา เหมาะสำหรับการเตรียมตัวสอบแพทย์ประจำบ้าน
ทารกแรกเกิดตรวจพบ... meningomyelocele เกิดจากความผิดปกติ ในช่วงหลังการปฏิสนธิกี่วัน?
ทารกแรกเกิดตรวจพบความพิการแต่กำเนิด Meningomyelocele (เปิดไขสันหลัง) ขนาด 4 ซม. เกิดจากความผิดปกติของท่อประสาท (Neural Tube Defect) ในช่วงหลังปฏิสนธิประมาณวันที่ 26-28 หรือสัปดาห์ที่ 4 ของการตั้งครรภ์ ตรงกับช่วงที่ท่อประสาท (Neural Tube) ปิดไม่สมบูรณ์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้