แชร์

สาวอินฟลู คลอดลูกในน้ำ.. ทารกเสียชีวิต!

noimageauthor Yadamasong
อัพเดทล่าสุด: 13 ก.พ. 2026
35 ผู้เข้าชม

อินฟลูเอนเซอร์ดังทำคลอดในน้ำที่บ้านกับผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีใบอนุญาต ส่งผลให้ทารกเสียชีวิตภายใน 1 ชั่วโมง ล่าสุดตำรวจจับตัวผู้เชี่ยวชาญกำมะลอแล้ว

ผู้เสียชีวิตทารกเพศชายของ ไอชา ชิกกา (Aisha Chigga) อินฟลูเอนเซอร์สาวชาวรัสเซียวัย 27 ปี ยอดผู้ติดตาม 1.5 ล้านคน เสียชีวิตหลังลืมตาดูโลกได้เพียง 1 ชั่วโมง หลังจากมารดาพยายามทำ "คลอดในน้ำ" (Water Birth) ที่บ้านเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม
สาเหตุเบื้องต้นคาดว่า สำลักน้ำคร่ำ ขณะอยู่ในน้ำ ทำให้ขาดอากาศหายใจ ไม่ได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที
ผู้ต้องสงสัย: นาตาเลีย คอตลาร์ (Natalia Kotlar) หญิงวัย 59 ปี ผู้ทำหน้าที่ช่วยคลอด อ้างตัวเป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลอดในน้ำ" เปิดหลักสูตรและเขียนหนังสือ
ความจริงที่พบ: ไม่มีวุฒิการศึกษาทางการแพทย์ หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสูตินรีเวชใดๆ ถือเป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยผิดกฎหมาย
ความคืบหน้า: ศาลมอสโกสั่งควบคุมตัวนาตาเลียเป็นเวลา 2 เดือน ดำเนินคดีในข้อหาให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ความเสี่ยงหลักต่อทารก

1. ภาวะสายสะดือขาด (Cord Avulsion)รายละเอียด: เป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและมีหลักฐานทางสถิติมากที่สุดข้อมูลทางสถิติ: จากข้อมูลของ NICE (National Institute for Health and Care Excellence) ปี 2023 ซึ่งเป็นการทบทวนงานวิจัยขนาดใหญ่:
งานวิจัย Sanders et al. 2024 พบว่า ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจาก 3 คน เป็น 10 คน ต่อการเกิด 1,000 ครั้ง (หรือประมาณ เพิ่มขึ้น 3.3 เท่า) 
งานวิจัย Bovbjerg et al. 2022 พบว่า ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจาก 4 คน เป็น 6 คน ต่อการเกิด 1,000 ครั้ง 
สาเหตุ: การดึงหรือเคลื่อนย้ายทารกขึ้นจากน้ำ หรือสายสะดือสั้นเกินไปขณะที่ตัวทารกอยู่ในน้ำ

2. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจและความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน
การสำลักน้ำ/ขาดออกซิเจน: แม้ทารกจะมีรีเฟล็กซ์ป้องกันการหายใจใต้น้ำ แต่หากเกิดภาวะเครียด ขี้เทา หรือการช่วยเหลือล่าช้า ทารกอาจสูดหายใจเอาน้ำหรือน้ำคร่ำที่ปนเปื้อนเข้าปอดได้  นี่คือสาเหตุการเสียชีวิตในกรณีที่คุณสอบถาม
สายสะดือขาด (Cord Avulsion): อันตรายรุนแรง เสี่ยงต่อการเสียเลือดของทารกอย่างรวดเร็ว 
การติดเชื้อ: สภาพน้ำที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือการปนเปื้อนของอุจจาระมารดา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในทารกแรกเกิด เช่น การติดเชื้อสายสะดือหรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

ความเสี่ยงหลักต่อมารดา

1.ภาวะน้ำเป็นพิษและชักจากเกลือแร่ต่ำ (Water Intoxication & Severe Hyponatremia)
รายละเอียด: เป็นความเสี่ยงที่เพิ่งถูกค้นพบและรายงานในวารสารการแพทย์ชั้นนำเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 
กลไก: การแช่น้ำเป็นเวลานาน (ในรายงานนี้ 4 ชั่วโมง) ร่วมกับการดื่มน้ำมากเกินไปและปัสสาวะไม่ออก ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน Vasopressin มากขึ้น ทำให้ไตขับน้ำได้น้อยลง ระดับโซเดียมในเลือดต่ำอย่างรุนแรง (124 mmol/L) จนเกิดอาการชักเกร็งทั้งตัวหลังคลอด 2 ชั่วโมง
ข้อสรุป: การคลอดในน้ำที่ นานเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตมารดาเฉียบพลันได้

2. การติดเชื้อในโพรงมดลูก
แม้ข้อมูลบางแหล่งจะแจ้งว่าไม่เพิ่มความเสี่ยงหากเป็นไปตามมาตรฐาน  แต่หากไม่รักษาความสะอาดหรือมีน้ำรั่วซึมนาน น้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่โพรงมดลูกหลังคลอดได้

ข้อห้ามเด็ดขาด: ใครไม่ควรคลอดในน้ำ?

การคัดกรองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด องค์กรสุขภาพหลายแห่งรวมถึง RANZCOG และ Pregnancy, Birth & Baby ระบุว่าผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ ไม่เหมาะสมต่อการคลอดในน้ำ โดยเด็ดขาด: 

ภาวะที่ไม่ควรคลอดในน้ำ:

ครรภ์ผิดปกติ: ทารกอยู่ท่าขวางหรือก้น (ไม่ใช่ท่าหัวกลับ) ครรภ์แฝด หรือทารกตัวโตผิดปกติ
การติดเชื้อ/โรคประจำตัว: มารดาติดเชื้อ HIV, ตับอักเสบ, เริมที่อวัยวะเพศ, โรคลมชัก, ครรภ์เป็นพิษ
ภาวะแทรกซ้อนขณะคลอด: น้ำคร่ำสีเขียวขี้เทา, มีไข้, เลือดออกผิดปกติ, ทารกหัวใจเต้นผิดจังหวะ
การใช้ยาเสพติด/ opioid: หากมารดาได้รับยาแก้ปวดกลุ่ม opioid (เช่น เพทิดีน) ภายใน 4 ชั่วโมงก่อนคลอด ทารกอาจซึมและไม่สามารถรีเฟล็กซ์กลั้นหายใจได้ทันที

สรุปมุมมองทางการแพทย์ในปัจจุบัน

ปัจจุบันมี ความเห็นที่แตกต่าง ระหว่างแนวทางปฏิบัติและองค์กรวิชาชีพ:
ฝ่ายที่สนับสนุน (ตามเงื่อนไข): RCOG (อังกฤษ), RANZCOG (ออสเตรเลีย), Royal College of Midwives รับรองการคลอดในน้ำ สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงต่ำและอยู่ในระบบการดูแลของผดุงครรภ์หรือแพทย์ที่มีประสบการณ์ โดยมองว่าหากทำตามมาตรฐานแล้วไม่เพิ่มความเสี่ยงโดยรวม 
ฝ่ายที่ไม่แนะนำ (เชิงรอผลวิจัย): American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) ระบุอย่างชัดเจนว่า ไม่แนะนำให้คลอดในน้ำ เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยแบบ Randomized Controlled Trial (RCT) ที่มีคุณภาพสูงเพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยของทารกได้ โดยมองว่าเป็น "กระบวนการทดลอง" 
ข้อควรจำ: ความเสี่ยงเกือบทั้งหมดจะสูงขึ้นมากหากทำที่บ้านโดยไม่มีแพทย์หรือไม่มีใบประกอบวิชาชีพ (เหมือนกรณีข่าว) แตกต่างจากการทำในโรงพยาบาลที่มีมาตรการป้องกันภาวะสายสะดือขาดและการกู้ชีพฉุกเฉิน

 

 

 


noimageauthor
Yadamasong
บทความที่เกี่ยวข้อง
สีน้ำมูกบอกโรคอะไร? ดูสีอะไรเป็นสัญญาณอันตราย รักษาอย่างไร?
น้ำมูกแต่ละสีอาจบ่งบอกอาการป่วยต่างกัน! คู่มือนี้ช่วยเช็ก น้ำมูกสีใส ขาว เขียว เหลือง น้ำตาล เทา ดำ และน้ำมูกปนเลือด ว่าเป็นสัญญาณของโรคหวัด ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย รู้วิธีดูแลรักษาเบื้องต้นและเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
แม่มีลูก 1 คน แก่เร็วขึ้น 11 ปี จริงหรือ? วิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร?
งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าการมีลูกอาจเร่งกระบวนการสูงวัยระดับเซลล์ได้จริง ผ่านกลไก การหดสั้นของเทโลเมียร์ (Telomere Shortening) และความเครียดออกซิเดชัน แต่นี่ไม่ใช่กฎตายตัว! บทความนี้วิเคราะห์งานวิจัยว่าทำไมการมีลูก 1 คนอาจสัมพันธ์กับเซลล์ที่ "แก่" ขึ้น 11 ปี พร้อมวิธีดูแลสุขภาพเพื่อชะลอวัยสำหรับคุณแม่
โรงพยาบาลไลฟ์สดผ่าตัด โชว์ของสงวนคนไข้หญิง!!!
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจีน ถ่ายทอดสดภาพส่วนตัวของคนไข้หญิงระหว่างการผ่าตัดแบบ "ไลฟ์" บนแพลตฟอร์มสาธารณะ โดยอ้างว่าเพื่อการเรียนการสอน เหตุการณ์ส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อความเป็นส่วนตัวของคนไข้ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าขาดจริยธรรม
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ