แชร์

เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2026
7 ผู้เข้าชม

เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
คำถามที่ 1 (ตอนที่ 1)
คำถาม: จากอาการนำและประวัติเบื้องต้นนี้ สิ่งแรกที่คุณต้องประเมินและดำเนินการคืออะไร? (ระบุ 3 สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกสุด พร้อมเหตุผล) และคุณจะซักประวัติเพิ่มเติมจากญาติในประเด็นสำคัญใดบ้าง? (ระบุอย่างน้อย 5 ประเด็น)
เฉลย:
3 สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก:
สิ่งแรก: ประเมิน ABC และสัญญาณชีพอย่างเร่งด่วน
ต้องประเมินทางเดินหายใจ (Airway) ว่ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ ประเมินการหายใจ (Breathing) โดยดูอัตราการหายใจ การใช้ accessory muscle อาการเขียว และประเมินการไหลเวียนโลหิต (Circulation) โดยวัดความดันโลหิต ชีพจร
เหตุผล: ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหอบเฉียบพลัน O2 sat 88% มีภาวะ hypoxemic respiratory failure ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต ต้องประเมินและแก้ไขอย่างเร่งด่วนตามหลักการ ABC
สิ่งที่สอง: ให้ออกซิเจน (Oxygen therapy)
ให้ออกซิเจนเพื่อรักษาระดับ O2 sat > 90%:
เริ่มด้วย high-flow mask (10-15 ลิตร/นาที) หรือ non-rebreather mask
หรือพิจารณา non-invasive ventilation (NIV) เช่น CPAP หรือ BiPAP ในรายที่มี respiratory distress รุนแรง
เหตุผล: แก้ไขภาวะ hypoxemia ลด work of breathing ป้องกัน tissue hypoxia และ organ damage
สิ่งที่สาม: จัดท่านั่ง (Positioning)
จัดผู้ป่วยในท่านั่งห้อยขา (sitting position) หรือนั่งพับคอ
เหตุผล: ท่านั่งช่วยลด venous return (preload) ลดเลือดคั่งในปอด ทำให้หายใจสะดวกขึ้น เป็นการรักษาเบื้องต้นที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ยา
ประเด็นซักประวัติเพิ่มเติมจากญาติ (อย่างน้อย 5 ประเด็น):
ประเด็นที่ 1: อาการที่บ่งชี้ถึง heart failure
ถามว่ามีอาการเหนื่อยเวลานอนราบ (orthopnea) หรือต้องนอนใช้หมอนสูงกี่ใบ มีอาการตื่นกลางดึกเพราะหายใจไม่ออก (PND) หรือไม่
เหตุผล: อาการเหล่านี้เป็น characteristic ของ heart failure ช่วยยืนยันการวินิจฉัย
ประเด็นที่ 2: ประวัติโรคประจำตัวและการรักษา
ถามว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง (ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต) และกินยาอะไรเป็นประจำ
เหตุผล: HT เป็นสาเหตุหลักของ heart failure การทราบประวัติช่วยในการรักษา
ประเด็นที่ 3: ประวัติการใช้ยาและอาหาร
ถามว่าเคยกินยา NSAIDs หรือยาอื่นๆ ที่ทำให้บวมน้ำหรือไม่ กินอาหารเค็มจัดหรือไม่
เหตุผล: หาปัจจัยกระตุ้น (precipitating factors) ที่ทำให้ heart failure กำเริบ
ประเด็นที่ 4: ประวัติการเจ็บป่วยอื่นๆ
ถามว่ามีอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่น เป็นลม หรือไม่
เหตุผล: แยก acute coronary syndrome ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของ heart failure
ประเด็นที่ 5: ประวัติการนอนโรงพยาบาล
ถามว่าเคยนอนโรงพยาบาลด้วยอาการแบบนี้มาก่อนหรือไม่
เหตุผล: ประเมินความรุนแรงและการดำเนินโรค
ประเด็นที่ 6: ประวัติการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
เหตุผล: เป็นปัจจัยเสี่ยงของ heart disease
วิธีให้คะแนน คำถามที่ 1 (คะแนนเต็ม 14 คะแนน)
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
ระบุการประเมิน ABC พร้อมเหตุผล
2
ระบุการให้ออกซิเจน พร้อมเหตุผล
2
ระบุการจัดท่านั่งห้อยขา พร้อมเหตุผล
2
ระบุประเด็นที่ 1 (orthopnea/PND) พร้อมเหตุผล
1
ระบุประเด็นที่ 2 (โรคประจำตัว/ยา) พร้อมเหตุผล
1
ระบุประเด็นที่ 3 (NSAIDs/อาหารเค็ม) พร้อมเหตุผล
1
ระบุประเด็นที่ 4 (เจ็บหน้าอก) พร้อมเหตุผล
1
ระบุประเด็นที่ 5 (ประวัตินอน รพ.) พร้อมเหตุผล
1
ระบุประเด็นที่ 6 (สูบบุหรี่/แอลกอฮอล์) พร้อมเหตุผล
1
การเขียนตอบชัดเจน ตรงประเด็น เป็นระบบ
1

คำถามที่ 2 (ตอนที่ 2)
คำถาม:
จากข้อมูลประวัติและตรวจร่างกาย ให้ระบุกลุ่มอาการ (syndrome) ที่ผู้ป่วยเป็น พร้อมให้เหตุผล
คุณจะให้การรักษาเบื้องต้น (Initial management) อย่างไรใน 1 ชั่วโมงแรก? (ระบุการให้ออกซิเจน การให้ยา และการตรวจเพิ่มเติม)
การตรวจวินิจฉัยที่สำคัญที่สุดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยคืออะไร?
เฉลย:
กลุ่มอาการ (syndrome) ที่ผู้ป่วยเป็น:
Acute decompensated heart failure with acute pulmonary edema
เหตุผล (clinical signs):
Symptoms of left heart failure:
Orthopnea (เหนื่อยเวลานอนราบ)
Paroxysmal nocturnal dyspnea (PND)
Dyspnea on exertion
Signs of pulmonary congestion:
Fine crackles ทั้งสองข้าง (pulmonary edema)
Tachypnea (RR 32)
Hypoxemia (O2 sat 88%)
Signs of right heart failure:
JVP สูง
Hepatomegaly (ตับโต)
Pitting edema
Other signs:
S3 gallop (บ่งชี้ systolic dysfunction)
Hypertension (BP 170/100) - อาจเป็น cause หรือ compensatory
การรักษาเบื้องต้นใน 1 ชั่วโมงแรก:
1. Oxygenation และ respiratory support:
ให้ O2 via non-rebreather mask 10-15 ลิตร/นาที
ถ้า O2 sat ยัง < 90% หรือ respiratory distress รุนแรง ให้พิจารณา NIV (CPAP หรือ BiPAP)
เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจถ้าจำเป็น
2. ยาที่ต้องให้ทันที:
ยา
ขนาด
วิธีให้
เหตุผล
Furosemide
40-80 mg
IV push
Loop diuretic ลด preload ขับน้ำ
Nitroglycerin
0.4 mg
sublingual ทุก 5 นาที x 3
Vasodilator ลด preload และ afterload
Morphine
2-4 mg
IV ( cautiously)
ลด anxiety, venodilator (ใช้เมื่อจำเป็น)
3. ตรวจเพิ่มเติม (Diagnostic studies):
Chest X-ray: ด่วนที่สุด เพื่อดู pulmonary edema, cardiomegaly
ECG: ดู ischemia, arrhythmia, LVH
Blood tests: CBC, electrolytes, BUN/Cr, cardiac enzymes (Troponin), BNP
ABG: ประเมิน oxygenation และ acidosis
การตรวจวินิจฉัยที่สำคัญที่สุด:
Chest X-ray (CXR)
เหตุผล:
ยืนยัน pulmonary edema (central bat-wing appearance, Kerley B lines, pleural effusion)
ประเมิน cardiomegaly
แยกโรคอื่นที่ทำให้หายใจเหนื่อย (pneumonia, pneumothorax, COPD)
ทำได้รวดเร็ว ที่ bedside
วิธีให้คะแนน คำถามที่ 2 (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
ระบุ Acute pulmonary edema
2
ให้เหตุผลครบถ้วน (อาการ+อาการแสดง)
2
ระบุการให้ออกซิเจน/NIV
2
ระบุ Furosemide ขนาดและเหตุผล
2
ระบุ Nitroglycerin ขนาดและเหตุผล
2
ระบุ Morphine ( cautiously)
1
ระบุ CXR
1
ระบุ ECG, blood tests, BNP
1
ระบุ CXR เป็นการตรวจที่สำคัญที่สุด
1
ให้เหตุผล
1
การเขียนตอบชัดเจน ตรงประเด็น เป็นระบบ
1

คำถามที่ 3 (ตอนที่ 3)
คำถาม:
แปลผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ได้ พร้อมระบุการวินิจฉัยที่สมบูรณ์ (Specific diagnosis)
ค่า BNP ที่สูงบ่งบอกถึงอะไร? และมีประโยชน์ในการวินิจฉัยอย่างไร?
จากผล CXR ที่พบ pulmonary edema ร่วมกับ cardiomegaly บ่งชี้ถึงพยาธิสภาพอะไร?
เฉลย:
การแปลผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ:
การตรวจ
ผล
การแปลผล
Chest X-ray
Cardiomegaly, pulmonary edema, Kerley B lines, pleural effusion
Acute pulmonary edema จาก left heart failure
ECG
Sinus tachycardia, LVH
LVH บ่งชี้ chronic pressure overload (HT)
CBC
ปกติ
ไม่มี evidence of infection
Electrolytes
ปกติ
 
BUN/Cr
BUN 30, Cr 1.2
BUN สูง disproportionate to Cr → prerenal จาก decreased cardiac output
Troponin
ปกติ
ไม่มี acute MI
BNP
1,200 pg/mL
สูงมาก (> 100) → heart failure
การวินิจฉัยที่สมบูรณ์:
Acute decompensated heart failure (ADHF) with acute pulmonary edema, likely from hypertensive heart disease with diastolic dysfunction (HFpEF)
ค่า BNP (B-type Natriuretic Peptide):
ค่า BNP > 500 pg/mL บ่งชี้ heart failure
ประโยชน์ในการวินิจฉัย:
ช่วยแยก dyspnea จาก cardiac vs pulmonary causes
BNP > 100 บ่งชี้ heart failure
BNP > 500 มีความจำเพาะสูง
ใช้ประเมิน severity และ prognosis
ใช้ติดตาม response to treatment (BNP ลดลงเมื่อดีขึ้น)
การแปลผล CXR:
Pulmonary edema:
Interstitial edema → Kerley B lines, peribronchial cuffing
Alveolar edema → bat-wing appearance, fluffy opacities
Cardiomegaly:
Cardiothoracic ratio > 0.5
บ่งชี้ chronic heart disease (HT, valvular, cardiomyopathy)
บ่งชี้ถึงพยาธิสภาพ: Left ventricular failure with increased left ventricular end-diastolic pressure (LVEDP) ทำให้เลือดคั่งในปอด
วิธีให้คะแนน คำถามที่ 3 (คะแนนเต็ม 14 คะแนน)
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
แปลผล CXR (pulmonary edema, cardiomegaly)
2
แปลผล ECG (LVH)
1
แปลผล BUN/Cr (prerenal)
1
แปลผล Troponin (no MI)
1
แปลผล BNP (สูง)
1
ระบุการวินิจฉัย ADHF with pulmonary edema
2
ระบุ BNP > 500 บ่งชี้ HF
1
ระบุประโยชน์ (แยก dyspnea, ติดตาม treatment)
2
อธิบาย pulmonary edema
2
การเขียนตอบชัดเจน ตรงประเด็น เป็นระบบ
1
คำถามที่ 4 (ตอนที่ 4)
คำถาม:
จงอธิบายหลักการรักษา acute pulmonary edema ด้วยตัวย่อ LMNOP (อธิบายแต่ละตัว)
ผู้ป่วยรายนี้น่าจะมี heart failure ชนิดใด? (HFrEF vs HFpEF) และต้องส่งตรวจอะไรเพิ่มเพื่อ confirm?
ควรให้การรักษาด้วยยาอะไรต่อเนื่องในระยะนี้? (ระบุชื่อยา ขนาด และเหตุผล)
เฉลย:
หลักการรักษา acute pulmonary edema ด้วยตัวย่อ LMNOP:
ตัวย่อ
ความหมาย
การปฏิบัติ
L
Lasix (Furosemide)
IV loop diuretic เพื่อลด preload ขับน้ำ
M
Morphine
ลด anxiety, venodilator (ใช้ cautiously)
N
Nitrates (Nitroglycerin)
Vasodilator ลด preload และ afterload
O
Oxygen
ให้ O2, CPAP/BiPAP เพื่อเพิ่ม oxygenation
P
Position (sitting)
จัดท่านั่งห้อยขา ลด venous return
P อาจหมายถึง Positive pressure ventilation (CPAP/BiPAP)
ชนิดของ heart failure:
ผู้ป่วยรายนี้น่าจะมี HFpEF (Heart Failure with preserved Ejection Fraction)
เหตุผล:
อายุมาก (75 ปี)
เพศหญิง
มี hypertension (BP สูง)
ECG พบ LVH
ไม่มี history of MI
Preserved EF มักพบใน hypertensive heart disease
ต้องส่งตรวจอะไรเพิ่มเพื่อ confirm:
Echocardiogram (Echo) ที่สำคัญที่สุด
Echo บอกอะไร:
Ejection fraction (EF) → แยก HFrEF (EF < 40%) vs HFpEF (EF ≥ 50%)
Diastolic function (E/A ratio, E/e') → ยืนยัน diastolic dysfunction
LVH, LA size
Valvular heart disease
Regional wall motion abnormality
การรักษาด้วยยาต่อเนื่อง:
ยา
ขนาดเริ่มต้น
เหตุผล
Furosemide
20-40 mg IV หรือ oral (เมื่อ stable)
ลด volume overload
ACEI/ARB (Enalapril/Losartan)
Enalapril 2.5 mg, Losartan 25 mg
ลด afterload, LV remodeling, mortality
Beta-blocker
Carvedilol 3.125 mg, Bisoprolol 1.25 mg
ลด HR, LV remodeling, mortality (start when stable)
Spironolactone
12.5-25 mg
MRA, ลด fibrosis, mortality (ใน selected patients)
Nitrates
PRN
ลด preload, angina
วิธีให้คะแนน คำถามที่ 4 (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
อธิบาย L (Lasix)
1
อธิบาย M (Morphine)
1
อธิบาย N (Nitrates)
1
อธิบาย O (Oxygen)
1
อธิบาย P (Position)
1
ระบุ HFpEF
2
ให้เหตุผล (อายุ, หญิง, HT, LVH)
2
ระบุ Echo เพื่อ confirm
2
ระบุ Furosemide ต่อเนื่อง
1
ระบุ ACEI/ARB
1
ระบุ Beta-blocker
1
การเขียนตอบชัดเจน ตรงประเด็น เป็นระบบ
1

คำถามที่ 5 (ตอนที่ 5)
คำถาม:
ปัจจัยกระตุ้น (precipitating factors) ของ acute decompensated heart failure ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง? (ระบุอย่างน้อย 5 ปัจจัย)
ผู้ป่วยรายนี้ควรได้รับยาประจำอะไรบ้างในการรักษา heart failure ระยะยาว? (ระบุ 4 กลุ่มยา พร้อมเหตุผล)
ควรให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมอาหารและการสังเกตอาการอย่างไร?
เฉลย:
ปัจจัยกระตุ้น acute decompensated heart failure (อย่างน้อย 5 ปัจจัย):
ปัจจัยกระตุ้น
ตัวอย่าง
1. Non-adherence to medication
หยุดยาเอง (ผู้ป่วยรายนี้)
2. Dietary indiscretion
กินอาหารเค็มจัด (ผู้ป่วยรายนี้)
3. Infection
ปอดอักเสบ, ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
4. Arrhythmia
AF, VT
5. Acute coronary syndrome (MI)
6. Uncontrolled hypertension
7. Medications
NSAIDs, steroids, calcium channel blockers
8. Renal failure
AKI
9. Anemia
10. Thyrotoxicosis
ยาประจำสำหรับ heart failure ระยะยาว (4 กลุ่มยา):
กลุ่มยา
ตัวอย่าง
เหตุผล
1. ACE Inhibitors (ACEI)
Enalapril, Lisinopril
ลด afterload, ลด LV remodeling, ลด mortality (Class I, Level A)
2. Beta-blockers
Carvedilol, Bisoprolol
ลด HR, ลด myocardial O2 demand, ลด mortality (Class I, Level A)
3. Diuretics
Furosemide
ควบคุม volume overload, ลดอาการบวม, หายใจเหนื่อย
4. Mineralocorticoid Receptor Antagonists (MRA)
Spironolactone, Eplerenone
ลด fibrosis, ลด mortality ใน selected patients
5. ARB (ถ้าไม่ tolerate ACEI)
Losartan, Valsartan
คำแนะนำเรื่องการควบคุมอาหารและการสังเกตอาการ:
การควบคุมอาหาร:
จำกัดโซเดียม: < 2 กรัม/วัน (≈ 1 ช้อนชา) งดอาหารเค็ม อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง
จำกัดน้ำ: 1.5-2 ลิตร/วัน (ในรายที่มี hyponatremia หรือ severe HF)
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์: โดยสิ้นเชิง
รับประทานอาหารมีประโยชน์: low-fat, high-fiber
การสังเกตอาการ:
ชั่งน้ำหนักทุกวัน (ถ้าน้ำหนักขึ้น > 1.5-2 กก./สัปดาห์ → มีน้ำคั่ง)
สังเกตอาการบวมที่ขา
สังเกตอาการเหนื่อยง่ายขึ้น
สังเกต orthopnea, PND
วิธีให้คะแนน คำถามที่ 5 (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
ระบุ non-adherence
1
ระบุ dietary indiscretion
1
ระบุ infection
1
ระบุ arrhythmia
1
ระบุ ACS/HT/medications/renal failure
1
ระบุ ACEI พร้อมเหตุผล
2
ระบุ Beta-blocker พร้อมเหตุผล
2
ระบุ Diuretics
1
ระบุ MRA
1
ระบุจำกัดโซเดียม
1
ระบุชั่งน้ำหนักทุกวัน
1
ระบุสังเกตอาการบวม/เหนื่อย
1
การเขียนตอบชัดเจน ตรงประเด็น เป็นระบบ
1

คำถามที่ 6 (ตอนที่ 6)
คำถาม:
ในการเตรียมผู้ป่วยกลับบ้าน คุณจะให้คำแนะนำในการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วย heart failure อย่างไรบ้าง? (ระบุอย่างน้อย 5 ข้อ)
ควรนัดติดตามผู้ป่วยอย่างไร? (ระบุการนัดและการตรวจที่ควรทำ)
ควรให้คำแนะนำเรื่อง "สัญญาณเตือน" ที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลอะไรบ้าง?
เฉลย:
คำแนะนำในการดูแลตนเอง (อย่างน้อย 5 ข้อ):
ข้อที่ 1: รับประทานยาสม่ำเสมอ
กินยาตามแพทย์สั่งทุกวัน ไม่หยุดยาเอง
จดบันทึกยา พกบัญชีรายชื่อยาติดตัว
เติมยาก่อนหมด
ข้อที่ 2: ควบคุมอาหาร
อาหารโซเดียมต่ำ (< 2 กรัม/วัน)
จำกัดน้ำ (1.5-2 ลิตร/วัน)
หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม หมักดอง กระป๋อง
ข้อที่ 3: ชั่งน้ำหนักทุกวัน
ชั่งน้ำหนักทุกเช้าหลังตื่นนอน ก่อนกินข้าว
บันทึกน้ำหนักลงสมุด
ถ้าน้ำหนักขึ้น > 2 กก. ใน 1 สัปดาห์ → ควรปรึกษาแพทย์
ข้อที่ 4: ออกกำลังกาย
ออกกำลังกายตามกำลัง เช่น เดิน 15-30 นาที/วัน
หลีกเลี่ยงการออกแรงหนัก
พักผ่อนให้เพียงพอ
ข้อที่ 5: หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
งดสูบบุหรี่
งดดื่มแอลกอฮอล์
หลีกเลี่ยงยา NSAIDs (ibuprofen, diclofenac)
ควบคุมโรคประจำตัว (HT, DM)
ข้อที่ 6: ฉีดวัคซีน
ไข้หวัดใหญ่ทุกปี
นิวโมคอคคัส
การนัดติดตามผู้ป่วย:
นัดครั้งแรก: 1-2 สัปดาห์ หลังจำหน่าย
การตรวจที่ควรทำ:
ประเมินอาการ: เหนื่อย บวม orthopnea
Vital signs: BP, HR, O2 sat
Physical exam: JVP, lung, edema
CBC, electrolytes, BUN/Cr
Echocardiogram: ภายใน 1-3 เดือน เพื่อประเมิน EF
นัดครั้งต่อไป:
ทุก 3-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับ severity)
ติดตาม adherence, volume status, side effects of drugs
ตรวจ electrolytes, renal function เป็นระยะ
ข้อบ่งชี้ส่งต่อ:
Recurrent admissions
Refractory symptoms
Advanced HF (consider palliative care, transplant evaluation)
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบมาโรงพยาบาล (warning signs):
น้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็ว (> 2 กก. ใน 1-2 วัน)
หายใจเหนื่อยมากขึ้น โดยเฉพาะเวลานอนราบ
ตื่นกลางดึกเพราะหายใจไม่ออก
อาการบวมมากขึ้น ที่ขา หรือทั้งตัว
ไอแห้งๆ หรือไอมีฟองสีชมพู
เจ็บหน้าอก ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม
เหนื่อยมากแม้อยู่เฉยๆ
สับสน ซึมลง
วิธีให้คะแนน คำถามที่ 6 (คะแนนเต็ม 16 คะแนน)
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
รับประทานยาสม่ำเสมอ
1
ควบคุมอาหาร low salt
1
ชั่งน้ำหนักทุกวัน
1
ออกกำลังกายพอเหมาะ
1
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
1
ฉีดวัคซีน
1
นัด 1-2 สัปดาห์
1
ตรวจ vital signs, physical exam
1
ตรวจ electrolytes, renal function
1
Echo ภายใน 1-3 เดือน
1
นัดทุก 3-6 เดือน
1
ระบุน้ำหนักขึ้นเร็ว
0.5
ระบุเหนื่อยมากขึ้น
0.5
ระบุตื่นกลางดึก
0.5
ระบุบวมมากขึ้น
0.5
ระบุไอมีฟอง
0.5
ระบุเจ็บหน้าอก/หน้ามืด
0.5
ระบุสับสน
0.5
การเขียนตอบชัดเจน ตรงประเด็น เป็นระบบ
1
สรุปคะแนนรวมทั้งหมด
คำถาม
คะแนนเต็ม
คำถามที่ 1
14
คำถามที่ 2
15
คำถามที่ 3
14
คำถามที่ 4
15
คำถามที่ 5
15
คำถามที่ 6
16
รวม
89
เกณฑ์ผ่าน (60%)
≥53
✅ สรุปสมรรถนะที่ข้อสอบชุดนี้ประเมิน
ตอนที่
สมรรถนะหลัก
คะแนน
1
การประเมิน ABC ใน acute dyspnea และการซักประวัติ
14
2
การ识别 acute pulmonary edema และ initial management
15
3
การแปลผล CXR, BNP และการวินิจฉัย
14
4
การรักษาด้วย LMNOP และการจำแนกชนิด HF
15
5
การหา precipitating factors และ chronic HF medications
15
6
การให้คำแนะนำผู้ป่วยและการป้องกัน recurrence
16


บทความที่เกี่ยวข้อง
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Acute Kidney Injury (AKI) พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้องตาม KDIGO guideline ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ FENa/FEUrea, การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน (Emergency dialysis) เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
การจัดการบาดแผลสุนัขกัดในเด็ก
เด็กอายุ 5 ปี ถูกสุนัขกัดได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ (complete vaccination) มีแผลถลอก (laceration) และมีเลือดออกเล็กน้อย การจัดการรักษาคืออะไร?
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ