แชร์

หญิงมะเร็งเต้านมขาด เหนื่อย ความดันต่ำ คอจอกโป่ง รักษาขั้นต้นอะไร?

อัพเดทล่าสุด: 22 ต.ค. 2025
150 ผู้เข้าชม

หญิงมะเร็งเต้านมขาด เหนื่อย ความดันต่ำ คอจอกโป่ง รักษาขั้นต้นอะไร?
ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้รับเคมีบำบัด และขาดการติดตาม มาพบแพทย์ด้วยอาการเหนื่อย หายใจลำบาก ความดันโลหิต 80/60 mmHg ชีพจร 105 ครั้ง/นาที การหายใจ 24 ครั้ง/นาที คอจอกโป่งขึ้นถึงขากรรไกร ขาบวมกดบุ๋ม 2+ เสียงหัวใจเบา คลำไม่พบจุดเต้นของหัวใจ
A. ยามีน
B. ยาดิจอกซิน
C. สารน้ำเกลือปกติทางหลอดเลือดดำ
D. ยาฟูโรซีไมด์ทางหลอดเลือดดำ

เฉลย: D. ยาฟูโรซีไมด์ทางหลอดเลือดดำ (IV furosemide) เป็นการรักษาขั้นต้นที่เหมาะสมที่สุด
จากประวัติผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัดและขาดการติดตาม มาพบแพทย์ด้วยอาการเหนื่อย หายใจลำบาก ความดันโลหิตต่ำ 80/60 mmHg ชีพจรเร็ว 105 ครั้งต่อนาที การหายใจเร็ว 24 ครั้งต่อนาที คอจอกโป่งขึ้นถึงขากรรไกร ขาบวมกดบุ๋ม 2+ เสียงหัวใจเบา และคลำไม่พบจุดเต้นของหัวใจ อาการทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรงจากพิษต่อหัวใจของยาเคมีบำบัด
เมื่อพิจารณาตัวเลือกการรักษาที่มีอยู่ D. ยาฟูโรซีไมด์ทางหลอดเลือดดำ (IV furosemide) เป็นการรักษาขั้นต้นที่เหมาะสมที่สุด
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์ที่เลือกฟูโรซีไมด์:
1. กลไกการออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา:
ฟูโรซีไมด์เป็นลูปไดยูเรติกที่ออกฤทธิ์โดยการยับยั้ง sodium-potassium-chloride cotransporter ใน ascending limb ของ Henle's loop ในไต การยับยั้งนี้ทำให้ไม่สามารถดูดซึมโซเดียม โพแทสเซียม และคลอไรด์กลับได้ ส่งผลให้เกิด osmotic diuresis อย่างรวดเร็ว ยานี้เริ่มออกฤทธิ์ภายใน 5 นาทีเมื่อให้ทางหลอดเลือดดำ และมีผลสูงสุดภายใน 30 นาที
2. ผลต่อระบบไหลเวียนเลือด:
ฟูโรซีไมด์มีผลลด preload ของหัวใจผ่านสองกลไกหลัก กลไกแรกคือการลด intravascular volume จากการขับปัสสาวะ กลไกที่สองคือการทำให้เกิด venous dilation ทันทีที่ให้ยา ซึ่งช่วยลด venous return ไปยังหัวใจด้านขวา การลด preload นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวด้านซ้าย เพราะช่วยลด pulmonary capillary wedge pressure และบรรเทาอาการน้ำท่วมปอด
3. ความสอดคล้องกับพยาธิสรีรวิทยา:
ผู้ป่วยรายนี้มีลักษณะของภาวะหัวใจล้มเหลวแบบคั่งทั้ง systemic และ pulmonary circulation จากการที่หัวใจด้านขวาและด้านซ้ายล้มเหลวพร้อมกัน การมีคอจอกโป่งและขาบวมแสดงถึง systemic venous congestion ในขณะที่อาการเหนื่อยและหายใจเร็วบ่งชี้ถึง pulmonary congestion การใช้ฟูโรซีไมด์จะช่วยแก้ไขทั้งสองภาวะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ อย่างละเอียด:
A. ดोपามีน: เป็น catecholamine ที่ออกฤทธิ์ที่ dopamine receptors, beta-1 receptors และ alpha-1 receptors ในขนาดต่างๆ แม้จะมีผลเพิ่มการบีบตัวของหัวใจและความดันโลหิต แต่ในผู้ป่วยรายนี้อาจทำให้ภาวะหัวใจล้มเหลวแย่ลงได้ เนื่องจากเพิ่ม myocardial oxygen demand และอาจทำให้เกิด cardiac arrhythmias ได้
B. ดิจอกซิน: เป็น cardiac glycoside ที่ออกฤทธิ์ยับยั้ง sodium-potassium ATPase pump มีผลเพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจและลดอัตราการเต้นของหัวใจ อย่างไรก็ตาม ยานี้มีพิษค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่อาจมีภาวะไตทำงานบกพร่องร่วมด้วย และออกฤทธิ์ช้าไม่เหมาะกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
C. สารน้ำเกลือปกติทางหลอดเลือดดำ: จะทำให้ภาวะ volume overload แย่ลงอย่างมาก โดยเพิ่มทั้ง preload และ afterload ให้กับหัวใจที่ล้มเหลวอยู่แล้ว อาจทำให้เกิด pulmonary edema รุนแรงได้
แนวทางการจัดการผู้ป่วยอย่างครบถ้วน:
-หลังจากให้ฟูโรซีไมด์ทางหลอดเลือดดำแล้ว ควรดำเนินการต่อไปดังนี้
-ติดตามการตอบสนองต่อการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยประเมินจากอาการทางคลินิกและการวัดปัสสาวะออก
-พิจารณาให้ออกซิเจนอาจต้องใช้ non-invasive ventilation หากมี respiratory distress รุนแรง
-ส่งตรวจ echocardiogram เร่งด่วนเพื่อประเมิน cardiac function และ exclude cardiac tamponade
-ตรวจ ECG เพื่อหาภาวะ arrhythmia หรือ ischemia
-ตรวจเลือดห cardiac biomarkers, electrolytes และ renal function
-พิจารณาให้ afterload reduction agents อย่างระมัดระวังเมื่อ hemodynamic คงที่แล้ว
ข้อควรระวังในการใช้ฟูโรซีไมด์:
ต้องติดตามระดับ electrolytes โดยเฉพาะโพแทสเซียมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำได้ และควรประเมิน renal function อย่างสม่ำเสมอ เพราะการลด intravascular volume มากเกินไปอาจทำให้ไตทำงานบกพร่องได้
โดยสรุป การให้ฟูโรซีไมด์ทางหลอดเลือดดำเป็นการรักษาที่เหมาะสมที่สุดเป็นลำดับแรก เนื่องจากแก้ไขได้ตรงกับพยาธิสรีรวิทยาหลักของโรค คือภาวะ volume overload และ venous congestion ในภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ