แชร์

Checklist ตรวจ STI ฉบับแพทย์: ตรวจอะไร ตรงไหน กี่วันหลังเสี่ยง ถึงจะแม่นยำ

อัพเดทล่าสุด: 10 มี.ค. 2026
200 ผู้เข้าชม

Checklist ตรวจ STI ฉบับสมบูรณ์ — ไม่ใช่แค่ว่าตรวจอะไร แต่ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่และอย่างไร

HIV
• Test: 4th Generation Ag/Ab Combo (ตรวจทั้ง Antigen และ Antibody พร้อมกัน)
• Window Period: 18-45 วัน (สามารถตรวจได้เร็วสุดวันที่ 18 แต่ยืนยันที่วันที่ 45)
• ถ้าต้องการรู้เร็วกว่า: HIV RNA PCR (Window Period 10-14 วัน แต่ราคาสูง)
• หมายเหตุ: ถ้ามีความเสี่ยงภายใน 72 ชั่วโมง → PEP ก่อนค่ะ!

Chlamydia + Gonorrhea
• Test: NAAT (Nucleic Acid Amplification) — ไม่ใช่ Culture!
• Specimen: Vaginal swab หรือ Cervical swab (ไม่แนะนำ Urine สำหรับผู้หญิงเพราะ Sensitivity ต่ำกว่า)
• Window Period: 1-2 สัปดาห์
• สำคัญ: ตรวจทั้งสองพร้อมกันเสมอ เพราะ Co-infection พบได้บ่อย 20-30%
• ถ้ามี Anal sex: ควรเก็บ Rectal swab ด้วย Pharyngeal swab ถ้ามี Oral sex

Syphilis
• Test: VDRL/RPR (Screening) + TPPA/FTA-ABS (Confirmatory)
• Window Period: 21 วันหลังสัมผัสเชื้อ (แต่แผลระยะที่ 1 อาจเห็นก่อน 21 วัน)
• สำคัญ: Prozone phenomenon — ในระยะที่ 2 ที่รุนแรง RPR อาจ False negative ต้องขอ Dilution test
• ถ้าตรวจ VDRL ขึ้น ต้องส่ง TPPA เสมอเพื่อยืนยัน เพราะ VDRL มี False positive หลายสาเหตุ

Hepatitis B
• Test: HBsAg (ติดอยู่ไหม), Anti-HBs (มีภูมิไหม), Anti-HBc Total (เคยติดหรือเปล่า)
• ถ้า HBsAg+ → ส่ง HBeAg, Anti-HBe, HBV DNA เพื่อประเมิน Viral replication
• Window Period: 1-9 สัปดาห์
• ถ้า Anti-HBs < 10 IU/L → ฉีดวัคซีนซ้ำ!

Hepatitis C
• Test: Anti-HCV (Antibody) → ถ้า Reactive ส่ง HCV RNA PCR ยืนยัน
• Window Period: 8-11 สัปดาห์ (Antibody), 1-2 สัปดาห์ (RNA PCR)
• สำคัญ: Anti-HCV อาจ Negative แม้ติดเชื้อถ้าตรวจเร็วเกินไป

HPV
• ในผู้หญิง: ตรวจผ่าน Pap Smear + HPV Co-test (อายุ 30+)
• Self-sampling HPV test มีความไวดีและสามารถทำเองที่บ้านได้ในบางประเทศ
• ไม่มี HPV test สำหรับผู้ชายที่ได้มาตรฐานในปัจจุบัน

Herpes (HSV-1, HSV-2)
• Test: PCR Swab จากแผล (ดีที่สุดเมื่อมีแผลใหม่ๆ)
• Serology (IgG): บอกว่าเคยติดไหม แต่ไม่บอกว่าแผลปัจจุบันมาจาก HSV ไหน
• สำคัญ: 80% ของ HSV-2 ไม่มีอาการ Shedding เกิดขึ้นแบบ Asymptomatic ได้

⏰ ตาราง Window Period สรุป:
HIV RNA: 10-14 วัน | HIV 4th Gen: 18-45 วัน
Chlamydia/GC NAAT: 7-14 วัน | Syphilis: 21-90 วัน
HBV: 1-9 สัปดาห์ | HCV Ab: 8-11 สัปดาห์

#STI #ตรวจสุขภาพทางเพศ #WindowPeriod #NAAT #รู้ก่อนดี


บทความที่เกี่ยวข้อง
GLP-1 Receptor Agonists ฉบับสมบูรณ์: กลไก ประสิทธิภาพ ความเสี่ยง และ Off-label ใน PCOS
รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับยา GLP-1 Receptor Agonists (Semaglutide, Tirzepatide) เจาะลึกกลไกการออกฤทธิ์ผ่าน incretin hormones, ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและ HbA1c, cardiovascular outcomes, ผลข้างเคียงที่พบบ่อย และความเสี่ยงระยะยาวที่ต้องเฝ้าระวัง (thyroid C-cell tumors, pancreatitis) พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับการใช้แบบ off-label ใน PCOS เพื่อจัดการ insulin resistance, การลดน้ำหนัก, การฟื้นคืนรอบเดือน และ fertility รวมถึงการเปรียบเทียบกับ metformin และแนวทางปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล นี่คือข้อมูล SEO สำหรับหัวข้อ "Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล" พร้อม Tag, Title และ Description ที่สามารถคัดลอกไปใช้งานได้เลย Keyword Tags (สำหรับคัดลอกไปวาง) Burnout Syndrome, ภาวะหมดไฟ, หมดไฟในการทำงาน, Burnout อาการ, WHO burnout, ICD-11 burnout, QD85, DSM-5 burnout, สาเหตุ burnout, emotional exhaustion, depersonalization, reduced personal accomplishment, 3 มิติ burnout, งานวิจัย burnout, วิธีรับมือ burnout, การจัดการความเครียด, self-care burnout, การป้องกัน burnout, burnout 2025, occupational phenomenon Title (สำหรับ SEO) Burnout Syndrome: DSM-5 ไม่รับรอง แต่ WHO รับรองแล้ว — อาการและการจัดการที่ได้ผล | [ชื่อเว็บไซต์/เพจสุขภาพ] Description (สำหรับ SEO) Burnout Syndrome หรือ "ภาวะหมดไฟในการทำงาน" ไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดา แม้ DSM-5 จะไม่จัดเป็นโรคทางจิตเวช แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุใน ICD-11 (QD85) ในฐานะ "ปรากฏการณ์จากการทำงาน" บทความนี้อธิบาย 3 มิติสำคัญของ burnout: emotional exhaustion (เหนื่อยล้าทางอารมณ์), depersonalization (ความรู้สึกด้านลบต่องาน), และ reduced personal accomplishment (ประสิทธิภาพลดลง) พร้อมงานวิจัยล่าสุดในประเทศไทยที่เผยสถิติที่น่าตกใจ และวิธีการจัดการและป้องกันที่ได้ผล ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงการดูแลตัวเอง เพื่อกู้คืนสมดุลชีวิตและการทำงานอย่างยั่งยืน
Q&amp;A: กิน PrEP ทุกวันอยู่แล้ว ยังต้องใช้ถุงยางไหม? และจะรู้ได้ยังไงว่า PrEP ล้มเหลว?
ตอบข้อสงสัยยอดฮิตเรื่อง PrEP กินยาทุกวันแล้วปลอดภัย 100% หรือไม่? ทำไมแพทย์ถึงยังแนะนำให้ใช้ถุงยาง? PrEP ล้มเหลวเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทั้งจาก adherence ไม่ดี การติดเชื้อช่วง window period ก่อนเริ่มยา และที่สำคัญคือการดื้อยา tenofovir/emtricitabine ซึ่งพบได้น้อยแต่ต้องระวัง พร้อมอธิบายว่าการตรวจ HIV ขณะกิน PrEP ต้องตรวจด้วยวิธีไหนถึงจะรู้ผลแม่นยำ ไม่พลาดการติดเชื้อระยะเฉียบพลัน (acute HIV)
โรค : ไข้รากสาดใหญ่
โรคไข้รากสาดใหญ่เป็นโรคเฉียบพลันที่เกิดจาก แบคทีเรียชื่อ Rickettsia rickettsii การติดเชื้อเห็บที่จะนำพาแบคทีเรีย. เห็บเหล่านี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าในพุ่มไม้เตี้ยและหญ้าสูง โรคนี้พบได้บ่อยในช่วงที่อากาศอบอุ่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ความเจ็บป่วยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย แต่มักพบบ่อยในผู้ใหญ่อายุ 60 ถึง 69 ปี และเด็กอายุ 5 ถึง 9 ปี และในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้