แชร์

เฉลยข้อสอบ: ภาวะหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน (Acute Ischemic Stroke)

อัพเดทล่าสุด: 23 มี.ค. 2026
149 ผู้เข้าชม

 

เฉลยพร้อมเกณฑ์คะแนน

เฉลยคำถามที่ 1 (14 คะแนน)
3 สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก:

1.ประเมิน ABC และสัญญาณชีพ — ผู้ป่วย stroke อาจมีทางเดินหายใจอุดกั้น, cardiac arrhythmia
2. ระบุเวลาเริ่มมีอาการ (Onset time) — rt-PA ต้องให้ภายใน 4.5 ชม. ผู้ป่วยรายนี้ onset 1.5 ชม. ยังอยู่ใน window
3. ประเมิน NIHSS — ประเมินความรุนแรง ช่วยตัดสินใจเรื่อง thrombolytic therapy
ประเด็นซักประวัติ:
1. Exact onset time / Last known well — สำหรับตัดสินใจให้ rt-PA
2. Symptom progression — Sudden = vascular, Progressive = mass lesion
3. อาการร่วม (ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน) — แยก hemorrhagic stroke
4. ยา anticoagulant/antiplatelet — ข้อห้ามสัมพัทธ์ของ rt-PA
5. ประวัติโรคหัวใจ/AF — สาเหตุ cardioembolic stroke
6. ประวัติผ่าตัด/เลือดออก — ข้อห้ามสำหรับ rt-PA

เกณฑ์   คะแนน
ระบุ ABC พร้อมเหตุผล
2
ระบุ Onset time พร้อมเหตุผล
2
ระบุ NIHSS พร้อมเหตุผล
2
ประเด็น 1-6 พร้อมเหตุผล (ข้อละ 1)
6
การเขียนตอบชัดเจน เป็นระบบ
2

เฉลยคำถามที่ 2 (15 คะแนน)
การวินิจฉัย: Acute ischemic stroke, left MCA territory, likely cardioembolic
เหตุผล: Sudden onset right hemiparesis + dysarthria + left facial palsy (UMN) = left hemisphere, MCA territory (arm > leg), Irregular pulse = AF = cardioembolic
ชีพจร Irregular: บ่งชี้ Atrial fibrillation — สาเหตุ cardioembolic stroke 15-20%, thrombus ใน LA appendage หลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง, ต้องให้ anticoagulant ระยะยาว

การตรวจ เหตุผล  ผลที่คาด

Non-contrast CT brain (STAT)
แยก hemorrhagic vs ischemic
No hemorrhage
ECG 12-lead
ยืนยัน AF
AF
CBC, PT/INR, PTT
ประเมินก่อน rt-PA (INR < 1.7)
ปกติ
Blood glucose (DTX)
แยก hypoglycemia mimic
อาจสูง (DM)
Electrolytes, BUN/Cr
Metabolic status
อาจผิดปกติ

เฉลยคำถามที่ 3 (15 คะแนน)
วินิจฉัยสมบูรณ์: Acute ischemic stroke, left MCA territory, cardioembolic (AF), NIHSS 12, onset 1.5 hr, eligible for thrombolytic therapy

เข้าเกณฑ์ rt-PA: อายุ ≥ 18 ✓, NIHSS 12 ✓, Onset ≤ 4.5 ชม. ✓, CT no hemorrhage ✓, INR 1.0 ✓

ข้อควรระวัง: BP 185/110 → ต้องลด BP < 185/110 ก่อนให้ rt-PA โดยใช้ IV Labetalol หรือ Nicardipine

เฉลยคำถามที่ 4 (15 คะแนน)
rt-PA: 0.9 mg/kg (สูงสุด 90 mg) — 10% IV bolus ใน 1 นาที, 90% IV drip ใน 60 นาที, ให้ภายใน 4.5 ชม.

BP management: เป้าหมาย < 185/110 ก่อนให้, < 180/105 หลังให้ 24 ชม. — Labetalol 10-20 mg IV push หรือ Nicardipine 5 mg/hr IV drip

เฝ้าระวัง: sICH (6-7%, หยุด rt-PA + CT STAT), Angioedema (1-5%), Neurological deterioration (NIHSS ทุก 15 นาที x 2 ชม.), ห้ามให้ antiplatelet/anticoagulant 24 ชม.

เฉลยคำถามที่ 5 (15 คะแนน)
Anticoagulant: DOAC เป็น first-line (Apixaban 5 mg BID, Rivaroxaban 20 mg OD, หรือ Dabigatran 150 mg BID)

เวลาเริ่ม (1-3-6-12 Rule): TIA = วันที่ 1, Minor (NIHSS<8) = วันที่ 3, Moderate (NIHSS 8-15) = วันที่ 6-7, Severe (NIHSS≥16) = วันที่ 12-14 — ผู้ป่วยรายนี้ NIHSS 12 → เริ่มวันที่ 6-7

ยาอื่น: Atorvastatin เพิ่มเป็น 40-80 mg (LDL < 70), ปรับ BP < 130/80, ปรับ Metformin (HbA1c < 7%)
ปัจจัยเสี่ยง: AF, HT, DM, Dyslipidemia, Smoking (หยุดทันที), Alcohol

เฉลยคำถามที่ 6 (16 คะแนน)
ทีม Rehabilitation: แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู, นักกายภาพบำบัด, นักกิจกรรมบำบัด, นักอรรถบำบัด (dysarthria/dysphagia), พยาบาล, นักจิตวิทยา, นักโภชนาการ, นักสังคมสงเคราะห์
FAST Signs: F = Face (หน้าเบี้ยว), A = Arm (แขนอ่อนแรง), S = Speech (พูดไม่ชัด), T = Time (โทร 1669 ทันที)
นัดติดตาม: 2-4 สัปดาห์แรก (neuro status, BP, ยา), ทุก 3 เดือนปีแรก (HbA1c, lipid, Cr), ทุก 6-12 เดือนหลังจากนั้น

สรุปคะแนนรวม

คำถาม
คะแนนเต็ม
1. การประเมินเบื้องต้นและซักประวั ติ
14
2. การตรวจร่างกายและวินิจฉัย
15
3. แปลผลและเกณฑ์ rt-PA
15
4. การรักษาด้วย rt-PA
15
5. Secondary Prevention
15
6. การฟื้นฟูและนัดติดตาม
16
รวม
90

เกณฑ์ผ่าน (60%) ≥ 54 คะแนน


บทความที่เกี่ยวข้อง
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ขณะไอในผู้สูงอายุเบาหวาน
ผู้ป่วยหญิงสูงอายุ เป็นโรคเบาหวานมารับการรักษาด้วยอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อาการเกิดขึ้นขณะไอโดยผู้ป่วยมีประวัติคลอดทางช่องคลอด 3 ครั้ง อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ประเภทใดที่ผู้ป่วยรายนี้เป็น?
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในเด็ก (Pediatric Sepsis)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Pediatric Sepsis แบบละเอียด พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้องตาม PALS guideline 2020 ครอบคลุมตั้งแต่การประเมิน initial assessment, การให้ fluid resuscitation, การเลือก antibiotic, จนถึงการปรับยาในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา เหมาะสำหรับการเตรียมตัวสอบแพทย์ประจำบ้าน
ความผิดปกติที่ Splanchnopleura ส่งผลต่อระบบใดในร่างกาย?
Splanchnopleura เป็นส่วนหนึ่งของ Mesoderm ที่พัฒนาไปเป็นอวัยวะสำคัญ หากมีความผิดปกติในขั้นตอนนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการก่อตัวของ ระบบทางเดินอาหาร (ลำไส้), ระบบทางเดินหายใจ (ปอด), และระบบหัวใจหลอดเลือด (เยื่อบุหัวใจ) รวมถึงอวัยวะในช่องท้องต่างๆ ศึกษาที่มาของความพิการแต่กำเนิดในระบบเหล่านี้
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้