แชร์

กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ขณะไอในผู้สูงอายุเบาหวาน

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2025
261 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยหญิงสูงอายุ (ไม่ได้ระบุอายุที่แน่ชัด) เป็นโรคเบาหวาน (DM) มารับการรักษาด้วยอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (urinary incontinence) อาการเกิดขึ้นขณะไอ โดยผู้ป่วยมีประวัติคลอดทางช่องคลอด 3 ครั้ง และปฏิเสธว่ามีอาการปัสสาวะราดแบบรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างกะทันหัน (urgency) อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ประเภทใดที่ผู้ป่วยรายนี้เป็น?

จากประวัติและการตรวจอาการของผู้ป่วยรายนี้ สามารถวินิจฉัยได้ว่ากำลังประสบกับภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ประเภทความเค้น หรือ Stress Urinary Incontinence เป็นหลัก เนื่องจากการสูญเสียปัสสาวะเกิดขึ้นในขณะที่ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น เวลาไอ โดยที่ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างรุนแรงมาก่อน ซึ่งตรงข้ามกับภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ประเภทบังคับไม่อยู่

-กลไกทางพยาธิวิทยาของภาวะนี้เกี่ยวข้องกับความอ่อนแอของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพยุงรอบท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อหูรูดท่อปัสสาวะภายในและภายนอก การคลอดบุตรทางช่องวัยหลายครั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในอุ้งเชิงกราน ประกอบกับผู้ป่วยอยู่ในวัยสูงอายุซึ่งระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงส่งผลให้เนื้อเยื่อในระบบสืบพันธุ์ขาดความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น นอกจากนี้โรคเบาหวานที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ก็อาจเร่งกระบวนการเหล่านี้ผ่านภาวะเส้นประสาทเสื่อมและหลอดเลือดเสื่อม condition

-การประเมินผู้ป่วยอย่างละเอียดควรประกอบด้วยการซักประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนครั้งและปริมาณปัสสาวะที่รั่วในแต่ละวัน ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และวิธีการจัดการกับอาการในปัจจุบัน การตรวจร่างกายควรรวมการประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานผ่านการตรวจภายใน เพื่อดูความหย่อนตัวของผนังช่องคลอดและมดลูก รวมถึงการตรวจระบบประสาทบริเวณอุ้งเชิงกราน

-การตรวจพิเศษที่อาจพิจารณาได้แก่ การตรวจความแรงของการไหลของปัสสาวะ การวัดปริมาณปัสสาวะคงค้าง การตรวจวัดความดันภายในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ซึ่งการตรวจเหล่านี้จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยและประเมินความรุนแรงของโรค

-แนวทางการรักษาแบ่งออกเป็นหลายระดับ เริ่มจากวิธีการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ การใช้เครื่องมือช่วยอย่างซารีสอดช่องคลอดเพื่อพยุงท่อปัสสาวะ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเช่น ควบคุมน้ำหนัก หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดครีมทาภายในเฉพาะที่อาจช่วยสภาพเนื้อเยื่อในช่องคลอดได้

หากวิธีการข้างต้นไม่ได้ผล การรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกต่อไป เช่น การฉีดสารเพิ่มปริมาณรอบท่อปัสสาวะ การผ่าตัดแขวนคอท่อปัสสาวะด้วยเทป ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้ผลดีและมีการฟื้นตัวเร็ว อย่างไรก็ดีการเลือกวิธีการรักษาควรพิจารณาจากความรุนแรงของอาการ สภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย และความพร้อมของโรงพยาบาล

สำหรับการดูแลตนเองที่บ้าน: ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติตัวเพื่อลดอาการ เช่น ฝึกการไออย่างถูกวิธีโดยเกร็งกล้ามเนื้อท้องน้อยก่อนไอ รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ฝึกการกลั้นปัสสาวะเป็นช่วงๆ หลีกเลี่ยงอาการท้องผูกเพราะการเบ่งถ่ายจะทำให้อาการแย่ลง

โดยสรุปแล้วผู้ป่วยรายนี้มีอาการตรงกับภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ประเภทความเค้นซึ่งมีสาเหตุหลักจากความเสื่อมของโครงสร้างพยุงท่อปัสสาวะจากการคลอดบุตรและวัยที่เพิ่มขึ้น ร่วมกับผลกระทบจากโรคเบาหวาน การรักษาควรเริ่มจากวิธีการอนุรักษ์นิยมก่อนและพิจารณาการผ่าตัดเมื่ออาการรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง
โปรตีนที่สร้างจากยีนใด ที่ยับยั้งกระบวนการ Apoptosis?
Bcl-2 เป็นโปรตีนที่มี บทบาทหลักและเฉพาะเจาะจงในการยับยั้งกระบวนการ apoptosis โดยตรง
หญิง 70 ปี เป็นเบาหวาน ไข้ ปัสสาวะขุ่น ความดันต่ำ อันดับแรกควรทำอะไร?
ผู้ป่วยหญิงอายุ 70 ปี เป็นเบาหวานมา 10 ปี มีไข้ ปัสสาวะขุ่น ซึมลง เจ็บสีข้างซ้ายมา 4 วัน ตรวจร่างกาย: อุณหภูมิ 38°C, ความดันโลหิต 80/50 mmHg, ชีพจร 110 ครั้ง/นาที, การหายใจ 28 ครั้ง/นาที ญาติเห็นว่าป่วยจึงให้หยุดยาเบาหวาน ตรวจน้ำตาลในเลือด 900 mg/dL, กดเจ็บที่สีข้างซ้าย, BUN 40 mg/dL, Cr 2 mg/dL, Electrolyte ปกติ
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้