แชร์

การคำนวณสารน้ำทดแทนในผู้ป่วยเสียเลือด

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
119 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยชายถูกมีดแทงที่ท้อง ความดันโลหิตลดลง เสียเลือดประมาณ 500 มิลลิลิตร ต้องให้สารน้ำ isotonic saline ทางเส้นเลือดเท่าไร?
จากการประเมินผู้ป่วยชายที่ถูกมีดแทงที่ท้อง มีความดันโลหิตลดลงและเสียเลือดประมาณ 500 มิลลิลิตร สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าผู้ป่วยกำลังเข้าสู่ภาวะช็อกจากเลือดออก ซึ่งต้องการการจัดการอย่างเร่งด่วนและเหมาะสมในทางการแพทย์ ภาวะช็อกจากเลือดออกแบ่งออกเป็น 4 ระดับตามปริมาณเลือดที่เสียไป สำหรับการเสียเลือด 500 มิลลิลิตร จัดอยู่ในระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับ mild shock โดยทั่วไปผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัมจะมีปริมาณเลือดทั้งหมดประมาณ 5 ลิตร ดังนั้นการเสียเลือด 500 มิลลิลิตรจึงคิดเป็นร้อยละ 10 ของปริมาณเลือดทั้งหมด

กลไกการช็อคเริ่มจากการที่ร่างกายสูญเสียปริมาณเลือดในระบบไหลเวียน ทำให้ความดันเลือดลดลงและไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงอวัยวะสำคัญ ร่างกายจะตอบสนองโดยการกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดหดตัว และเลือดถูก redistributed ไปเลี้ยงสมองและหัวใจเป็นหลัก

หลักการให้สารน้ำในภาวะช็อกจากเลือดออกใช้สูตร 3 ต่อ 1 ซึ่งหมายถึงการให้สารน้ำ 3 ส่วนต่อเลือดที่เสียไป 1 ส่วน เหตุผลของสูตรนี้มาจากคุณสมบัติของการกระจายตัวของสารน้ำ isotonic saline ในร่างกาย เมื่อให้เข้าไปในหลอดเลือดดำ ประมาณสองในสามจะกระจายออกไปอยู่ในช่องว่างระหว่างเซลล์ มีเพียงหนึ่งในสามที่คงอยู่ในหลอดเลือดดังนั้นสำหรับเลือดที่เสียไป 500 มิลลิลิตร ควรให้ isotonic saline 1,500 มิลลิลิตร อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้น และต้องปรับเปลี่ยนตามการตอบสนองของผู้ป่วย isotonic saline หรือ normal saline เป็นสารน้ำที่เหมาะสมสำหรับการรักษาเบื้องต้นเนื่องจากมีองค์ประกอบใกล้เคียงกับพลาสม่า มีความเข้มข้น 0.9 เปอร์เซ็นต์ และไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสมดุล electrolyte อย่างรวดเร็ว

-การให้สารน้ำควรเริ่มต้นด้วยการ bolus ครั้งละ 500 ถึง 1,000 มิลลิลิตร ในผู้ใหญ่ และประเมินการตอบสนองทุก 15 ถึง 30 นาที สัญญาณที่ดีของการตอบสนองต่อการรักษาความดันเลือดที่เพิ่มขึ้น อัตราการเต้นหัวใจที่ลดลง และการผลิตปัสสาวะที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจว่าสารน้ำเป็นเพียงการรักษาชั่วคราว การแก้ไขสาเหตุหลักคือการหยุดเลือดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในกรณีถูกมีดแทงที่ท้อง อาจมีเลือดออกจากอวัยวะภายในเช่น ตับ ม้าม หรือเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งต้องการการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

-ระหว่างให้สารน้ำ ควรเตรียมเลือดและผลิตภัณฑ์จากเลือดไว้พร้อม เนื่องจากในกรณีที่เสียเลือดมาก การให้เลือดเป็นวิธีการทดแทนที่ได้ผลดีที่สุด ควรตรวจหาระดับ hemoglobin และ hematocrit เพื่อประเมินความรุนแรงและติดตามการรักษา
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการให้สารน้ำจำนวนมากภาวะบวมน้ำที่ปอด การลดลงของอุณหภูมิร่างกายจากสารน้ำที่เย็น และการรบกวนสมดุลของการแข็งตัวของเลือด

-การประเมินผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญมากกว่าการคำนวณปริมาณสารน้ำอย่างเดียว ควรสังเกตสัญญาณชีพ การเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้ตัว สีผิว และอุณหภูมิของแขนขา ซึ่งล้วนบ่งชี้ถึงความรุนแรงของภาวะช็อคในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อสารน้ำ 1,500 มิลลิลิตรแรก ควรพิจารณาให้เลือดและประเมินซ้ำว่ามีแหล่งเลือดออกที่ยังไม่ถูกควบคุมหรือไม่ และเตรียมการสำหรับการผ่าตัดฉุกเฉิน


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ป่วยปฏิเสธที่จะยอมรับความรุนแรงของโรค?
ผู้ป่วยได้รับการแจ้งจากแพทย์ว่าเป็นมะเร็ง ผู้ป่วยได้ฟัง ก็นิ่งไป ไม่เชื่อ คิดว่าแพทย์ไม่เก่ง และขอเปลี่ยนโรงพยาบาล การตอบสนองของผู้ป่วยรายนี้เป็นแบบใด?
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมหมวกไตทำงานน้อย (Adrenal Insufficiency)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Adrenal Insufficiency พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้อง ครอบคลุมการแยก Primary vs Secondary adrenal insufficiency, การแปลผล ACTH stimulation test (Cosyntropin test), การจัดการ adrenal crisis ฉุกเฉินด้วย hydrocortisone และ IV fluid, การปรับขนาดยาในช่วงเจ็บป่วย (Sick day rules) และการให้คำแนะนำผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะวิกฤติซ้ำ
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TERMS & CONDITIONS และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ