แชร์

โรคลีเจียนแนร์ คืออะไร ?

อัพเดทล่าสุด: 25 ก.ย. 2025
253 ผู้เข้าชม

 

โรคลีเจียนแนร์ คืออะไร ?
ข้อมูลเชิงลึกทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคลีเจียนแนร์

1. พยาธิสรีรวิทยา (Pathophysiology) และการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน
เชื้อ Legionella pneumophila มีกลไกการทำให้เกิดโรคที่ซับซ้อน:
การอยู่รอดในมาโครฟาจ (Intracellular Survival): เชื้อหลบเลี่ยงและเพิ่มจำนวนภายใน alveolar macrophages ได้
Type IV Secretion System (T4SS): ใช้ระบบ Dot/Icm ฉีด effector proteins กว่า 300 ชนิดเข้าไปในเซลล์โฮสต์
การปรับเปลี่ยนแวคิวโอล์ (Vacuole Remodeling): ป้องกันไม่ให้ phagosome รวมกับ lysosome แต่ไปสร้าง Legionella-containing vacuole (LCV) ที่เหมาะแก่การแบ่งตัว
การกระตุ้นการอักเสบ: กระตุ้น cytokine เช่น TNF-α, IL-1, IL-6 ก่อให้เกิดไข้สูงและอาการ systemic

2. การวินิจฉัยแยกโรค (Differential Diagnosis)
ต้องแยกจากโรคปอดบวมชุมชน (CAP) อื่น ๆ เช่น
เชื้อแบคทีเรีย: Streptococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae, Staphylococcus aureus, Mycoplasma pneumoniae, Chlamydophila pneumoniae
เชื้อไวรัส: Influenza, COVID-19, SARS, RSV
เชื้อรา: Histoplasma, Cryptococcus
โรคไม่ติดเชื้อ: Pulmonary embolism, organizing pneumonia, hypersensitivity pneumonitis

จุดบ่งชี้โรคลีเจียนแนร์: ปอดบวมร่วมกับอาการทางทางเดินอาหารเด่นชัด, ภาวะโซเดียมต่ำ (hyponatremia), ไม่ตอบสนองต่อ beta-lactam antibiotics

3. เกณฑ์ความรุนแรงและการนอนโรงพยาบาล
ใช้ CURB-65 หรือ PSI เพื่อประเมิน โดยผู้ป่วยมักมีความรุนแรงสูงเนื่องจาก
ไข้สูง
ภาวะหัวใจเต้นช้า (relative bradycardia)
ภาวะโซเดียมต่ำ
การทำงานตับผิดปกติ

4. การจัดการรักษา
ยาปฏิชีวนะที่เลือกใช้:
First-line: Fluoroquinolones (Levofloxacin, Moxifloxacin), Macrolides (Azithromycin)
เหตุผลที่ beta-lactam ไม่ได้ผล: ไม่สามารถเข้าสู่เซลล์โฮสต์ และเชื้อผลิต beta-lactamase
ระยะเวลา: ปกติ 710 วัน, แต่ถ้ามีภูมิคุ้มกันบกพร่อง/รุนแรง อาจ 1421 วัน
การรักษาสนับสนุน: ออกซิเจน, IV fluid, ดูแล ICU หากเกิด ARDS หรือช็อก

5. ภาวะแทรกซ้อน
ARDS (ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน)
Septic shock
ไตวายเฉียบพลัน (มักจาก rhabdomyolysis หรือ septic shock)
อาการระบบประสาท: สับสน เดินเซ ภาวะเพ้อ (อาจยังคงอยู่หลังเชื้อหายแล้ว)
หัวใจล้มเหลว

6. พยากรณ์โรค (Prognosis)
ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น:
เริ่มรักษาช้า เพิ่มอัตราเสียชีวิต
ภูมิคุ้มกันบกพร่อง พยากรณ์โรคแย่กว่า
ความเหมาะสมของยาที่ใช้

อัตราเสียชีวิต:
โดยรวม 510%
ในผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมาช้า: 2550%

สรุป: โรคลีเจียนแนร์คือการติดเชื้อในเซลล์ที่ซับซ้อน ต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่แทรกซึมเซลล์ได้ดี (เช่น Fluoroquinolones, Azithromycin) และต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด การวินิจฉัยและรักษาเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการลดการเสียชีวิต


บทความที่เกี่ยวข้อง
ลูกเรือ 3 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ! หลังกินเยลลี่ที่ผู้โดยสารมอบให้...
เกิดเหตุไม่คาดฝัน! ลูกเรือสายการบินบริติชแอร์เวย์ส รับประทานเยลลี่ที่ผู้โดยสารมอบให้ หลังเครื่องลงจอด ก่อนพบว่ามันคือ "กัญชาเสือร้อง" ปริมาณสูงถึง 300mg ส่งผลให้เกิดอาการแพนิค หวาดผวา และต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที อ่านรายละเอียดเหตุการณ์และมาตรการของสายการบิน
เศร้า! อินฟลูเอนเซอร์ตัดกระเพาะรุ่นแรกเสียชีวิต เผยสาเหตุและภาวะแทรกซ้อนที่หลายคนไม่รู้
ไวรัลตัดกระเพาะ.. ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังรุ่นแรกที่เคยรีวิวการผ่าตัดลดน้ำหนักกลับมีอันเป็นไป ไขข้อสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ทั้งแผลรั่ว (Anastomotic Leak) และภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด อ่านก่อนตัดสินใจ
พยาธิลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ อาจระบาดทั่วโลก! แทรกซึมทำลายอวัยวะสืบพันธุ์ ตรวจยากกว่าที่คิด?
WHO เตือนภัย! พยาธิใบไม้ในเลือดวิวัฒนาการเป็น "สายพันธุ์ลูกผสม" แข็งแกร่ง ตรวจจับยาก สามารถแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะสืบพันธุ์ เสี่ยงภาวะมีบุตรยาก และวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อ่านอาการและวิธีป้องกันก่อนสาย
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ