แชร์

สาเหตุของต้อกระจกในโรคเบาหวาน 

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2025
181 ผู้เข้าชม

สาเหตุของต้อกระจกในผู้ป่วยโรคเบาหวาน แดังนี้:

1. กระบวนการทางเคมีของน้ำตาล (Polyol Pathway)
-เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง น้ำตาลกลูโคสจะเข้าไปในเลนส์ตาจำนวนมาก
-เอนไซม์ Aldose reductase จะเปลี่ยนกลูโคสเป็นสารชนิดหนึ่งเรียกว่า "ซอร์บิทอล" (Sorbitol)
-ปัญหาคือ ซอร์บิทอลไม่สามารถแพร่ออกนอกเลนส์ตาได้ง่าย จึงเกิดการสะสมอยู่ภายใน
-สารซอร์บิทอลที่สะสมอยู่จะมีความเข้มข้นสูง ทำให้เกิด แรงดันออสโมติก ดึงน้ำเข้าไปในเลนส์ตาเป็นจำนวนมาก
-ผลที่ตามมา: เลนส์ตาบวม และเกิดความไม่สมดุลของสารต่างๆ ภายในเซลล์เลนส์ตา ส่งผลให้โปรตีนในเลนส์ตา-เปลี่ยนแปลงสภาพและเกิดการขุ่นมัวในที่สุด


2. ความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress)
-ภาวะน้ำตาลสูงจะกระตุ้นให้เกิดสารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) มากขึ้น
-สารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะไปทำลายโครงสร้างโปรตีนและเซลล์ของเลนส์ตาโดยตรง
-โปรตีนในเลนส์ตาที่ถูกทำลายจะรวมตัวกันเป็นก้อน ทำให้เลนส์ขุ่นจากปฏิกิริยาออกซิเดชันนี้


3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโปรตีนในเลนส์ตา
-น้ำตาลกลูโคสสามารถไปจับกับโปรตีนในเลนส์ตาได้โดยตรง ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "Glycation" เกิดเป็นสาร Advanced Glycation End-products (AGEs)
-การจับกันนี้ทำให้โครงสร้างสามมิติของโปรตีนเปลี่ยนแปลงไป โปรตีนจึงสูญเสียความใสและความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ
-เลนส์ตาที่ควรจะใสก็กลายเป็นเลนส์ที่ขุ่นขาว

ลักษณะพิเศษของต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวาน
-เกิดได้เร็วกว่า และ ในอายุที่น้อยกว่า คนทั่วไป
-มักเป็น ทั้งสองตา พร้อมกัน
-มีรูปแบบการขุ่นที่จำเพาะ เช่น "Snowflake cataract" ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี


สรุป
สาเหตุหลักของต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานจึงไม่ได้มาจากอายุที่มากขึ้นอย่างเดียว แต่เกิดจาก "ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่อง" ซึ่งไปกระตุ้นกลไกทางเคมีภายในเลนส์ตาให้เสื่อมสภาพและขุ่นมัวเร็วกว่าปกติการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางตาอื่นๆ จากโรคเบาหวานได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
การประเมินความเสียหายจากไฟฟ้าดูด
ผู้ป่วยชายอายุ 20 ปี ถูกไฟฟ้าดูด มีแผลทางเข้า (inlet wound) ที่มือขวา และแผลทางออก (outlet wound) ที่ขาซ้าย การตรวจสืบค้นที่มีประโยชน์ที่สุดในผู้ป่วยรายนี้คืออะไร?
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในเด็ก (Pediatric Sepsis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ Pediatric Sepsis แบบ Step by Step ตัวอย่างโจทย์ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในเด็ก ครอบคลุมการประเมิน severity ตาม PALS guideline, การให้ IV fluid 10-20 mL/kg, การเลือก antibiotic เชิงประจักษ์, และการปรับการใช้ vasoactive drugs ใน pediatric septic shock เหมาะสำหรับกุมารแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน
เฉลย:โรคกิแลง บาร์แร ซินโดรม  (Guillain-Barré Syndrome)
โรคกิแลง บาร์แร ซินโดรม (Guillain-Barré Syndrome, GBS) เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้ไม่บ่อยแต่รุนแรง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์ประสาทส่วนปลาย (peripheral nerves) ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงเฉียบพลัน มักเกิดหลังการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย เช่น ไข้หวัดใหญ่ ท้องเสีย หรือการติดเชื้อ COVID-19 ประมาณ 1-3 สัปดาห์ก่อนเริ่มมีอาการ
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้