แชร์

ระดับ FSH และ LH ลดลง cell ใดยังคงทำงานได้ตามปกติ?

อัพเดทล่าสุด: 17 ธ.ค. 2025
143 ผู้เข้าชม

ระดับ FSH และ LH ลดลง cell ใดยังคงทำงานได้ตามปกติ?

A. Leydig cell

B. Sertoli cell

C. Follicle cell

D. Corpus luteum

E. Spermatogonium

คำตอบ: B. Sertoli cell
เหตุผล:
FSH และ LH ลดลง หมายถึงระดับ gonadotropins จากต่อมใต้สมองต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะ hypogonadotropic hypogonadism (เช่น Kallmann syndrome) หรือการใช้ยา GnRH agonist/antagonist เป็นต้น
ในเพศชาย:
LH กระตุ้น Leydig cells ให้สร้าง testosterone ถ้า LH ลดลง Leydig cell จะทำงานลดลง testosterone ต่ำ
FSH กระตุ้น Sertoli cells ในการสร้าง ABP (androgen-binding protein) และช่วยในกระบวนการสร้างอสุจิ (spermatogenesis)
อย่างไรก็ตาม Sertoli cells สามารถทำงานบางอย่างได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัย FLH มากนัก โดยเฉพาะหากมี testosterone จากภายนอกมาหล่อเลี้ยง หรือมีปัจจัยภายในเซลล์เอง
Spermatogenesis โดยรวมจะลดลงเพราะขาด FSH และ testosterone แต่ Sertoli cell ยังคงทำหน้าที่พื้นฐานบางอย่างได้ เช่น support, nutrition และควบคุม microenvironment
ตัวเลือกอื่นจะไม่ทำงานปกติถ้า FSH/LH ลดลง:
A. Leydig cell  ต้องอาศัย LH ในการสร้าง testosterone
C. Follicle cell (granulosa/theca cells)  ในรังไข่ ต้องอาศัย FSH/LH
D. Corpus luteum  ต้องอาศัย LH ในการดำรงอยู่และสร้าง progesterone
E. Spermatogonium  ต้องอาศัย FSH และ testosterone เพื่อแบ่งตัวและพัฒนาต่อ
สรุป:
ในภาวะ FSH/LH ต่ำ Sertoli cell อาจยังคงทำงานทางโครงสร้างและบางหน้าที่ได้ (แม้ spermatogenesis ลดลง) โดยเฉพาะหากได้รับ testosterone จากภายนอก จึงเป็นเซลล์ที่เหลือทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน (Acute Chest Pain)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Chest Pain ตัวอย่างโจทย์ภาวะเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน ไล่ตั้งแต่การซักประวัติ วินิจฉัยแยกโรค STEMI vs NSTEMI ไปจนถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน เหมาะสำหรับนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้าน
หญิง 35 ปี ตรวจพบ mild papilledema จากการกินยา อาหารเสริมเวลานาน?
จากอาการปวดหัว คลื่นไส้ ผิวหนังอักเสบ ปวดข้อ น้ำหนักลด ความจำเสื่อม ร่วมกับการตรวจพบ Papilledema และ Hyperostosis ในผู้ป่วยที่กินอาหารเสริมมานาน 1 ปี ชี้ชัดไปที่ ภาวะเป็นพิษจากวิตามินเอเกิน (Retinol toxicity)
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้