แชร์

ระดับ FSH และ LH ลดลง cell ใดยังคงทำงานได้ตามปกติ?

อัพเดทล่าสุด: 17 ธ.ค. 2025
147 ผู้เข้าชม

ระดับ FSH และ LH ลดลง cell ใดยังคงทำงานได้ตามปกติ?

A. Leydig cell

B. Sertoli cell

C. Follicle cell

D. Corpus luteum

E. Spermatogonium

คำตอบ: B. Sertoli cell
เหตุผล:
FSH และ LH ลดลง หมายถึงระดับ gonadotropins จากต่อมใต้สมองต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะ hypogonadotropic hypogonadism (เช่น Kallmann syndrome) หรือการใช้ยา GnRH agonist/antagonist เป็นต้น
ในเพศชาย:
LH กระตุ้น Leydig cells ให้สร้าง testosterone ถ้า LH ลดลง Leydig cell จะทำงานลดลง testosterone ต่ำ
FSH กระตุ้น Sertoli cells ในการสร้าง ABP (androgen-binding protein) และช่วยในกระบวนการสร้างอสุจิ (spermatogenesis)
อย่างไรก็ตาม Sertoli cells สามารถทำงานบางอย่างได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัย FLH มากนัก โดยเฉพาะหากมี testosterone จากภายนอกมาหล่อเลี้ยง หรือมีปัจจัยภายในเซลล์เอง
Spermatogenesis โดยรวมจะลดลงเพราะขาด FSH และ testosterone แต่ Sertoli cell ยังคงทำหน้าที่พื้นฐานบางอย่างได้ เช่น support, nutrition และควบคุม microenvironment
ตัวเลือกอื่นจะไม่ทำงานปกติถ้า FSH/LH ลดลง:
A. Leydig cell  ต้องอาศัย LH ในการสร้าง testosterone
C. Follicle cell (granulosa/theca cells)  ในรังไข่ ต้องอาศัย FSH/LH
D. Corpus luteum  ต้องอาศัย LH ในการดำรงอยู่และสร้าง progesterone
E. Spermatogonium  ต้องอาศัย FSH และ testosterone เพื่อแบ่งตัวและพัฒนาต่อ
สรุป:
ในภาวะ FSH/LH ต่ำ Sertoli cell อาจยังคงทำงานทางโครงสร้างและบางหน้าที่ได้ (แม้ spermatogenesis ลดลง) โดยเฉพาะหากได้รับ testosterone จากภายนอก จึงเป็นเซลล์ที่เหลือทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Thyrotoxicosis พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้อง ครอบคลุมการซักประวัติ Graves' disease vs Thyroiditis, การแปลผล thyroid function test, การให้ยา ATD และ beta-blocker อย่างเหมาะสม, การให้ Lugol's iodine ก่อนผ่าตัด, และการจัดการ thyroid storm ตาม Burch-Wartofsky score
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Diabetic Retinopathy พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้อง ครอบคลุมการจำแนกระยะของโรคจากภาพถ่ายจอตา, การวินิจฉัย diabetic macular edema (DME) ที่ต้องได้รับการรักษาด่วน, การเลือกใช้เลเซอร์ vs Anti-VEGF, และการให้คำแนะนำผู้ป่วยในการควบคุมโรคประจำตัวเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้