แชร์

การดูแลทารกที่เกิดจากมารดาติดเชื้อซิฟิลิส?

อัพเดทล่าสุด: 10 ธ.ค. 2025
102 ผู้เข้าชม

ก. ส่งตัวทารกกลับบ้านได้เลย เนื่องจากมารดาได้รับยามาแล้ว และนัดตรวจเลือดทารกเมื่ออายุ 1 เดือน
ข. ทำการตรวจประเมินทารกอย่างสมบูรณ์เพื่อวินิจฉัยซิฟิลิสแต่กำเนิด และพิจารณาให้การรักษาทันทีหากมีข้อบ่งชี้
ค. ให้ยา erythromycin แก่ทารกต่อเป็นเวลา 7 วัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ง. ให้การรักษาเฉพาะทารกที่มีอาการแสดงทางคลินิกชัดเจนของซิฟิลิสแต่กำเนิดเท่านั้น
เฉลย: ข. ทำการตรวจประเมินทารกอย่างสมบูรณ์เพื่อวินิจฉัยซิฟิลิสแต่กำเนิด และพิจารณาให้การรักษาทันทีหากมีข้อบ่งชี้
เหตุผล:
ความเป็นมาและเหตุผล: การรักษาซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลต้องใช้ penicillin G (โดยเฉพาะ benzathine penicillin G) เท่านั้น เนื่องจากสามารถผ่านรกไปรักษาการติดเชื้อในทารกได้อย่างมีประสิทธิภาพ Erythromycin ไม่ใช่ยามาตรฐาน เนื่องจากไม่สามารถผ่านรกได้ดีเพียงพอ จึงไม่สามารถป้องกันหรือรักษาซิฟิลิสแต่กำเนิดในทารกได้ ดังนั้น ทารกในกรณีนี้จึงมี ความเสี่ยงสูงมาก ที่จะติดเชื้อแม้มารดาจะได้รับยา erythromycin มาแล้ว
การจัดการทารกแรกเกิด:
ต้องสงสัยการติดเชื้อสูง: ทารกทุกรายที่เกิดจากมารดาซิฟิลิสที่ได้รับยารักษาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ต้องได้รับการประเมินอย่างเต็มที่เพื่อวินิจฉัยซิฟิลิสแต่กำเนิด
การประเมินประกอบด้วย:
ประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อหาอาการ/อาการแสดงของซิฟิลิสแต่กำเนิด (เช่น ผื่น ตุ่มน้ำ ตับม้ามโต ตัวเหลือง น้ำมูกปนเลือด จมูกแฟบ)
ตรวจเลือดทารก (ไม่ใช่เลือดจากสายสะดือ) เพื่อหาภาวะซีด เกล็ดเลือดต่ำ
ตรวจค่า VDRL/RPR quantitative จากเลือดทารกโดยตรง และเปรียบเทียบกับ titre ของมารดา (ถ้า titre ทารกสูงกว่ามารดา 4 เท่า บ่งชี้การติดเชื้อ)
การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ตามข้อบ่งชี้ เช่น การตรวจน้ำไขสันหลัง (CSF-VDRL, cell count, protein) เพื่อประเมินการติดเชื้อในระบบประสาท, การเอกซเรย์กระดูกยาว, การตรวจคลื่นเสียงหัวใจ เป็นต้น
ข้อบ่งชี้ในการรักษา: ทารกควรได้รับการรักษาทันทีด้วย penicillin G (aqueous crystalline penicillin G หรือ procaine penicillin G) เป็นเวลา 10-14 วัน หากมีข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้ อย่างน้อยหนึ่งข้อ:
มีอาการทางคลินิกของซิฟิลิสแต่กำเนิด
ค่า VDRL/RPR quantitative จากเลือดทารกสูงกว่ามารดา 4 เท่า
ผลตรวจ FTA-ABS หรือ VDRL จากเลือดทารกเป็นบวก ร่วมกับ มีหลักฐานอื่นบ่งชี้การติดเชื้อ เช่น CSF-VDRL เป็นบวก, ผลการตรวจ CSF ผิดปกติ, ภาพรังสีกระดูกผิดปกติ, ภาวะซีด/เกล็ดเลือดต่ำ, ค่า IgM specific เป็นบวก ฯลฯ
มารดาได้รับการรักษาซิฟิลิสไม่เหมาะสม (เช่น ใช้ยาไม่ใช่ penicillin, รักษาช้าใกล้คลอด, ไม่ได้รับยาตามแผน) โดยไม่ต้องรอผลตรวจยืนยันทั้งหมด เนื่องจากความเสี่ยงสูง
ทำไมไม่เลือกช้อยอื่น:
ก. ผิด เพราะมีความเสี่ยงสูง การส่งกลับบ้านโดยไม่ประเมินอาจทำให้ทารกไม่ได้รับการรักษาที่จำเป็นและเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้
ค. ผิด เพราะ erythromycin ไม่ได้ผลในการรักษาซิฟิลิสแต่กำเนิด ยามาตรฐานคือ penicillin G
ง. ผิด เพราะไม่ควรรอให้ทารกมีอาการรุนแรง การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ หรือในทารกที่ไม่มีอาการแต่มีหลักฐานการติดเชื้อจากผลตรวจ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้

ความสำคัญของการจัดการนี้อยู่ที่การป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาวของซิฟิลิสแต่กำเนิดซึ่งรวมถึงความผิดปกติของฟัน หูตึง ปัญญาอ่อน และความผิดปกติของกระดูก การวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของทารกในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
การวินิจฉัยภาวะติดเชื้อในเนื้อเยื่อของต้นขา
ผู้ป่วยชายอายุ 35 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการไข้และปวดที่ต้นขาขวา บริเวณกลางต้นขาขวา อุ่น ตึง และกดเจ็บ โดยลักษณะผิวหนังปรกติ การตรวจสืบค้นที่เหมาะสมที่สุดคืออะไร?
การประเมินระดับความรู้ตัว ด้วย Glasgow Coma Scale
ผู้ป่วยชายอายุ 20 ปี ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชน (MCA) เมื่อ 20 นาทีที่แล้ว การตรวจร่างกาย: ผู้ป่วยไม่ลืมตาและไม่ตอบสนองต่อคำสั่งเสียง เมื่อกระตุ้นด้วยความเจ็บปวด: ผู้ป่วยลืมตา, ส่งเสียงคราง, และเคลื่อนแขนไปยังตำแหน่งที่ถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวด คะแนน Glasgow coma score ของผู้ป่วยรายนี้คือเท่าไร?
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TERMS & CONDITIONS และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ