หญิงหายใจลำบากฉับพลัน ขาบวมข้างเดียว สงสัยลิ่มเลือดปอด ตรวจยืนยันอะไร?
อัพเดทล่าสุด: 15 ธ.ค. 2025
64 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยหญิงมีอาการหายใจลำบากฉับพลัน ขาบวมข้างขวา มีประวัติที่น่าสงสัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด?
A. ซีทีสแกนหลอดเลือดปอด (CT Angiography)
B. เอกซเรย์ทรวงอก
C. อัลตราซาวด์ดอปเปลอร์
ตอบ A. ซีทีสแกนหลอดเลือดปอด (CT Pulmonary Angiography หรือ CTA) เป็นการตรวจที่เหมาะสมและให้การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดสำหรับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
จากอาการผู้ป่วยหญิงที่มีอาการหายใจลำบากฉับพลัน ร่วมกับขาบวมข้างขวา และมีประวัติที่น่าสงสัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (pulmonary embolism) อาการทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำ
เมื่อพิจารณาตัวเลือกการตรวจวินิจฉัย A. ซีทีสแกนหลอดเลือดปอด (CT Pulmonary Angiography หรือ CTA) เป็นการตรวจที่เหมาะสมและให้การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดสำหรับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์ที่เลือกซีทีเอสแกนหลอดเลือดปอด:
1. ความไวและความจำเพาะสูง:
ซีทีเอสแกนหลอดเลือดปอดมีความไวมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์และความจำเพาะมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในการวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
สามารถตรวจพบลิ่มเลือดในหลอดเลือด pulmonary arteries ขนาดใหญ่และขนาดเล็กได้
ให้ภาพสามมิติที่แสดงตำแหน่งและขนาดของลิ่มเลือดได้ชัดเจน
2. ความสามารถในการวินิจฉัยแยกโรค:
สามารถแยกภาวะอื่นที่ทำให้หายใจลำบากฉับพลันได้ เช่น ปอดอักเสบ ภาวะโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ หรือโรคของหัวใจ
ประเมินสภาพปอดและหัวใจได้พร้อมกัน
ตรวจพบ right ventricular strain ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
3. ความรวดเร็วและความพร้อมในการตรวจ:
ทำได้รวดเร็วในโรงพยาบาลส่วนใหญ่
ให้ผลการตรวจภายในเวลาอันสั้น
เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการฉับพลัน
การพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ:
B. เอกซเรย์ทรวงอก:
มีประโยชน์ในการตรวจเบื้องต้นแต่ไม่สามารถวินิจฉัยลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดได้
อาจพบลักษณะ indirect บางอย่างเช่น Westernark's sign หรือ Hampton's hump
ใช้ primarily เพื่อแยกภาวะอื่น
C. อัลตราซาวด์ดอปเปลอร์:
มีประโยชน์สำหรับวินิจฉัย deep vein thrombosis ที่ขาซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของลิ่มเลือด
แต่ไม่สามารถวินิจฉัยลิ่มเลือดในปอดได้โดยตรง
ควรทำร่วมกับซีทีเอสแกน
กลไกการเกิดโรคและความสัมพันธ์ทางคลินิก:
อาการขาบวมข้างขวาบ่งชี้ถึง deep vein thrombosis ที่ขาข้างนั้น ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดลิ่มเลือดที่พบบ่อยที่สุด เมื่อลิ่มเลือดลุดลอยเข้าสู่กระแสเลือดผ่าน inferior vena cava และหัวใจด้านขวา จะไปอุดตันที่หลอดเลือด pulmonary arteries ทำให้เกิดอาการหายใจลำบากฉับพลัน
แนวทางการจัดการผู้ป่วย:
เริ่มให้การรักษาเบื้องต้นด้วย anticoagulants ในกรณีที่สงสัยสูง
ส่งตรวจซีทีเอสแกนหลอดเลือดปอดเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
พิจารณาตรวจอัลตราซาวด์ดอปเปลอร์ที่ขาเพื่อหาตำแหน่งแหล่งกำเนิดลิ่มเลือด
ประเมินความรุนแรงของโรคและให้การรักษาตามความเหมาะสม
ข้อควรระวัง:
ต้องประเมิน renal function ก่อนทำซีทีเอสแกนเนื่องจากต้องใช้ contrast media
ในกรณีที่แพ้ contrast media อาจพิจารณาการตรวจ V/Q scan แทน
โดยสรุป การทำซีทีเอสแกนหลอดเลือดปอดเป็นการตรวจที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากให้การวินิจฉัยที่แม่นยำ รวดเร็ว และสามารถประเมินความรุนแรงของโรคได้ครบถ้วน
A. ซีทีสแกนหลอดเลือดปอด (CT Angiography)
B. เอกซเรย์ทรวงอก
C. อัลตราซาวด์ดอปเปลอร์
ตอบ A. ซีทีสแกนหลอดเลือดปอด (CT Pulmonary Angiography หรือ CTA) เป็นการตรวจที่เหมาะสมและให้การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดสำหรับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
จากอาการผู้ป่วยหญิงที่มีอาการหายใจลำบากฉับพลัน ร่วมกับขาบวมข้างขวา และมีประวัติที่น่าสงสัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (pulmonary embolism) อาการทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำ
เมื่อพิจารณาตัวเลือกการตรวจวินิจฉัย A. ซีทีสแกนหลอดเลือดปอด (CT Pulmonary Angiography หรือ CTA) เป็นการตรวจที่เหมาะสมและให้การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดสำหรับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์ที่เลือกซีทีเอสแกนหลอดเลือดปอด:
1. ความไวและความจำเพาะสูง:
ซีทีเอสแกนหลอดเลือดปอดมีความไวมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์และความจำเพาะมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในการวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
สามารถตรวจพบลิ่มเลือดในหลอดเลือด pulmonary arteries ขนาดใหญ่และขนาดเล็กได้
ให้ภาพสามมิติที่แสดงตำแหน่งและขนาดของลิ่มเลือดได้ชัดเจน
2. ความสามารถในการวินิจฉัยแยกโรค:
สามารถแยกภาวะอื่นที่ทำให้หายใจลำบากฉับพลันได้ เช่น ปอดอักเสบ ภาวะโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ หรือโรคของหัวใจ
ประเมินสภาพปอดและหัวใจได้พร้อมกัน
ตรวจพบ right ventricular strain ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
3. ความรวดเร็วและความพร้อมในการตรวจ:
ทำได้รวดเร็วในโรงพยาบาลส่วนใหญ่
ให้ผลการตรวจภายในเวลาอันสั้น
เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการฉับพลัน
การพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ:
B. เอกซเรย์ทรวงอก:
มีประโยชน์ในการตรวจเบื้องต้นแต่ไม่สามารถวินิจฉัยลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดได้
อาจพบลักษณะ indirect บางอย่างเช่น Westernark's sign หรือ Hampton's hump
ใช้ primarily เพื่อแยกภาวะอื่น
C. อัลตราซาวด์ดอปเปลอร์:
มีประโยชน์สำหรับวินิจฉัย deep vein thrombosis ที่ขาซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของลิ่มเลือด
แต่ไม่สามารถวินิจฉัยลิ่มเลือดในปอดได้โดยตรง
ควรทำร่วมกับซีทีเอสแกน
กลไกการเกิดโรคและความสัมพันธ์ทางคลินิก:
อาการขาบวมข้างขวาบ่งชี้ถึง deep vein thrombosis ที่ขาข้างนั้น ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดลิ่มเลือดที่พบบ่อยที่สุด เมื่อลิ่มเลือดลุดลอยเข้าสู่กระแสเลือดผ่าน inferior vena cava และหัวใจด้านขวา จะไปอุดตันที่หลอดเลือด pulmonary arteries ทำให้เกิดอาการหายใจลำบากฉับพลัน
แนวทางการจัดการผู้ป่วย:
เริ่มให้การรักษาเบื้องต้นด้วย anticoagulants ในกรณีที่สงสัยสูง
ส่งตรวจซีทีเอสแกนหลอดเลือดปอดเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
พิจารณาตรวจอัลตราซาวด์ดอปเปลอร์ที่ขาเพื่อหาตำแหน่งแหล่งกำเนิดลิ่มเลือด
ประเมินความรุนแรงของโรคและให้การรักษาตามความเหมาะสม
ข้อควรระวัง:
ต้องประเมิน renal function ก่อนทำซีทีเอสแกนเนื่องจากต้องใช้ contrast media
ในกรณีที่แพ้ contrast media อาจพิจารณาการตรวจ V/Q scan แทน
โดยสรุป การทำซีทีเอสแกนหลอดเลือดปอดเป็นการตรวจที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากให้การวินิจฉัยที่แม่นยำ รวดเร็ว และสามารถประเมินความรุนแรงของโรคได้ครบถ้วน
บทความที่เกี่ยวข้อง
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์


